commentaries / SPECIAL REPORT

เปิดโผ 16 อาชีพรุ่ง-รอด-ร่วง เมื่อหุ่นยนต์เข้ามาทดแทนมนุษย์

หุ่นยนต์ AI ระบบออโตเมชัน เทคโนโลยีเหล่านี้สร้างความกังวลให้บุคลากรในสายอาชีพต่างๆ ว่าตัวเองกำลังจะถูกกลืนกินในอนาคตหรือไม่ จนถึงพ่อแม่ผู้ปกครองที่กำลังวางแผนชีวิตให้บุตรหลานว่าควรจะศึกษาวิชาอะไรถึงจะยังมีตำแหน่งงานรองรับเมื่อเรียนจบ

ปัญหาเหล่านี้ได้รับการศึกษาวิจัยในสถาบันต่างๆ และได้รับคำตอบที่คล้ายคลึงกันคือ อาชีพที่ต้องใช้ทักษะทางสังคมและไม่ใช่งานที่ทำซ้ำๆ จะยังอยู่รอดจากการทดแทนแรงงานของหุ่นยนต์ในอนาคต

(เลื่อนอ่านสรุป 16 อาชีพรุ่ง-รอด-ร่วงได้ที่ท้ายบทความ)

 

อาชีพที่ต้องทำงานกับ “คน” จะอยู่รอด

David J. Deming จาก Harvard University ศึกษาอัตราจ้างงานในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 1980-2012 และแบ่งแยกทักษะสำคัญต่อการทำงานออกเป็น 2 อย่าง คือ STEM (Science, Technology, Engineering, Mathematics ทักษะวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์) กับ ทักษะทางสังคม และนำมาจัดกลุ่มอาชีพออกเป็น 4 กลุ่มพร้อมวิเคราะห์ระดับความต้องการในตลาดงาน ดังนี้

กลุ่มที่มีอัตราจ้างงานเกิดขึ้นสูงสุดที่ 7.2% และอัตราค่าแรงก็เพิ่มขึ้นสูงถึง 26% คือ อาชีพกลุ่มที่ 1 ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องใช้ทั้งทักษะทั้ง 2 อย่าง ทั้งทักษะที่เกี่ยวข้องกับ STEM และทักษะทางสังคม เช่น นักบัญชี ผู้ตรวจสอบบัญชี ผู้บริหารองค์กรธุรกิจ นักวิเคราะห์การบริหารธุรกิจ แพทย์ พยาบาล นักเทคนิกการแพทย์

รองลงมาคือ อาชีพกลุ่มที่ 2 ซึ่งไม่ต้องใช้ STEM มากนัก แต่ต้องมีทักษะทางสังคมสูง อาชีพส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้จะอยู่รอดจากการแทนที่ของหุ่นยนต์ บางส่วนมีโอกาสเติบโตเป็นที่ต้องการของตลาดงานและได้รับค่าจ้างเพิ่มสูง เช่น ทนายความ ผู้พิพากษา ครู และบางส่วนมีโอกาสถูกหุ่นยนต์ทดแทนต่ำแต่อัตราการจ้างงานหรือค่าจ้างทรงตัว เช่น นักสังคมสงเคราะห์ ตำรวจ ผู้ดูแลเด็กเล็ก ผู้ช่วยทนายความ

ถัดมาคือ อาชีพกลุ่มที่ 3 ซึ่งต้องใช้ทักษะ STEM แต่ไม่ต้องใช้ทักษะทางสังคมมากนัก กลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีอัตราการจ้างงานและค่าจ้างทรงตัว เช่น ทันตแพทย์ เภสัชกร ช่างไฟฟ้า นักสถิติศาสตร์ นักเทคนิกห้องตรวจทางชีววิทยา และบางส่วนมีความเสี่ยงที่จะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ เช่น เสมียนบัญชี พนักงานทั่วไปในออฟฟิศ 

ส่วน อาชีพกลุ่มที่ 4 ซึ่งไม่ต้องใช้ทักษะทั้งทางสังคมและความรู้แบบ STEM คือกลุ่มเสี่ยงมากที่สุดที่จะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ เช่น ช่างไม้ ช่างยนต์ ผู้ควบคุมเครื่องจักรในโรงงาน ช่างซ่อมเครื่องจักร ช่างเชื่อม และแรงงานทั่วไป 

ดังนั้น การศึกษาของ Deming จึงกล่าวโดยสรุปได้ว่า อาชีพที่จะอยู่รอดจากการเข้ามาทดแทนของหุ่นยนต์คืออาชีพที่ต้องมีการใช้ความเป็นมนุษย์ ใช้ทักษะการเจรจาเข้าสังคม การทำงานเป็นทีม และแก้ไขปัญหาที่คาดไม่ถึง และยิ่งเป็นอาชีพที่ต้องใช้ทักษะสังคมร่วมกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์จะยิ่งเป็นที่ต้องการ

 

