people / TALENTED 20s

พีระพล ทยานุวัฒน์ ปั้น “แกรนด์โฮม” โฉมใหม่

ทายาทคนสุดท้องแห่งครอบครัวผู้ค้าวัสดุตกแต่งบ้านรายใหญ่ ร่วมนำทัพ “รุ่น 2” สร้างภาพลักษณ์ใหม่ ปรับ “แกรนด์โฮม” ให้ทันสมัย มุ่งหวังขยายฐานครองใจลูกค้ารายย่อย

จากธุรกิจของครอบครัวที่แยกตัวจากธุรกิจต้นตระกูลเมื่อ ราชัญ ทยานุวัฒน์ ที่ขอสร้างเส้นทางความสำเร็จของตนเอง ผนึกกำลังกับ ประไพผู้เป็นคู่ชีวิต แตกหน่อก่อตั้ง บริษัท แกรนด์ โฮมมาร์ท จำกัด ขึ้นในปี 2532 ดำเนินธุรกิจค้าขายวัสดุตกแต่งบ้านในนาม “แกรนด์โฮมมาร์ท” แม้กิจการแต่สถานการณ์ของความต้องการในตลาดและสมรภูมิการแข่งขันเรียกร้องให้ธุรกิจของราชัญต้องปรับตัว กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ พีระพล ทยานุวัฒน์ ทายาทคนเล็กอาสาเข้ามารับช่วงต่ออย่างเต็มใจ ผลักดันให้ธุรกิจหลายพันล้านของครอบครัวเติบโตอย่างแข็งแกร่งภายใต้ชื่อใหม่ “แกรนด์โฮม” ที่ปัจจุบันมี 6 สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ปรับโฉมด้วยรุ่น 2

Forbes Thailand พบกับพีระพล วัย 28 ปี กรรมการบริหารของบริษัทที่แกรนด์โฮม บางนา บนถนนบางนา-ตราด กม.10 ซึ่งเป็นสาขาใหม่หมาด พีระพลมีพี่สาวคือ พริม ซึ่งอายุห่างกันเพียง 1 ปี และมีแฝดผู้พี่คือ พีระพัฒน์ ทั้งสามเติบโตและผูกพันกับธุรกิจของครอบครัวจึงตั้งใจว่าวันหนึ่งจะเข้ามาช่วยดูแลกิจการให้ก้าวหน้า

ภายหลังจบปริญญาตรีด้าน Interior Design ที่ Parsons School of Design จบแล้วทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบที่ Jeffrey Beers International บริษัทให้คำาปรึกษาด้านสถาปัตยกรรมและออกแบบตกแต่งภายในได้ราว 1 ปี ก่อนที่พีระพลในวัย 23 ปี จะตัดสินใจทิ้งอาชีพซึ่งกำลังไปได้ดีทั้งตัวงานและการเงินกลับมาสานต่อธุรกิจค้าวัสดุตกแต่งบ้านในปี 2554 เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่น แกรนด์โฮมหรือชื่อขณะนั้นคือแกรนด์โฮมมาร์ท เลือกวางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้เล่นในธุรกิจวัสดุตกแต่งบ้านที่เชี่ยวชาญเรื่องกระเบื้องและสุขภัณฑ์ มีด้วยกัน 4 สาขา คือ รัตนาธิเบศร์ รามอินทรา งามวงศ์วาน และศรีนครินทร์ ส่วนบางบัวทองเป็นที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้า พีระพลเข้ามาช่วยดูแลฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ เช่นการกระตุ้นการขายสินค้าผ่านการจัดโปรโมชั่น รวมทั้งมองหาลู่ทางในการสร้างโอกาสใหม่ๆ

ขยายฐานสู่ลูกค้ารายย่อย

ก่อนหน้านี้ลูกค้า 70% ของแกรนด์โฮม คือลูกค้าโครงการ ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของไทย อาทิ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ฯลฯ ที่ให้แกรนด์โฮมจัดหากระเบื้องและสุขภัณฑ์แบรนด์ต่างๆ จากในประเทศและต่างประเทศ ป้อนโครงการอสังหาฯ ที่เจาะกลุ่มลูกค้าทุกระดับ ส่วนอีก 30% คือลูกค้ากลุ่มค้าปลีก (รีเทล) ที่ต้องการตกแต่งบ้านด้วยตนเอง

หลังสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ครั้งใหญ่ในปี 2554 ลูกค้ากลุ่มค้าปลีกหรือลูกค้ารายย่อยเริ่มเข้าร้านมาจับจ่ายสินค้าเพื่อซ่อมแซมบ้านมากขึ้น จุดนี้เองทำให้ผู้บริหารแกรนด์โฮมครุ่นคิดถึงการขยายฐานเข้าสู่กลุ่มลูกค้ารายย่อยอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับ B ขึ้นไป ซึ่งต้องการวัสดุตกแต่งบ้านคุณภาพดีคุ้มราคา

“ธุรกิจอสังหาฯ ส่วนโครงการ ทั้งดีเวลอปเปอร์ ผู้รับเหมาก่อสร้างดีไซเนอร์ ฯลฯ ไม่มีใครไม่รู้จักแกรนด์โฮมแต่ปัญหาคือส่วนรีเทลที่ยังไม่ค่อยรู้จักเรา ตอนที่ผมกลับมาต้องยอมรับว่าเราไม่มีคาแรคเตอร์ จึงต้องสร้างคาแรคเตอร์ขึ้นมาว่าลูกค้าอยากเห็นอะไรในตัวเรา”

พีระพลให้ข้อมูลคร่าวๆ เกี่ยวกับมูลค่ารวมของตลาดกระเบื้องและสุขภัณฑ์ในกรุงเทพฯ ว่าอยู่ที่ราว 2.5 หมื่นล้านบาท และต่างจังหวัดอีกราว 1.7 หมื่นล้านบาท แกรนด์โฮมมีส่วนแบ่งตลาดราว 20% ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายปัจจุบัน แกรนด์โฮมแบ่งสินค้าออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ กระเบื้อง มีสัดส่วน 50% ของสินค้าทั้งหมด เป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ เช่น คอตโต้ โสสุโก้ ดูราเกรส ฯลฯ และนำเข้าแบรนด์กระเบื้องชั้นนำจากยุโรปอย่าง Marazzi และ ABK จากอิตาลี กระเบื้องจากสเปน รวมถึงแบรนด์ระดับบนอย่าง Marco Polo และ Dongpeng จากจีนรวมทั้งนำเข้าจากเวียดนามและอินโดนีเซียรวมกระเบื้องทั้งหมดที่จำหน่ายขณะนี้มีร่วม 100 แบรนด์ ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าทุกประเภทที่อยู่อาศัย

“การใช้งานกระเบื้องนั้น ส่วนหนึ่งวัดกันที่ความพอใจของลูกค้าว่าอยากนำไปใช้งานแบบไหน มีรูปลักษณ์และราคาอย่างไรมากกว่าจะดูว่ามาจากประเทศไหน เพราะสุดท้ายลูกค้าจะเชื่อมั่นในแบรนด์ที่ขายให้เขามากกว่า เช่นถ้ามีปัญหาอะไรเราก็มีบริการหลังการขาย” พีระพลอธิบาย

สินค้าที่มีสัดส่วนรองลงมา คือ สุขภัณฑ์เช่น อ่างล้างหน้า ชักโครก ฯลฯ แบรนด์ คอตโต้ อเมริกันสแตนดาร์ด โคห์เลอร์ เป็นต้น จำนวน 20% ส่วนอีก 30% ได้แก่ ครัว พร็อพ (สินค้าตกแต่งบ้านให้สวยงาม) ไลท์ติ้ง และสินค้าประเภท DIY (กลุ่มอุปกรณ์หรือเครื่องมือตกแต่งบ้าน)

เมื่อดูทิศทางการเติบโตของธุรกิจวัสดุก่อสร้างในกลุ่มกระเบื้องและสุขภัณฑ์สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ระบุใน “สรุปภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมปี 2559 และแนวโน้มปี 2560” ที่เผยแพร่ในเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมาว่าการผลิตเซรามิกในปี 2559 ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัวได้ไม่มาก ทำให้การลงทุนภาคอสังหาฯ ชะลอตัวส่วนผู้บริโภคก็มีปัญหาหนี้ครัวเรือนในระดับสูงการผลิตเซรามิกเพื่อใช้เป็นวัสดุก่อสร้างจึงได้รับผลกระทบต่อเนื่อง โดยปริมาณการผลิตกระเบื้องปูพื้น บุผนัง ในปี 2559 มีประมาณ 150.67 ล้านตารางเมตร ลดลง1.31% เมื่อเทียบกับปี 2558 ส่วนปริมาณการผลิตเครื่องสุขภัณฑ์ มีประมาณ 7.51 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้น 3.73% เมื่อเทียบกับปี 2558

ขณะที่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจธนาคารไทยพาณิชย์ เผยรายงานด้านอุตสาหกรรมการก่อสร้างของไทยไว้เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วว่า อุตสาหกรรมกระเบื้องปูพื้นปูผนังเซรามิกมีแนวโน้มดีจากความต้องการใช้ที่สูงขึ้น โดยมีการก่อสร้างภาคเอกชนเป็นแรงสนับสนุนหลัก คาดว่าปริมาณความต้องการใช้กระเบื้องปูพื้นปูผนังเซรามิกในประเทศจะสูงราว 247 ล้านตารางเมตรในปี 2560 เติบโต 9% จากปี 2559

ด้วยความจำเป็นในการรุกตลาดมากขึ้นพีระพลโน้มน้าวให้ผู้บริหารของครอบครัวเห็นถึงความสำคัญการปรับตัวเพื่อสร้างภาพลักษณ์และการจดจำของผู้บริโภค ในที่สุดครอบครัวทยานุวัฒน์จึงทุ่มงบราว 1.2 พันล้านบาทสร้างสาขาแฟล็กชิพบนพื้นที่ 25 ไร่ มีพื้นที่โชว์รูม 21,000 ตารางเมตร ด้วยแนวคิดวาไรตี้สร้างจุดเด่นด้วยการนำเสนอสินค้าทั้ง 6 ประเภทให้ดูเข้าถึงง่ายและเข้าใจง่าย เปิดร้านอาหาร Grand de Cafe บนพื้นที่ 400 ตารางเมตร นำสินค้าที่จำหน่ายในแกรนด์โฮมมาตกแต่งเป็นเหมือนโชว์รูมไปในตัวให้ลูกค้าได้เข้ามารับประทานอาหารระหว่างเลือกซื้อสินค้า และเตรียมหาช่องทางขยายธุรกิจด้วยการจับมือกับพันธมิตรซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจวัสดุตกแต่งบ้านในประเทศดังกล่าว ส่งออกหาโอกาสใหม่ๆ ทั้งช่องทางการจำหน่ายและหมวดหมู่สินค้า และไม่ลืมที่จะปรับตัวให้เร็วเช่นที่เคยทำมาแล้ว

“คุณพ่อคุณแม่สนับสนุนลูกๆ เต็มที่ เราคุยกันตลอดถึงทิศทางของบริษัทว่าทำอย่างไรถึงจะดูสดใหม่ เพราะเทรนด์ต่างๆ และพฤติกรรมต่างๆ ของลูกค้าเปลี่ยนไป เขารับฟังความคิดเห็นของวัยเราและเปิดโอกาสให้ลองทำ เมื่อดูผลตอบรับจากลูกค้าก็ถือว่าดีลูกค้าเก่าก็เข้าใจทิศทางของเรามากขึ้นส่วนลูกค้าที่ไม่เคยรู้จักก็เริ่มรู้จักและเข้ามามากขึ้น” ลูกไม้ใต้ต้นกล่าวทิ้งท้าย


คลิกอ่าน "พีระพล ทยานุวัฒน์ ปั้น “แกรนด์โฮม” โฉมใหม่ได้ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับ กรกฎาคม 2560 ในรูปแบบ e-Magazine


สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor

Update : 10 สิงหาคม 2560

View : 825



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 16,156

Most Popular
1

วาสนา ลาทูรัส, NaRaYa กระเป๋าผ้าพันล้าน

Update : 27 กุมภาพันธ์ 2558

view : 29,737

2

ศรีตรังนำทัพยางไทย แจ้งเกิดแบรนด์ระดับโล

Update : 12 กันยายน 2559

view : 26,684

3

ไพบูลย์ อังคณากรกุล สู่ทศวรรษใหม่อาซีฟาห

Update : 05 เมษายน 2560

view : 22,976

top list

ประธานเฟดคนใหม่ และทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่อา..

Update : 03 พฤศจิกายน 2560

view : 888

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 5,295

ความผันผวนที่มากขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แต..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 1,671


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย