technology / GLOBAL

พลิกเกมธุรกิจค้าปลีก

คู่แข่งตัวฉกาจปิดดีลเข้าซื้อกิจการที่เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของ Instacart แต่กลายเป็นว่าเจ้าของบริษัทอย่าง Apoorva Mehta กลับพออกพอใจ และสุดท้ายผลก็พิสูจน์แล้วว่าเขาไม่ได้เสียสติ

เมื่อประเด็นข่าวปะทุขึ้นจนสร้างเสียงฮือฮาไปทั่ว Apoorva Mehta ทำได้เพียงตั้งสติ ขยี้ตาเงี่ยหูฟังอีกครั้ง เมื่อพากันพูดถึง Instacart บริษัทหน้าใหม่อายุ 5 ปีที่ให้บริการเดลิเวอรี่จัดส่งสินค้าอาหารสดและของชำมูลค่า 34 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ณ เช้าตรู่ของวันหนึ่งในช่วงกลางเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา Amazon สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วโลกด้วยการประกาศเข้าซื้อกิจการ Whole Foods ในราคา 137 หมื่นล้านเหรียญ

ขณะที่ราคาหุ้นของเหล่าบริษัทเครือข่ายค้าปลีกพากันร่วงระนาว แต่สื่อด้านเทคโนโลยีตีข่าวอย่างพร้อมเพรียงว่า Instacart คือหนึ่งในผู้เล่นที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด นอกจากจะถือหุ้นใน Instacart แล้ว Whole Foods ยังถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของบริษัทในเวลานั้นโดยมีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่เกือบ 10%

ขณะที่ผู้คร่ำหวอดในวงการพากันพุ่งเป้าวิพากษ์วิจารณ์ไปยัง Mehta วัย 31 ปีแต่เขาไม่สะทกสะท้านและมีเพียงความมุ่งมั่นที่จะลุกขึ้นเตรียมรับมือกับศึกครั้งนี้ หลายปีก่อนหน้านี้เขาพร่ำบอกบรรดาเครือข่ายค้าปลีกให้เตรียมพร้อมรับมือกับการรุกตลาดของ Amazon พร้อมทั้งเตือนว่าบริการใหม่ของบริษัทยักษ์ใหญ่ธุรกิจค้าปลีก อย่างเช่น AmazonFresh และแผนดำเนินการเปิดร้านค้าซูเปอร์มาร์เก็ตที่ไม่ใช่ร้านค้าออนไลน์ในอนาคตเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

ในช่วงเช้าของวันนั้นเขายืนอยู่หน้าพนักงานกว่า 300 คนของ Instacart ที่สำนักงานใหญ่ใน San Francisco และประกาศก้องว่าเวลาแห่งการทำศึกมาถึงแล้ว

ในอีกไม่กี่เดือนให้หลัง Costco ประกาศว่าบริษัทได้ขยายความร่วมมือกับ Instacart เพื่อให้บริการที่ครอบคลุมกว่าเดิมและเสนอช่องทางใหม่ให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าได้โดยตรงจากเว็บไซต์ Costcocom หลังจากเจรจากันอย่างยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปี สุดท้าย Kroger เครือซูเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่ก็จรดปากกาเซ็นข้อตกลงกับ Instacart เพื่อจัดส่งสินค้าจากสาขา Ralphs ซึ่งเป็นบริษัทลูกของตน

นอกจากนี้เชนค้าปลีกขนาดเล็กกว่าอีกหลายแห่งก็หันมาจับมือร่วมทีมกับInstacart เช่นกัน ทำให้พันธมิตรของบริษัทมีจำนวนเพิ่มขึ้นจนทะลุ 165 ราย “เหมือนดระเบิดนิวเคลียร์ทรงอานุภาพขึ้นกลางวงอุตสาหกรรมค้าปลีก” Mehta กล่าวถึงดีลเข้าซื้อกิจการของ Amazon “เมื่อเรามองย้อนกลับไป บอกได้ว่าเหตุการณ์นั้นเป็นเหมือนจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ Instacart”

FORBES ประเมินว่า Instacart มีจำนวนลูกค้ามากกว่า 500,000 ราย และตัวเลขรายได้อยู่ที่ประมาณ 2 พันล้านเหรียญ (บริษัทซึ่งใช้เกณฑ์รับรู้รายได้จากยอดเต็มในการสั่งซื้อสินค้าปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับตัวเลขประเมิน) ทั้งนี้ แม้ว่า Instacart จะเริ่มต้นธุรกิจด้วยการเจาะตลาดเมืองใหญ่ที่มีความมั่งคั่ง แต่บริษัทประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ ในพื้นที่เมืองรอบนอกที่มีขนาดเล็กกว่า อย่างเช่น Buffalo รัฐ New York

ในปัจจุบันลูกค้าของ Instacart จะใช้บริการเฉลี่ยราว 2 ครั้งต่อเดือนและมียอดสั่งซื้อครั้งละประมาณ 95 เหรียญ ส่วนลูกค้ากลุ่ม Instacart Express ที่ต้องควักเงินจ่ายปีละ 149 เหรียญสำหรับบริการจัดส่งฟรีจะสั่งซื้อสินค้าผ่าน Instacart โดยเฉลี่ยปีละประมาณ 5,000 เหรียญและใช้บริการบ่อยกว่า 2 เท่า