อาชีพอนาคตต้องคิดสร้างสรรค์

รายงานวิจัยอีกชุดหนึ่งที่ได้ผลการศึกษาในแนวทางเดียวกัน เป็นงานวิจัยโดย Carl Benedict Frey และ Michael Osborne จาก Oxford University ในปี 2013 พวกเขานำอาชีพ 702 อาชีพมาศึกษาและวัดผลว่าคอมพิวเตอร์ (ระบบแมชชีนเลิร์นนิ่งและหุ่นยนต์) จะเข้ามาทำงานแทนได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งถ้านำระบบออโตเมชันเหล่านี้มาแทนได้น้อย โอกาสที่จะว่างงานก็น้อยลงด้วย

โดยเว็บไซต์ www.npr.org ได้นำข้อมูลทั้งหมดมาสรุปให้เข้าใจง่ายผ่าน 4 ปัจจัยหลักที่จะส่งผลกระทบกับอาชีพ และพบว่าอาชีพที่มีโอกาสอยู่รอดในยุคระบบออโตเมชัน คืออาชีพที่ต้องคิดค้นวิธีการทำงานที่ชาญฉลาดอยู่บ่อยครั้ง เป็นงานที่ต้องมีการช่วยเหลือผู้อื่นเป็นการส่วนตัว เป็นงานที่ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ให้น้อยลง และเป็นงานที่ต้องเจรจาต่อรองกับผู้อื่นสูง โดยถ้าหากมีปัจจัย 2-3 อย่างอาชีพนั้นก็มีโอกาสรอดในอนาคต

ยกตัวอย่าง อาชีพที่มีโอกาสถูกแทนที่ด้วยระบบออโตเมชันต่ำกว่า 10% เช่น สถาปนิก วิศวกรโยธา วิศวกรการบินและอวกาศ ดีไซเนอร์ บรรณาธิการ อาจารย์มหาวิทยาลัย ภัณฑารักษ์ แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร ทนายความ ผู้บริหารองค์กรธุรกิจ ช่างแต่งหน้า ตำรวจ

อาชีพที่มีโอกาสถูกแทนที่ด้วยระบบออโตเมชัน 10-50% เช่น วิศวกรปิโตรเคมี ล่าม นักแปล นักประชาสัมพันธ์ นักข่าว นายหน้า โปรแกรมเมอร์ ช่างไฟฟ้า เชฟ ผู้พิพากษา กงเซียจ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน นักบิน

และอาชีพที่มีโอกาสถูกแทนที่ด้วยระบบออโตเมชันสูงกว่า 50% เช่น เจ้าหน้าที่สินเชื่อ นักบัญชี นักวิเคราะห์การตลาด เซลส์ ผู้ช่วยทนายความ ช่างเขียนแบบ ช่างยนต์ แม่บ้าน แรงงานก่อสร้าง บรรณารักษ์ บริกรร้านอาหาร ช่างทำเล็บ ช่างตัดผม พนักงานขับรถ

(ตรวจสอบความเสี่ยงถูกแทนที่ด้วยระบบออโตเมชันของอาชีพต่างๆ ได้ที่นี่)

 

สรุปอาชีพ รุ่ง รอด ร่วง

อาชีพ “รุ่ง”

  • แพทย์

  • ทนายความ

  • ผู้บริหารธุรกิจ

  • ครู-อาจารย์

กลุ่มอาชีพที่หุ่นยนต์หรือระบบออโตเมชันจะแทนที่ได้ยาก คืออาชีพที่ต้องใช้ทักษะทางสังคมสูง เจรจาต่อรองกับผู้คนหรือทำงานเป็นทีม มีการคิดค้นปรับเปลี่ยนวิธีทำงานบ่อยครั้ง

 

อาชีพ “รอด”

  • ทันตแพทย์

  • เภสัชกร

  • ตำรวจ

  • ช่างไฟฟ้า

กลุ่มอาชีพที่มีการใช้ทักษะทางสังคมปานกลาง และยังต้องคิดค้นวิธีการทำงานใหม่ๆ อยู่เสมอ แต่มีเทคโนโลยีที่เข้ามาทดแทนทักษะบางอย่างได้ทำให้ตลาดงานต้องการกำลังคนน้อยลง

 

อาชีพ “ร่วง”

  • แรงงานก่อสร้าง

  • พนักงานขับรถ

  • ช่างยนต์

  • พนักงานทั่วไปในออฟฟิศ

กลุ่มอาชีพที่ทำงานซ้ำเดิม ไม่ได้ต้องการทั้งทักษะทางวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ระดับสูงและทักษะทางสังคม ทำให้หุ่นยนต์สามารถทำงานแทนได้

 

อ้างอิง


พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer

Update : 16 สิงหาคม 2561

View : 3,487



Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 242,334

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 71,794

3

ราคาทองคำไตรมาส 4 โอกาสลงมากกว่าขึ้น

Update : 19 พฤศจิกายน 2557

view : 41,842


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group