News / GLOBAL

เบื้องหลังยุคบูมครั้งใหม่ของเส้นทางบินระยะไกล (ultra-long-haul)

ในการแข่งขันเอาชนะธรรมชาติ เที่ยวบินตรงยาว 19 ชั่วโมงของสายการบิน Singapore Airlines น่าจะครองตำแหน่งชนะเลิศในแง่ของระยะทาง เที่ยวบินจากสิงคโปร์ไปยังสนามบิน Newark ใน New York นั้นยาวถึง 9,500 ไมล์ ในขณะที่นกปากแอ่นหางลายจะบินเป็นระยะทาง 7,000 ไมล์ในฤดูอพยพระหว่างรัฐ Alaska กับประเทศนิวซีแลนด์ ความแตกต่างอย่างเดียวระหว่างทั้งคู่คือฝูงนกเหล่านี้จะต้องบินต่อเนื่องถึง 9 วัน

เที่ยวบินใหม่ของ Singapore Airlines นับว่าได้รับความสนใจจากสื่อมาก เมื่อพิจารณาว่าเที่ยวบินนี้เคยทำการบินมาแล้วเมื่อ 9 ปีก่อน ก่อนที่จะหยุดดำเนินการไปในปี 2013 จากภาวะราคาน้ำมันพุ่งกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

สื่อมวลชนหลายรายยกให้การนำเที่ยวบินนี้กลับสู่ตารางบินอีกครั้งของ Singapore Airlines เป็นศักราชใหม่ของไฟลท์บินตรงระยะไกล (ultra-long-haul) สำนักข่าว BBC พาดหัวเชิงตั้งคำถามว่า “นี่คืออนาคตของเที่ยวบินระยะไกลหรือไม่?” ขณะที่นิตยสาร Fortune พาดหัวยาวเหยียด “19 ชั่วโมงสู่ Newark: Singapore Airlines กลับมาทวงบัลลังก์ศึกเที่ยวบินระยะไกลของโลก” 

ถึงแม้ว่าเที่ยวบินข้ามโลกแบบนี้จะกินใจมนุษยชาติที่ต่างมีโลกแฟนตาซีของการได้บินเคียงคู่ไปกับฝูงนก แต่ในแง่มุมความเป็นจริงเชิงเศรษฐศาสตร์นั้นแตกต่างออกไป

การแข่งขันรอบล่าสุดของไฟลท์บินระยะไกลเกิดขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ 2000s ด้วยตัวแปรสำคัญคือเครื่องบิน Boeing 777 และ Airbus A340 (777-200LR และ A340-500) สายการบินต่างแสวงหาข้อได้เปรียบจากโมเดลเครื่องบินใหม่ที่สามารถบินได้นาน 18 ชั่วโมงนี้ด้วยการออกเที่ยวบินเชื่อมต่อระหว่างทวีปเอเชียกับสหรัฐอเมริกา จนถึงปี 2008 มีไฟลท์บินไกลกว่า 8,000 ไมล์ทั้งหมด 10 เที่ยวบินในตาราง

แต่ในความเป็นจริงนั้น หลายสายการบินต้องเผชิญปัญหา สายการบินไทยยกเลิกไฟลท์บินจากกรุงเทพฯ สู่ L.A. และ New York ขณะที่ Singapore Airlines เปลี่ยนแปลงเที่ยวบินสู่ New York เป็นเที่ยวบินชั้นธุรกิจทั้งลำ 100 ที่นั่งซึ่งดำเนินการอยู่ 5 ปีก่อนจะต้องยอมจำนนและยกเลิกไป


การบินไทยเองก็เคยมีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ Los Angeles และ New York ซึ่งต้องใช้เวลาบินนานถึง 18 ชั่วโมง

เหตุและผลนั้นง่ายดาย นั่นคือ การที่คุณจะบินได้ไกลขึ้น คุณต้องแบกเชื้อเพลิงที่มากขึ้นไปด้วย และเมื่อต้องเพิ่มปริมาณเชื้อเพลิง คุณก็ต้องสละพื้นที่ว่างบนเครื่องซึ่งควรจะนำมาใช้สร้างรายได้ 

ถึงแม้ว่าบริษัทผลิตเครื่องบินจะอ้างว่าโมเดลเครื่องรุ่นใหม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้ 25% แต่เครื่องบินเหล่านี้ก็ยังบริโภคน้ำมันประมาณ 6 ตันต่อชั่วโมง ดังนั้นการบินระยะไกลเพิ่มขึ้นอีก 4 ชั่วโมงแปลว่าเครื่องจะต้องการน้ำมันเพิ่มอีกอย่างน้อย 25 ตัน ปริมาณเชื้อเพลิง 25 ตันที่จะทำให้เครื่องขาดพื้นที่บรรทุกคนหรือสิ่งของเพิ่มเพียงเพื่อทำให้เครื่องไม่ต้องหยุดแวะกลางทางแม้แต่จุดเดียว

นอกจากนี้ยังมีต้นทุนอื่นๆ อีกสำหรับเที่ยวบินไม่แวะพักยาว 18 ชั่วโมง นั่นคือลูกเรือ 2 ชุดสำหรับสับเปลี่ยนระหว่างที่อีกชุดหนึ่งพักผ่อน, บริการอาหารที่ซับซ้อนขึ้น รวมถึงน้ำสำหรับดื่มและสำหรับบริการห้องน้ำบนเครื่องบิน หากต้องการรายได้ที่ครอบคลุมต้นทุนเหล่านี้ เที่ยวบินนั้นๆ จะต้องได้ค่าพรีเมียมที่สูงกว่าไฟลท์บินแบบแวะพักทั่วไป

แม้ต้นทุนจะสูงแต่ 2-3 ปีที่ผ่านมาจำนวนเที่ยวบินระยะไกลก็เริ่มเพิ่มขึ้นอีกครั้ง เส้นทางบินในตารางเดือนตุลาคมนี้ที่มีเที่ยวบินไกลกว่า 8,000 ไมล์ถึง 26 เส้นทางรวมถึงอีก 3 เส้นทางที่กำลังจะประกาศเร็วๆ นี้ (ข้อมูลจาก OAG วิเคราะห์โดย ICF) 

ผู้ที่สนับสนุนเที่ยวบินระยะไกลมักกล่าวว่า ด้วยเทคโนโลยีเครื่องบินโมเดลใหม่ เช่น เครื่องบินเครื่องยนต์คู่ A350-ULH นั้นประหยัดน้ำมันกว่าเครื่องบินรุ่นก่อนๆ จนสามารถเปลี่ยนสมการการบินพาณิชย์ได้ ซึ่งตัวแปรนี้อาจจะเป็นไปได้สำหรับบางเส้นทาง


Dubai ฮับการบินพาณิชย์ของโลกซึ่งกลายเป็นตัวแปรใหม่ของเส้นทางบินระยะไกล (PHOTO CREDIT: Emirates)

อย่างไรก็ตาม มีปรากฏการณ์อื่นที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันด้วย กล่าวคือ เที่ยวบินระยะไกลหลายเส้นทางในยุคบูมก่อนหน้านี้เป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อเมืองหลักทางธุรกิจเข้าด้วยกัน โดยเป็นเส้นทางที่ผู้โดยสารส่วนใหญ่ยินดีจ่ายค่าพรีเมียมเพื่อเดินทางจากจุด A ไปยังจุด B โดยไม่แวะพัก 

ในทางกลับกัน ครึ่งหนึ่งของเส้นทางบินไกลทุกวันนี้เป็นการเชื่อมต่อไปยังฮับขนาดใหญ่ในตะวันออกกลาง ยกตัวอย่างเช่น ไฟลท์บิน Dubai-Auckland ที่เริ่มบินเมื่อปี 2016 พนันได้เลยว่าผู้โดยสารจำนวนมากต้องการไปเปลี่ยนเครื่องที่ Dubai เพื่อเดินทางสู่จุด C ต่อไป สำหรับผู้โดยสารกลุ่มนี้ ไฟลท์บินระยะไกลเส้นทางใหม่จากจุด A ตรงไปจุด C น่าจะเป็นการเชื่อมต่อที่ดี แต่ขึ้นอยู่กับว่าผู้โดยสารเหล่านี้จะยอมจ่ายค่าพรีเมียมหรือไม่?

แน่นอนว่ามีผู้โดยสารกลุ่มหนึ่งที่ยอมจ่ายมากกว่าเพื่อบินข้ามโลกแบบไม่แวะพัก นั่นคือผู้โดยสารธุรกิจ เตียงนอนราบ 180 องศาและคืนแห่งการพักผ่อนที่ดีนั้นคุ้มค่าพอที่พวกเขาจะจ่ายเพิ่มอีก 1,000 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเส้นทางบินระยะไกลประมาณ 10 เส้นทางทั่วโลกนั้นมีดีมานด์ดังกล่าวมากพอจะสร้างรายได้จากค่าพรีเมียม โดย 5 เส้นทางในจำนวนนั้นเป็นไฟลท์บินไป-กลับจากออสเตรเลีย ส่วนเส้นทางบินระยะไกลใหม่ๆ ที่เพิ่งเปิดตัวนั้นยังยากที่จะตัดสินความคุ้มค่า

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ไฟลท์ระยะไกลเส้นทางใหม่เหล่านี้จะยังคงถูกจับตามอง เราอาจจะลืมเวทมนต์ของการบินไปในเส้นทางระยะใกล้ แต่เมื่อเป็นการบินไกลถึง 8,000 ไมล์บนฟากฟ้า สิ่งนี้จะยังคงเป็นความมหัศจรรย์อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการบินของนกอพยพหรือนกเหล็กก็ตาม

 

แปลและเรียบเรียงจาก What's Behind The New Boom In Ultra-Long-Haul Airline Flights โดย Samuel Engel รองประธานและกรรมการผู้จัดการด้านการบิน ICF ตีพิมพ์ใน forbes.com


พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer

Update : 29 ตุลาคม 2561

View : 697



Most Popular
1

วิวาห์แห่งปี "ลูกสาวเจ้าสัวซีพี" ควง "ดร

Update : 07 พฤศจิกายน 2557

view : 127,141

2

กลโกงอีคอมเมิร์ซจีน ส่งพัสดุที่ไม่ได้สั่

Update : 15 ธันวาคม 2560

view : 120,003

3

SC ASSET คำตอบของทุกความคุ้มค่าเหนือกาลเ

Update : 13 กุมภาพันธ์ 2561

view : 115,790


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group