Instacart กล่าวว่าตอนนี้บริษัทมุ่งเน้นที่อัตราเติบโตมากกว่าตัวเลขกำไร แต่ระบุว่าบริษัทสามารถทำกำไรขั้นต้นได้ตามเป้าใน 80% ของตลาดที่ให้บริการซึ่งอัตรากำไรขั้นต้นนี้ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายการดำเนินงานในสำนักงานใหญ่ เงินเดือนพนักงานและงบการตลาด บริษัทได้รับเงินจากการระดมทุนไปแล้ว 675 ล้านเหรียญ จากทั้ง Whole Foods และธุรกิจร่วมลงทุนชื่อดังระดับโลกอย่าง Khosla Ventures และ Sequoia Capital ทั้งนี้ Instacart ยังถือเงินสดอยู่อีกกว่า 500 ล้านเหรียญ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าบริษัทมีอัตราการเผาเงินค่อนข้างต่ำ

สิ่งที่จุดประกายความคิดให้ Mehta ก่อตั้ง Instacart เกิดขึ้นจากประสบการณ์แง่ลบในการเดินทางไปร้านค้าปลีกเพื่อซื้อของในวัยเด็ก Mehta เติบโตขึ้นที่ประเทศแคนาดาและเขาเกลียดการนั่งรถประจำทางเพื่อไปจับจ่ายและหอบหิ้วของกลับบ้านในฤดูหนาวเมื่อเรียนจบปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมจาก University of Waterloo ซึ่งอยู่ใกล้กับ Toronto เขาได้เข้าทำงานในฝ่ายบริการจัดเตรียมและจัดส่งสินค้าของ Amazon หลังจากนั้น 2 ปี Mehta ย้ายไปยัง San Francisco เพื่อลองทำธุรกิจของตัวเอง หลังเฟ้นหาไอเดียธุรกิจอยู่นาน 2 ปีเขาก็มาหยุดที่บริการผู้ช่วยช็อปมืออาชีพซึ่งจะเดินทางไปยังร้านค้า เลือกซื้อสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และจัดส่งของถึงหน้าประตูบ้าน

Mehta เปิดตัวธุรกิจในปี 2012 และได้สมัครเข้าร่วมโครงการ Y Combinator หลักสูตรอันโด่งดังใน Silicon Valley ที่มุ่งเน้นการบ่มเพาะธุรกิจสตาร์ทอัพซึ่งเคยปลุกปั้นบริษัทระดับโลกอย่าง Airbnb และ Dropbox มาแล้ว ทว่าเขาถูกปฏิเสธเพราะยื่นใบสมัครไม่ทันตามกำหนด Mehta ยังไม่ละความพยายามโดยใช้แอพพลิเคชั่น Instacart ของเขาสั่งซื้อเบียร์ IPA แพ็ก 6 ขวดและระบุให้จัดส่งไปที่หุ้นส่วนของโครงการ Y Combinator หลังจากนั้นเพียง 30 นาทีเขาก็ถูกเรียกให้เข้าสัมภาษณ์ ในวันถัดมาเขาก็ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมหลักสูตรจากนั้นไม่นานเขาก็สามารถปิดดีลระดมทุนรอบเริ่มต้นธุรกิจได้สำเร็จ

Michael Moritz จาก Sequoia ซึ่งลงทุนทั้งใน Webvan และ Instacart กล่าวว่าบริษัท 2 แห่งนี้มีรากฐานไอเดียที่น่าสนใจเหมือนกัน ทว่าแผนธุรกิจของทั้งคู่แทบไม่มีอะไรเหมือนกันเลย “เมื่อลูกค้ามีทางเลือกให้สามารถสั่งซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านระบบออนไลน์ที่สะดวกและง่ายดาย พวกเขาจะหันมาสนใจเลือกใช้บริการ” เขากล่าว

แต่สิ่งที่ Instacart แตกต่างจาก Webvan คือ บริษัทไม่ได้ทุ่มลงทุนสร้างโกดังสินค้าขนาดใหญ่หรือควักกระเป๋าซื้อรถห้องเย็นสำหรับขนส่งสินค้า Mehta ดำเนินธุรกิจโดยใช้กลยุทธ์แบบเลือกลงทุนและถือครองสินทรัพย์ให้น้อยที่สุด เขาพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าจากเครือค้าปลีกในตลาดโดยคิดค่าบริการจัดส่งและบวกราคาเพิ่มเล็กน้อยในช่วงแรก Instacart จะเก็บกำไรส่วนหนึ่งไว้และแบ่งส่วนที่เหลือให้กับผู้รับบริการออกไปซื้อสินค้า

สำหรับ Mehta ดูเหมือนเขาจะเข้าใจแจ่มแจ้งว่าความสำเร็จอาจผันแปรกลายเป็นความพ่ายแพ้ได้ทุกเมื่อในสนามรบที่ต้องต่อกรกับ Amazon “สาเหตุที่ผมตาสว่างทุกคืนก็เพราะผมไม่ต้องการใช้โอกาสดีๆ ไปอย่างสิ้นเปลือง” Mehta กล่าว


คลิ๊กอ่าน "พลิกเกมธุรกิจค้าปลีก" ฉบับเต็มได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ กุมภาพันธ์ 2561 ในรูปแบบ e-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 02 มีนาคม 2561

View : 2,653


Most Popular
1

BMW 525d: เทพเจ้าแห่งแรงบิด

Update : 10 กันยายน 2558

view : 19,831

2

Ocado โกดังอัจฉริยะ

Update : 09 มีนาคม 2561

view : 10,964

3

MINI Cooper SD ALL4 Countryman สบาย สนุก

Update : 10 กันยายน 2558

view : 9,912


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group