people / COVER STORY

สุหฤท สยามวาลา รุ่น 4 แห่ง DHAS สู่ยุคไหลลื่นรับจุดเปลี่ยน


แฟ้มตราช้างซึ่งผลิตจากโรงงานห้องแถวเริ่มเข็นสู่ตลาดเมื่อปี 2513 คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่เป็นรากฐานของธุรกิจผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องเขียน เครื่องใช้สำนักงาน รวมถึงบริการงานสินค้าที่เกี่ยวข้องในนาม บริษัท ดี เอช เอ สยามวาลา จำกัด (DHAS) ปัจจุบันมี สุหฤท สยามวาลา ทายาทรุ่น 4 วัย 48 ปี เป็นผู้บริหารหลักดูแลกิจการในฐานะกรรมการผู้จัดการ


จุดกำเนิดของ DHAS เริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรีหรือเมื่อ 110 ปีก่อนหน้า โดย Dilawer Husain Abdulali Siamwall ผู้เป็นปู่ทวดของสุหฤท ซึ่ง ณ ตอนนั้นตั้งไข่จากการเป็นตัวแทนนำเข้าสินค้าจากยุโรปมาขายในเมืองไทย ได้แก่ หนังสัตว์ น้ำหอม เวชภัณฑ์ สินค้าที่เกี่ยวกับกระดาษ


จนถึงรุ่น 3 มิตร สยามวาลา คุณพ่อของสุหฤท จึงได้เริ่มจับตลาดเครื่องเขียนอย่างจริงจังด้วยการผลิตแฟ้มเอกสารตราช้าง ซึ่งสื่อถึงความแข็งแรงทนทานและยังเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย หลังจากนั้นครอบครัวสยามวาลาก็ทยอยนำผลิตภัณฑ์เครื่องเขียนประเภทอื่นๆ ในนามของตราช้างเข้าสู่ตลาด ไม่ว่าจะเป็นสมุดหรือกระดาษ



แฟ้มตราช้าง ซึ่งกลายมาเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เด่นของ DHAS ในปัจจุบัน


ทว่า กลายเป็น ‘ปากกา’ ยี่ห้อ Schneider จากเยอรมนีที่นำเข้ามาขายเมื่อปี 2502 คือพระเอกที่ช่วยให้ธุรกิจของครอบครัวสยามวาลาพลิกฟื้นจากที่ประสบปัญหาตลาดซบเซาหลังสงครามและชดใช้หนี้สินจากเหตุการณ์โรงงานไฟไหม้ การนำปากกามาขายในครั้งนั้น นับว่า DHAS คือผู้ที่คิดค้นคำว่าปากกาลูกลื่นขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย


“ไม่ใช่เพียงปากกาลูกลื่นเท่านั้น แต่เรายังเป็นเจ้าแรกที่นำเครื่องเขียนซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาขายจนได้รับความนิยมอย่างมาก เช่น แผ่นอักษรลอก น้ำยาลบคำผิด อีกทั้งยังสร้างแบรนด์ของเครื่องเขียนต่างๆ ให้เกิดในเมืองไทย ทั้งปากกายี่ห้อ Cross สี Pentel ปากกา Rotring หรือแม้แต่ดินสอ Mitsubishi เป็นต้น”

 


เรียนรู้ความผันแปร


อย่างไรก็ตาม แม้ว่าครั้งหนึ่งปากกา Schneider เคยเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาว แต่ก็มีชื่อเสียงในตลาดได้เพียง 2 ปีเท่านั้นก็ถูกปากกายี่ห้อคู่แข่งมาชิงตลาดไป จากเหตุการณ์นี้ทำให้ครอบครัวสยามวาลาเรียนรู้ว่าไม่มีความสำเร็จที่จะยืนยงถาวร จึงต้องเตรียมรับมือกระจายความเสี่ยงออกไปให้มากที่สุด อย่างการหาผลิตภัณฑ์เครื่องเขียนที่หลากหลายมาวางจำหน่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ



สุหฤท สยามวาลา กรรมการผู้จัดการ วัย 48 ปีของ บริษัท ดี เอช เอ สยามวาลา จำกัด (DHAS)


กระทั่งมาถึงยุคของผู้นำรุ่น 4 ที่มองว่า DHAS ถึงจุดที่ต้องสร้างแบรนด์ของบริษัทเองที่นอกเหนือจากตราช้าง ปัจจุบัน DHAS จึงวางจำหน่ายสินค้าถึง 8,000 รายการที่เกือบ 100% เป็นแบรนด์ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเองและดำเนินธุรกิจผ่าน 7 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่

  • MASTERART แบรนด์ผลิตภัณฑ์ศิลปะ อาทิ ชุดสีทุกประเภท อุปกรณ์วาดภาพและเขียน สมุดวาดภาพระบายสี กระเป๋าดินสอ สติ๊กเกอร์ อุปกรณ์ hobby art ต่างๆ
  • ARTIFACT แบรนด์ปากกา
  • Paper Solution ธุรกิจจำหน่ายกระดาษที่นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น อิตาลี อังกฤษ สหรัฐอเมริกา เดนมาร์ก
  • Quantum แบรนด์เครื่องเขียน เช่น ปากกาลูกลื่น ดินสอกด ดินสอดำ ปากกาเน้นข้อความ ผลิตภัณฑ์ลบคำผิด
  • ตราช้าง ซึ่งเป็นแบรนด์เก่าแก่และเป็นสินค้าที่สร้างชื่อให้แก่บริษัทนั้น ยังคงยืนหยัดในตลาดธุรกิจอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน และเพิ่มกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • Elfen แบรนด์สำหรับส่งออกต่างประเทศ
  • Funsecondlife ที่แจ้งเกิดโดยสุหฤทเมื่อช่วง 1 ปีที่ผ่านมาเป็นน้องใหม่ที่ต่อยอดมาจากเว็บไซต์ขายอุปกรณ์ศิลปะออนไลน์ DHAS Art Center เดิม มีการจำหน่ายอุปกรณ์ศิลปะและสินค้าจำพวกกิจกรรมยามว่าง เช่น โมเดลและของเล่น ดูแลสัตว์เลี้ยง ขับขี่มอเตอร์ไซค์ ตกแต่งบ้าน ทำอาหาร ฯลฯ


Quantum และ MASTERART แบรนด์ที่คุ้นหูคุ้นตาชาวไทยเป็นอย่างดี


สุหฤทย้ำว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อมาตอบโจทย์ลูกค้า คือทางออกที่ช่วยให้ DHAS รับมือกับโลกดิจิทัลที่หมุนเร็ว


“เราต้องหาทางออกเมื่อการทำธุรกิจมันไม่เหมือนเคย อย่าไปยึดติดกับการขายสินค้าที่ดังมา 50-60 ปีแล้วคิดว่าวันหนึ่งมันจะไม่ดับ แต่คิดเสมอว่าถ้าเกิดดับขึ้นมาแล้วจะทำอย่างไร จึงต้องหาผลิตภัณฑ์คลื่นลูกใหม่มาแจ้งเกิดผลิตภัณฑ์เดิมที่ต้องจบลง”


กระนั้นหนึ่งในความโดดเด่นของการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับ DHAS คือสร้างเครื่องจักรเพื่อผลิตสินค้าของบริษัทโดยเฉพาะ จึงมีส่วนทำให้เกิดการลอกเลียนแบบสินค้าได้ยากมาก

 


เร่งโตนอกบ้าน


นอกจากนี้ การขยายการเติบโตของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านคือ CLMV เป็นอีกกลยุทธ์ที่ช่วยหลีกหนีการหดตัวของตลาดเครื่องเขียนในประเทศ เพื่อกระตุ้นรายได้รวมให้ยังเกาะอยู่ระดับ 3-5% ต่อปี โดยมียอดขายเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ราว 3.4 พันล้านบาท ซึ่งอัตราส่วนรายได้หลักมาจากในประเทศถึง 70% ส่วนที่เหลืออีก 30% เป็นรายได้จากต่างประเทศ



“ผมมองว่าอยากขยายรายได้จากต่างประเทศให้เติบโตขึ้นจนครองอัตราส่วนที่ 60% ซึ่งยังไม่ได้กำหนดว่าจะต้องเป็นปีไหน แต่ก็ไม่ใช่จะทำได้ง่ายๆ เพราะคู่แข่งระดับโลกมีอยู่มาก ไม่ใช่อยากได้ก็จะได้”


ทั้งนี้ สุหฤทเปิดเผยว่าด้วยสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ตลาดเครื่องเขียนไม่สามารถขยายการเติบโตได้สูงนัก ซึ่งโดยเฉลี่ยจะขยายได้ในระดับตัวเลขหลักเดียว โดยย้ำว่างบประมาณจากภาครัฐด้านการศึกษาในต่างจังหวัด คือ ตัวแปรสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดเครื่องเขียนในไทย กระนั้นตลาดรวมเครื่องเขียนในเมืองไทยยังมีมูลค่ากว่า 1.39 หมื่นล้านบาท หรือเติบโตถึง 6% ในปี 2559 และคาดว่าจะยังคงเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยที่ปีละ 3% หรือมีมูลค่าเพิ่มเป็น 1.61 หมื่นล้านบาทในปี 2564
 

 


วิถีผู้สืบทอด


แม้ว่าในอีกบทบาทที่คนรุ่นใหม่จดจำสุหฤทอาจไม่ใช่นักธุรกิจ แต่เป็นนักร้อง นักแต่งเพลง และนักจัดรายการวิทยุในนาม “ดีเจโต้” ทว่า ทายาทรุ่น 4 แห่ง DHAS ก็ใช้ชีวิตในฝั่งนักธุรกิจควบคู่กับงานบันเทิงมายาวนานถึง 26 ปีแล้ว


ทั้งนี้แนวทางการมอบหมายงานของครอบครัวสยามวาลานั้น บิดาจะชี้แนะให้โดยดูจากความสามารถและความถนัดของลูกแต่ละคน โดยสุหฤทเริ่มจากงานด้านการตลาดก่อนแล้วจึงขยายความรับผิดชอบขึ้นมาจนเป็นผู้อำนวยการด้านบริหารการขาย กระทั่งเมื่อพี่ชาย คือ ยิ่งศักดิ์ สยามวาลา ต้องขึ้นไปเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารจึงปรึกษากันในหมู่พี่น้องแล้วเลือกให้สุหฤทขึ้นมาเป็นกรรมการผู้จัดการเมื่อปี 2554


“การขึ้นมาเป็นกรรมการผู้จัดการของผมก็ต้องไต่เต้ามาจากตำแหน่งเล็กๆ ก่อน แล้วยังต้องท้าทายกับแนวคิดที่ว่าคนนามสกุลสยามวาลาจะต้องได้อภิสิทธิ์ แต่กลายเป็นว่านอกจากไม่ได้อภิสิทธิ์แล้วยังต้องทำงานสองเท่าเพื่อให้คนยอมรับ เพราะนามสกุลไม่ได้ช่วยอะไรเลยในเวลาที่คุณต้องเป็นผู้นำ”



โรงงานใหม่ที่ฟื้นฟูขึ้นหลังจากถูกน้ำท่วมถล่มในปี 2554 นับเป็นวิกฤตการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดหลังจากสุหฤทขึ้นเป็นกรรมการผู้จัดการ


สำหรับแนวทางการส่งมอบกิจการต่อไปยังทายาทรุ่นที่ 5 นั้น สุหฤทยืนยันว่าปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของลูกหลาน แต่ถึงแม้ว่าจะไม่มีทายาทสยามวาลารุ่นต่อไปมารับช่วงต่อ ก็เพียงแต่ปรับรูปแบบธุรกิจเล็กน้อยก็จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ด้วยเพราะปัจจุบันไม่ได้บริหารกิจการแบบธุรกิจครอบครัวอยู่แล้ว


ขณะที่เป้าหมายด้านรายได้ที่จะแตะถึงหมื่นล้านบาทหรือไม่นั้น เขายอมรับเป็นเรื่องยากมากและยังมองไม่เห็นหนทางในขณะนี้ แต่ถ้ามีโอกาสดีๆ เกิดขึ้นในอนาคต ก็อาจนำมาสู่รายได้ที่งดงามตามมา


“ผมก็อยากทำให้บริษัทมีรายได้เป็นหมื่นๆ ล้านนะ แต่ทำไม่เป็น ถ้ารู้คงถึงไปแล้ว” พร้อมระเบิดเสียงหัวเราะเป็นการทิ้งท้ายตามสไตล์ของสุหฤท



ภาพ: กิตติเดช เจริญพร และ DHAS


อ่าน "รุ่น 4 แห่ง DHAS สู่ยุคไหลลื่นรับจุดเปลี่ยน" ฉบับเต็มได้ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับ กันยายน 2560 ในรูปแบบ e-Magazine


ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor

Update : 04 พฤศจิกายน 2560

View : 882



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 16,156

Most Popular
1

วาสนา ลาทูรัส, NaRaYa กระเป๋าผ้าพันล้าน

Update : 27 กุมภาพันธ์ 2558

view : 29,737

2

ศรีตรังนำทัพยางไทย แจ้งเกิดแบรนด์ระดับโล

Update : 12 กันยายน 2559

view : 26,683

3

ไพบูลย์ อังคณากรกุล สู่ทศวรรษใหม่อาซีฟาห

Update : 05 เมษายน 2560

view : 22,976

top list

ประธานเฟดคนใหม่ และทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่อา..

Update : 03 พฤศจิกายน 2560

view : 888

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 5,295

ความผันผวนที่มากขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แต..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 1,671


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย