people / DINE WITH THE BOSS

มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ดัน SEA (Thailand) สู่ 'ดิจิทัลคอมพานี' แถวหน้า

มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ซีอีโอ SEA (Thailand) เธอเป็นเพื่อนเรียน Standford University รุ่นเดียวกับผู้ก่อตั้ง Garena บริษัทสตาร์ทอัพด้านเกมชื่อดังของสิงคโปร์ที่วันนี้คือ SEA Limited ดิจิทัลคอมพานีดาวรุ่งที่โลดแล่นในตลาดหลักทรัพย์ New York

ความมุ่งมั่นที่อยากเป็น “วิศวกร” เป็นแรงผลักดันสำคัญให้มณีรัตน์สอบติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้สำเร็จ เธอใฝ่ฝันอยากเรียนด้านวิศวกรรมโยธามาก แต่ด้วยความเป็นห่วงของคุณแม่ที่คำนึงถึงความปลอดภัยในการทำงาน มณีรัตน์จึงตัดสินใจเลือกเรียนในสาขาวิศวกรรมอุตสาหการแทน

หลังเรียนจบเธอก้าวสู่อาชีพที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ร่ำเรียนมาทันที ทำงานที่แรกในโรงงานจิวเวลรี่ส่งออก เจ้าของโรงงานเห็นศักยภาพจึงให้รับผิดชอบงานด้านการตลาดทั้งหมด จนฝีมือเป็นที่ประจักษ์และจุดประกายให้เธอศึกษาต่อเพื่อต่อยอดองค์ความรู้ เธอยื่นเกรดเพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโทคณะบริหาร (MBA) ของ Standford University สหรัฐอเมริกา โดยฝ่าด่านเข้าไปศึกษาต่อใน Standford ปีนั้นได้สำเร็จ


Forrest Li ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ บริษัท SEA Limited ที่มณีรัตน์ได้รู้จักช่วงเรียน MBA Stanford University (photo credit: analyse.asia)

ช่วงเรียนอยู่ Standford มณีรัตน์มีโอกาสสัมผัสกับวงการสตาร์ทอัพ ด้วยการสร้างธุรกิจด้านดูแลสุขภาพเป็นของตัวเอง ให้บริการด้านสุขภาพกับผู้ใช้บริการแบบส่วนตัว ธุรกิจประสบความสำเร็จด้วยอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ก่อนจะขายต่อให้กับนักลงทุนอิสระเมื่อประมาณปี 2008 

ในคลาสเรียนที่ Standford นี่เอง มณีรัตน์รู้จักกับ Forrest Li ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ก่อตั้ง, ประธานบริษัท, และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท SEA Limited สมัยเรียนเขาสนใจทำธุรกิจเกม และมณีรัตน์ก็รับปากว่าจะร่วมวงในธุรกิจนี้ ถ้า Forrest Li ขยายธุรกิจเข้าสู่เมืองไทย

 

คุมทัพบุคลากรยุคมิลเลนเนียล

SEA (Thailand) ทำรายได้เมื่อสิ้นปี 2560 กว่า 5 พันล้านบาท โดยมี 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ดิจิทัลเอ็นเตอร์เทนเมนต์ (เกมออนไลน์), อี-คอมเมิร์ซ และดิจิทัลไฟแนนซ์เชียลเซอร์วิส (แอร์เพย์) เป็นตัวชูโรง โดยเฉพาะธุรกิจเกมที่ SEA (Thailand) คือเบอร์ 1 ในตลาดไทย

เธอบอกว่า SEA (Thailand) เป็นบริษัทที่ให้อิสระทางความคิด เพราะกลุ่มเป้าหมายที่ใช้บริการทั้งเกม อี-คอมเมิร์ซ และอี-เพย์เมนต์ คือคนกลุ่มเดียวกันกับทีมงานของเธอ จึงเชื่อว่าสิ่งที่ทีมงานคิดจะตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้ตรงที่สุด

“เราให้อิสระและไม่ตีกรอบ ไม่จำกัดจินตนาการ เพราะสินค้า SEA (Thailand) เป็นสินค้าที่เจเนอเรชั่นอย่างพวกเขาเป็นคนใช้ จึงต้องเชื่อไอเดียเขาว่าทำอะไรออกมาแล้วเด็กต้องฮิตและชอบ”

มณีรัตน์เล่าย้อนก่อนหน้าที่เป็น SEA (Thailand) ว่า เพราะบริษัทแม่ในสิงคโปร์คือ SEA Limited (Garena เดิม) ทำธุรกิจด้านเกมจนประสบความสำเร็จ และเดินมาถึงจุดที่ไม่อยากเป็นแค่บริษัทเกมอีกต่อไป

“เราอยากเป็นเทคคอมพานีมากกว่าเกมคอมพานี จึงคิดพัฒนาสินค้าหรือบริการที่เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันคน เป็นจุดเริ่มพัฒนาระบบอี-เพย์เมนต์ในชื่อ ‘แอร์เพย์’ (Air pay) ช่วงแรกตอบโจทย์คนเล่นเกม ทำตลาดครั้งแรกในไทยจากนั้นคิดทำอี-คอมเมิร์ซตามมาในชื่อ ช้อปปี้ (Shopee)”

 

ปั้นเกม ROV ต่อยอดสู่ “อี-สปอร์ต”

ตลาดใหญ่ของ SEA (Thailand) คือเกมออนไลน์ซึ่งมีมูลค่าตลาดกว่า 2 หมื่นล้านบาท เกมที่ฮิตมากคือ ROV (Realm of Valor)

“เราเป็นผู้นำในธุรกิจเกมทั้งในไทยและระดับภูมิภาค เฉพาะเกม ROV มียอดดาวน์โหลดในภูมิภาคนี้มากกว่า 126 ล้านดาวน์โหลด ความยากคือการรักษาความเป็นผู้นำ เราจึงพยายามนำเกมใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดต่อเนื่อง คือบางครั้งเวลาทำอะไรแล้วประสบความสำเร็จ บางคนอาจจะพอใจแล้ว แต่ถ้าเราอิ่มตัวกับสิ่งที่เราทำอยู่ ความท้าทายจะหายไปทันที แล้วสักวันจะมีคนที่แซงหน้าเราขึ้นไป”

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

A post shared by Forbes Thailand Magazine (@forbesthailand) on

 

มณีรัตน์และ SEA (Thailand) ยังมีส่วนผลักดันให้เกมกีฬาอี-สปอร์ตจุดประกายความฝันนักเล่นเกมไทยที่ต้องการล่าเงินรางวัลและพัฒนาเป็นอาชีพ

“กีฬาอี-สปอร์ตในไทยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ยิ่งกลายเป็นกีฬาสาธิตในเอเชียนเกมส์ที่กรุง Jakarta ประเทศอินโดนีเซีย ในเดือนส.ค. โดยมี 2 เกมของบริษัทเข้าไปร่วมด้วยคือ League of Legends (LOL) และ ROV กระแสยิ่งแรง ปัจจุบันในไทยมีคนสนใจดูกีฬาอี-สปอร์ตมากกว่า 10 ล้านคน”

 

เส้นทางท้าทายสู่ธุรกิจ “อี-เพย์เมนต์” และ “อี-คอมเมิร์ซ”

สิ่งที่ต่อยอดมาจากธุรกิจเกมคือระบบอี-เพย์เมนต์ “แอร์เพย์” ที่ครอบคลุมการชำระเงินทั้งเกม เติมเงินโทรศัพท์ จ่ายค่าน้ำค่าไฟ จ่ายค่าตั๋วชมภาพยนตร์ ด้วยยอดดาวน์โหลดในไทยมากกว่า 5.5 ล้านดาวน์โหลด รองรับร้านค้ากว่า 1.2 แสนแห่ง ไปจนถึง ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซที่เกิดขึ้นมาในนาม “ช้อปปี้” (Shopee)

“เราพยายามทำให้กลุ่มผู้ที่เข้ามาซื้อสินค้าในช้อปปี้รวมถึงผู้ขายมีความรู้สึกถึง sense of belonging ให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม เน้นสร้างคอมมูนิตี้ให้คนซื้อคนขายมาเจอกัน”


หน้าเว็บไซต์ Shopee แพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์

ปัจจุบัน ไทยมียอดดาวน์โหลดช้อปปี้ 19 ล้านดาวน์โหลด มีจำนวนผู้ค้าทั้งรายบุคคลและที่มีหน้าร้านของตัวเองรวมๆ กันมากกว่าแสนร้านค้า มีสินค้าให้เลือกซื้อมากกว่า 10 ล้านชิ้น ปัจจุบันช้อปปี้ยังไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ

ปัจจุบันช้อปปี้มียอดดาวน์โหลดใช้งานในภูมิภาคนี้ราว 125 ล้านดาวน์โหลด มีเม็ดเงินหมุนเวียน (Gross Merchandize Value - GMV) มากกว่า 1.9 พันล้านเหรียญเพิ่มขึ้น 199.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2017 มียอดคำสั่งซื้อมากกว่า 100 ล้านคำสั่งซื้อ ซึ่งบริษัทแม่ได้เพิ่มตัวเลขการคาดการณ์ของ GMV ตลอดทั้งปี 2018 ไว้ที่ 8.2-8.7 พันล้านเหรียญ คิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากปี 2017 ถึง 99.4-111.5%

แผนธุรกิจอี-คอมเมิร์ซของช้อปปี้ในไทยจากนี้คงต้อง “เข้มข้น” ขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้ SEA (Thailand) อาจต้องลงทุนทั้งเงินและกำลังคนอีกมาก เพื่อรักษาตำแหน่ง Top 3 อี-คอมเมิร์ซรายใหญ่ของไทยไว้ให้ได้

แม้วันนี้ ธุรกิจเกมออนไลน์ยังเป็นส่วนที่สร้างรายได้สูงสุดให้กับบริษัท แต่เธอบอกว่าทั้งแอร์เพย์และช้อปปี้คือธุรกิจที่เป็นสตาร์

 

จาก “ยูนิคอร์น” สู่ “ดิจิทัลคอมพานี” แถวหน้า

เป้าหมายสำคัญของมณีรัตน์คือการผลักดันให้ SEA (Thailand) เป็นดิจิทัลคอมพานีแถวหน้า ซึ่งเป็นความท้าทายของทุกบริษัทที่ต้องการทรานฟอร์มตัวเองไปสู่จุดนั้นเช่นกัน

“เราเป็นธุรกิจด้านดิจิทัล ความท้าทายคือทำอย่างไรให้เราทันอยู่ตลอดเวลา เพียงแค่ช้าไปนิดเดียว ทุกอย่างอาจจะเปลี่ยนไปเลยก็ได้ จึงต้องวิ่งให้เร็วที่สุด”

SEA Limited ได้ชื่อว่าเป็นสตาร์ทอัพต้นแบบในระดับอาเซียนที่ประสบความสำเร็จ สร้างแรงบันดาลใจให้กับสตาร์ทอัพรุ่นถัดๆ มาได้มากมาย

“การที่เราเดินมาถึงจุดนี้ เพราะเราโฟกัสมากๆ ช่วงเริ่มต้นเราต้องการเป็นแพลตฟอร์มของเกม จึงมุ่งมั่นทำมันขึ้นมาให้ได้ คือ ต้องรู้เป้าหมาย สมัยนี้สตาร์ทอัพมี resource มากมาย พิจารณาให้ดีว่าคุณจะใช้มันให้เกิดประโยชน์อย่างไร ถ้าอยากเป็นยูนิคอร์นจะมองแค่ตลาดไทยอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมองไปตลาดต่างประเทศ ต้อง think global act local”


ภาพประกอบ: มังกร สรพล


 


เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor

Update : 04 ตุลาคม 2561

View : 1,182




vdo

Forbes Thailand Forum 2018: The Next Tycoons

Update : 27 กรกฎาคม 2561

View : 2,360

Most Popular
1

วาสนา ลาทูรัส, NaRaYa กระเป๋าผ้าพันล้าน

Update : 27 กุมภาพันธ์ 2558

view : 40,725

2

ศรีตรังนำทัพยางไทย แจ้งเกิดแบรนด์ระดับโล

Update : 12 กันยายน 2559

view : 31,285

3

ชัยวัฒน์-วนัส แต้ไพสิฐพงษ์ สองรุ่นร่วมสร

Update : 24 กุมภาพันธ์ 2560

view : 29,301


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group