people / COVER STORY

HARALD LINK ถอดรหัสอาณาจักรบี.กริม สูตรบริหารองค์กรร้อยปี

การเดินทางข้ามศตวรรษของธุรกิจครอบครัวเก่าแก่ ด้วยความมุ่งมั่นยกระดับประเทศให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลง พร้อมปรับตัวสร้างธุรกิจเสริมทัพความแข็งแกร่งจากห้างขายยาถึงพลังงานเพื่อขับเคลื่อนสู่ระดับ 1.5 แสนล้านฉลองครบรอบ 150 ปี

รอยทางของอาณาจักรธุรกิจที่ก้าวผ่านกาลเวลาร่วม 139 ปีได้รับการถ่ายทอดเป็นบันทึกอันมีค่า ด้วยความสำคัญของเรื่องราวที่ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับการเติบโตของธุรกิจหมื่นล้าน แต่ยังเกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาประเทศ นับตั้งแต่เริ่มต้นห้างจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรมและเคมีภัณฑ์ย่านซอยโอเรียลเต็ลชื่อ “Siam Dispensary” ในปี 2421 โดย Bernhard Grimm เภสัชกรชาวเยอรมัน และ Erwin Mueller พ่อค้าชาวออสเตรีย ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นเภสัชกรหลวงแห่งราชสำนักไทยในรัชสมัยของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

สองเภสัชกรหลวงแห่งราชสำนักไทยมุ่งมั่นใช้ความรู้และความชำนาญในวิชาชีพสร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศ โดยว่าจ้าง Adolf Link เภสัชกรหนุ่มจาก Lübeck ประเทศเยอรมนีเป็นผู้จัดการร้าน และขยายสาขาในปี 2446 พร้อมเริ่มต้นบุกเบิกหลากหลายธุรกิจที่ช่วยพัฒนาประเทศในเวลาต่อมา ไม่ว่าจะเป็น สัมปทานโทรเลขที่เกาะสีชัง การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า บี.กริมแอนด์โก (B.Grimm & Co) เช่น กระบี่ แว่นตา จนถึงกระเบื้องที่ใช้สร้างวัดพระแก้ว เป็นต้น

Harald Link ประธานกลุ่มบริษัท บี.กริม ได้กล่าวย้อนถึงการเริ่มต้นตำนานบทใหม่ของตระกูล Link เมื่อ Adolf ซื้อต่อกิจการทั้งหมดและส่งต่อไปยังบุตรชาย Herbert และ Gerhard Link ผู้เป็นบิดาของตน

แม้กลุ่มบี.กริมจะต้องเผชิญกับมรสุมครั้งใหญ่ในสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 จนทำให้บริษัทต้องหยุดการดำเนินกิจการทั้งหมด แต่สองพี่น้องทายาทตระกูล Link สามารถแสดงฝีมือกอบกู้ธุรกิจให้ฟื้นคืนสำเร็จพร้อมเปิดประวัติศาสตร์ใหม่ทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น งานผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ผู้รับเหมาติดตั้งอุปกรณ์สถานีวิทยุ โรงงานผลิตรองเท้า กระดาษ ผลิตเครื่องปรับอากาศ เครื่องใช้ไฟฟ้า หน้ากากป้องกันแก๊สพิษให้กองทัพ เป็นต้น

Gerhard ผู้เป็นบิดาให้เข้ามาเรียนรู้งานในตำแหน่งผู้ช่วยหุ้นส่วนผู้จัดการ ก่อนจะก้าวสู่การเป็นประธานกลุ่มบริษัทในปี 2531 ซึ่งสามารถสร้างความมั่งคั่งให้ Harald Link เป็นเศรษฐีอันดับที่ 23 ของประเทศด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 1.12 พันล้านเหรียญ หรือ 4.14 หมื่นล้านบาทจากการจัดอันดับของ Forbes ปี 2560



วิกฤตสร้างความเป็นหนึ่ง

ตลอดระยะเวลามากกว่าศตวรรษของการดำเนินธุรกิจที่ต้องฟันฝ่ามรสุม ทั้งวิกฤตค่าเงินดอยช์มาร์กเยอรมันขึ้นเป็นเท่าตัวในปี 2527 วิกฤตเศรษฐกิจปี 2535 วิกฤตค่าเงินบาทลอยตัวในปี 2540 ทั้งหมดไม่เพียงเป็นบทเรียนสำหรับ Harald แต่ยังเป็นโอกาสในการผนึกกำลังคนบี.กริมให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น อันเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถก้าวผ่านทุกปัญหาและอุปสรรคอย่างแข็งแกร่ง

“ปัญหาที่เกิดขึ้นกลายเป็นบทเรียนที่ดี และทำให้ผมรู้ว่า เวลามีปัญหา คนไทยในบริษัทร่วมมือกันเต็มที่ เราประชุมกันทุกวัน ทำให้สามารถแก้วิกฤตปี 2527 ได้ภายใน 1 ปีเช่นเดียวกับวิกฤตปี 2540 ที่ค่าเงินลอยตัวทำให้ดอกเบี้ยเราเพิ่มขึ้น 3 เท่าได้สำเร็จเราแก้ไขปัญหาอย่างค่อยเป็นค่อยไปแต่ละบริษัท โดยมีพันธมิตรให้การสนับสนุนและทุกคนในบริษัทช่วยกัน”

นอกจากนั้น Harald ยังเชื่อมั่นในหลักพุทธศาสนาที่สามารถนำมาปรับใช้ในการบริหารองค์กรร้อยปีให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืน โดยยึดถือหลักพรหมวิหาร 4 ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา

ผนึกอาณาจักรบี.กริม

บทพิสูจน์ความสำเร็จด้านการบริหารของ Harald สะท้อนชัดในกลุ่มบี.กริมที่ดำเนินธุรกิจครอบคลุมหลากหลายด้าน ได้แก่ ธุรกิจพลังงาน ระบบภายในอาคารและอุตสาหกรรม สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ อสังหาริมทรัพย์ คมนาคม และเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีบทบาทเป็นทั้งผู้บุกเบิกธุรกิจและพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำระดับโลก เช่น อมตะ คอร์ปอเรชั่น เบเยอร์ แคเรียร์ ซีพี กรุ๊ป ฮาม่อน เคเอสบี มาเคท์ เมิร์ค ซีเมนส์ และซูมิโตโม

“รายได้รวมของเราปีนี้น่าจะประมาณ 4.4 หมื่นล้านบาท ปีหน้าประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 100 เท่าจากยอดขาย 493 ล้านบาทในปีที่ผมเข้ามา นำโดยโรงไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วน 75% ของรายได้รวม รองลงมาเป็นระบบปรับอากาศที่ทำมา 55 ปี และธุรกิจสุขภาพ เราทำมา 139 ปี ถ้าธุรกิจอายุไม่ถึง 20 ปี เรามองว่าสั้น”


 

กลุ่มบี.กริม ได้ริเริ่มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศกับหุ้นส่วนทางธุรกิจ ด้วยการเข้าพัฒนาโครงการเกี่ยวกับการขนส่ง โดยบริษัทเป็นผู้จัดหาสินค้าและเครื่องจักรสำหรับระบบขนส่งมวลชนด้วยระบบไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศ นับตั้งแต่รถไฟฟ้าบีทีเอส ในปี 2537 รถไฟฟ้ามหานคร ในปี 2547 รวมถึงเป็นผู้นำของกิจการค้าร่วมในการก่อสร้างรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Airport Rail Link) เพื่อเชื่อมการเดินทางระหว่างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกับใจกลางกรุงเทพฯ ในปี 2533 ทั้งยังเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกับบริษัทต่างประเทศ เช่น Krupp, Siemens, Carl Zeiss

“เรามั่นใจในประสบการณ์สร้างโรงไฟฟ้ามากกว่าร้อยปี และเป็นตัวแทนของ Siemens ขายรถไฟฟ้าและอุปกรณ์ติดตั้งระบบต่างๆ เรารู้ว่า การทำโครงการใหญ่ต้องทำอย่างไรซึ่งธุรกิจโรงไฟฟ้าของเราเกิดขึ้นหลังจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของอเมริกาและญี่ปุ่นปฏิเสธคุณวิกรม บี.กริมจึงขอลองทำ” Harald กล่าวถึงการตัดสินใจก่อตั้งบี.กริม เพาเวอร์ ในปี 2536 และเปิดโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 1 ในเดือนกันยายน พ.ศ.2541 ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ชลบุรี ด้วยกำลังการผลิตเริ่มต้น 90 เมกะวัตต์ ภายใต้วิสัยทัศน์ World Class Energy Company

ขณะที่จุดเด่นของบี.กริม เพาเวอร์ ได้แก่โครงสร้างทีมบริหารมืออาชีพที่สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ทำให้บริษัทมีความได้เปรียบในการบริหารจัดการต้นทุน และความโดดเด่นของโครงการโรงไฟฟ้าที่พัฒนาในหลากหลายรูปแบบครอบคลุมโรงไฟฟ้าทุกขนาด ด้วยเชื้อเพลิงแตกต่างกัน เช่น ก๊าซ ลม แสงอาทิตย์ และพลังน้ำจากเขื่อน พร้อมทั้งบริษัทยังมีพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และฐานตลาดชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมหลักทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนั้น ธุรกิจพลังงานของบี.กริม ยังเสริมทัพความแข็งแกร่งด้วยการเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2560 ในชื่อย่อ BGRIM โดย Harald ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 71.8%

ปัจจุบันบี.กริม เพาเวอร์สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ด้วยอัตราเฉลี่ย 20% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พร้อมเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 28 โครงการ นอกจากนี้ บริษัทยังมีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนาโครงการอีก 15 โครงการ

“สัดส่วนในอนาคตไม่สามารถคาดการณ์ได้เพราะเรามีแผนสำหรับธุรกิจอื่นจำนวนมากรวมถึงการเข้าสู่ธุรกิจใหม่ เช่น การจับมือกับตระกูลรัตนรักษ์ทำธุรกิจเดินเรือขนส่งเชิงพาณิชย์ เราเข้าไปช่วงที่ตลาดแย่มาก ทำให้ได้เรือที่ดีที่สุดในโลก ในราคาดีที่สุดในโลกพร้อมทั้งหุ้นส่วนที่ดี ผมไม่กลัวการเริ่มต้นธุรกิจใหม่และขยายการลงทุนไปยังประเทศอื่น” Harald กล่าวถึงความพร้อมลงทุนทุกโอกาสทางธุรกิจตามจังหวะที่เหมาะสมเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย 1.5 แสนล้านบาท หรือเติบโต 3 เท่าเมื่อบริษัทครบรอบ 150 ปี

การเดินทางสู่ศตวรรษใหม่

แม้อาณาจักรบี.กริม จะได้รับการวางฐานรากไว้อย่างแข็งแกร่ง แต่การสืบทอดธุรกิจของครอบครัว Harald ให้อิสระทายาทเลือกเส้นทางของตนเอง ดังเช่น Felix บุตรชายคนสุดท้องวัย 33 ปี ได้ใช้เวลาศึกษาด้านธรรมะและการปฏิบัติสมาธิอย่างเต็มที่ตามความสนใจก่อนจะเข้าสู่ร่มเงาของครอบครัวในสายงานอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างประโยชน์ให้สังคมและพัฒนาประเทศผ่านการดำเนินธุรกิจ

“ลูกชายเราพึ่งได้ทางด้านจิตใจ ส่วนลูกสาวเราพึ่งได้เรื่องธุรกิจ โดยในช่วงปรับเปลี่ยนองค์กร ผมตั้งเงื่อนไขห้ามไล่พนักงานออก ซึ่ง Caroline สามารถทำได้ดีมากเขาเป็นซีอีโอได้ ทุกคนรักเขา แต่เขาต้องการให้แต่ละบริษัทมีซีอีโอบริหาร โดยเขาเป็นกรรมการและดูแลบุคลากรทุกคนอย่างทั่วถึง” Harald กล่าวถึงบุตรสาวคนโตในวัย 34 ปี ซึ่งสามารถแสดงฝีมือพิสูจน์ความพร้อมในการขับเคลื่อนอาณาจักรบี.กริม หลังจากสำเร็จการศึกษาในหลากหลายหลักสูตรจากอเมริกาและยุโรป

เส้นทางการทำงานของ Caroline เริ่มต้นจากการสั่งสมประสบการณ์ด้านกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ การสื่อสารภายในและภายนอกองค์กร รวมถึงกลยุทธ์ทางการตลาด การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล และการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม พร้อมทั้งเข้าร่วมฝึกงานกับธุรกิจหลากหลายสายธุรกิจของบริษัท

ปัจจุบัน Caroline ในวัย 34 ปี เป็นผู้บริหารของบี.กริม ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท บี.กริม เรียลเอสเตท คณะกรรมการและสมาชิกคณะกรรมการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) คณะกรรมการและสมาชิกคณะกรรมการฝ่ายการตลาดของ บริษัท แคเรียร์ ประเทศไทย จำกัด และคณะกรรมการบริษัท เมอร์ค จำกัด ประเทศไทยรวมถึงยังดูแลงานด้านการวางกลยุทธ์สื่อสารภายในและภายนอกองค์กร ตลอดจนด้านกิจกรรมเพื่อสังคม



ในความยั่งยืนของอาณาจักรบี.กริม Harald ปิดท้ายถึงค่านิยมที่ถ่ายทอดในตระกูล Linkได้แก่ Freedom Care และ Contribution เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายสูงสุดในชีวิตของเขา หลังส่งมอบตำแหน่งผู้นำทัพธุรกิจ

“ประโยชน์ของคนในแต่ละช่วงอายุแตกต่างกัน ผมเข้าใจเรื่องธุรกิจ การทำงานเป็นทีมความร่วมมือ และกลยุทธ์ แต่เมื่ออายุ 80 ปี ผมคงไม่อยู่ในวงการธุรกิจ ผมจะเป็นประโยชน์ได้หากมี wisdom ช่วยให้ตัดสินใจเรื่องยากๆ ได้ ผมพยายามหาทุกทางที่จะได้รับ wisdom แท้จริง โดยธรรมะและการทำสมาธิสามารถช่วยผมได้มาก”

เรื่อง: พรพรรณ ปัญญาภิรมย์ และ ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์ ภาพ: ชัยสิทธิ์ จุนเจือดี

 


อ่าน "HARALD LINK ถอดรหัสอาณาจักรบี.กริม สูตรบริหารองค์กรร้อยปี" ฉบับเต็มได้ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับ กันยายน 2560 ในรูปแบบ e-Magazine


พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor

Update : 12 ตุลาคม 2560

View : 7,008



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 16,156

Most Popular
1

วาสนา ลาทูรัส, NaRaYa กระเป๋าผ้าพันล้าน

Update : 27 กุมภาพันธ์ 2558

view : 29,737

2

ศรีตรังนำทัพยางไทย แจ้งเกิดแบรนด์ระดับโล

Update : 12 กันยายน 2559

view : 26,683

3

ไพบูลย์ อังคณากรกุล สู่ทศวรรษใหม่อาซีฟาห

Update : 05 เมษายน 2560

view : 22,976

top list

ประธานเฟดคนใหม่ และทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่อา..

Update : 03 พฤศจิกายน 2560

view : 888

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 5,295

ความผันผวนที่มากขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แต..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 1,671


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย