WORLD / ASIA

เมื่อเทรนด์การศึกษาต่อเปลี่ยนทิศ

Brian Ong ชายหนุ่มผู้ช่วยชี้แนะเส้นทางใหม่ของการก้าวสู่มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ให้แก่เด็กนักเรียนชาวจีน

เมื่อสิบปีที่แล้ว Brian Ong ตัดสินใจขายทรัพย์สมบัติทั้งหมดของตนเองและบินมาปักหลักที่ Shanghai เขาไม่มีดีกรีการศึกษาจากสาขาเทคโนโลยีหรือวิศวกรรมศาสตร์ ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือกอาชีพที่สดใสรออยู่มากนักเขารู้เพียงอย่างเดียวว่าตัวเองต้องการทำธุรกิจ และ Shanghai ก็เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยโอกาส

Ong ได้ค้นคว้าแนวคิดการทำธุรกิจในแวดวงการเงินไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ จนในที่สุดมาลงเอยที่ธุรกิจให้คำปรึกษากับนักเรียนมัธยมศึกษาชาวจีนที่ตั้งใจจะศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐฯ

ปัจจุบัน Ong ในวัย 33 ปีเป็นเจ้าของและบริหารกิจการของ Bangdai ซึ่งมีพนักงานทั้งหมด 48 คน ประจำสำนักงาน 3 แห่งใน Shanghai, Beijing และ Shenzhen เขามีผู้ติดตามมากกว่า 15,000 คน ใน Weibo และได้ชื่อว่าเป็นที่ปรึกษาที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวชาวจีนผู้มั่งคั่งซึ่งต้องการจะส่งบุตรหลานไปเรียนต่อในสถาบันการศึกษาที่ดีที่สุดในสหรัฐฯ โดย Ong คิดค่าบริการตั้งแต่ 12,000-60,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อนักเรียน 1 คน หรือเทียบเท่ากับค่าเล่าเรียนรายปีของมหาวิทยาลัยเอกชนในสหรัฐฯ บางแห่ง Bangdai ให้คำปรึกษานักเรียน 160 คนต่อปี ไม่ต้องสงสัยเลยว่าใครเป็นคนจ่ายค่าธรรมเนียมดังกล่าว “ผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในทำเนียบอภิมหาเศรษฐีประมาณ 25% ส่งลูกไปเรียนต่อที่อเมริกา” Ong กล่าวโดยอ้างถึงรายชื่อบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศจีน 400 คน ซึ่งสามารถดูได้ที่ Forbes.com

การที่ Bangdai สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงเช่นนี้ทำให้ Ong สามารถจ่ายค่าจ้างที่ปรึกษาได้มากถึง 1,500-4,500 เหรียญต่อเดือน ซึ่งเป็นรายได้มหาศาลเมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐานรายได้ของพนักงานอายุงานไม่เกิน 1 ปีในบริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลก 4 แห่งประจำสาขาในจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งมีรายได้อยู่ที่ 1,200 เหรียญต่อเดือน

บริการแนะแนวการศึกษาชั้นดีมีส่วนช่วยเปลี่ยนแปลงวิธีการสมัครเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาของนักเรียน รวมถึงสาขาที่พวกเขาเลือกเรียนอีกด้วย ตามปกติแล้ว นักเรียนชาวจีนที่จะเรียนต่อในสถาบันอุดมศึกษาในสหรัฐฯ มักจะเลือกเรียนในสาขาที่เรียกรวมว่า STEM (ซึ่งหมายถึง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) โดยมีเป้าหมายคือได้งานที่มีค่าตอบแทนสูง ได้วีซ่าประเภท H1-B และสุดท้ายคือได้กรีนการ์ดเพื่อพำนักอาศัยในสหรัฐฯ

c9jในปัจจุบันมีนักเรียนจากครอบครัวฐานะร่ำรวยจำนวนมากเลือกเรียนในสาขามนุษยศาสตร์ เช่น ประวัติศาสตร์ ปรัชญา หรือวรรณคดีอังกฤษ ถึงแม้ว่าการสำเร็จการศึกษาในสาขาดังกล่าวจะไม่ได้เป็นหนทางนำไปสู่หน้าที่การงานที่มีค่าตอบแทนสูงในทันที ข้อมูลจากการสำรวจความคิดเห็นของนักเรียนชาวจีนโดยบริษัทในจีนอย่าง New Oriental และบริษัทวิจัยการตลาดใน New York อย่าง Millward Brown ระบุว่าปีนี้นักเรียนชาวจีนประมาณ 61% ที่เรียนต่อหรือวางแผนเรียนต่อต่างประเทศกล่าวว่า

“การเปิดหูเปิดตาและมองเห็นโลกกว้าง” เป็นสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก และ 56% กล่าวว่าตนเลือกเรียนในสาขาวิชาที่ตนเองสนใจ

นักเรียนเหล่านี้กล่าวว่าการเรียนในสาขามนุษยศาสตร์เปิดโอกาสให้ตนเองมีความเข้าใจสังคมอเมริกันได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้นประกอบกับมีความรู้ภาษาอังกฤษ ทักษะการเขียน และทักษะในการคิดเชิงวิเคราะห์ที่เข้มแข็งมากขึ้นด้วย Ong ซึ่งเติบโตในประเทศมาเลเซียมีความเชื่อว่า หากผู้ที่จะเติบโตขึ้นเป็นนักธุรกิจทรงอิทธิพลในจีนแผ่นดินใหญ่ในอนาคตได้รับการศึกษาในสาขามนุษยศาสตร์แล้ว สักวันหนึ่งพวกเขาจะสามารถเติมความคิดสร้างสรรค์และกลิ่นอายของวัฒนธรรมลงในผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศจีนได้มากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ แต่ปัจจุบันนักเรียนเหล่านี้เดินทางกลับมาประเทศจีนหลังจากศึกษาเล่าเรียนเกี่ยวกับ Aristotle, Machiavelli และ Shakespeare เป็นเวลา 4 ปี พวกเขาเป็นคนหนุ่มสาวเนื้อหอม ซึ่งบริษัทแนะแนวการศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยที่เปิดใหม่อยากได้ตัวไปร่วมงานด้วย

Ong เจ้าของ Bangdai กล่าวว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การเรียนในสาขามนุษยศาสตร์ไม่ได้รับความนิยมในจีนก็เป็นเพราะผู้ปกครองรู้สึกว่าการประสบความสำเร็จในสาขานี้ “ไม่มีเกณฑ์ชี้วัดความสำเร็จ” ในประเทศจีนมีการแจกรางวัลมากมายในสาขาวิทยาศาสตร์แต่แทบจะไม่มีรางวัลในสาขามนุษยศาสตร์เลย การที่ไม่มีเกณฑ์ชี้วัดความสำเร็จทำให้บรรดาผู้ปกครองคิดว่ามนุษยศาสตร์เป็นสาขาวิชาระดับรองลงมา “ถึงแม้ว่าเสียงสะท้อนของคำพูดของบรรดาผู้ปกครองชาวจีนที่ได้ยินกันจนชินหูว่า ‘การเรียนจบเอกมนุษยศาสตร์หมายถึงการตกงาน’ จะดังกึกก้อง”

เรื่อง: Rebecca Feng เรียบเรียง: ริศา


อ่านฉบับเต็ม "เมื่อเทรนด์การศึกษาต่อเปลี่ยนทิศ" ได้ใน นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับ ธันวาคม 2560 ในรูปแบบ E-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 31 มกราคม 2561

View : 9,779




vdo

Forbes Thailand Forum 2018: The Next Tycoons

Update : 27 กรกฎาคม 2561

View : 1,691

Most Popular
1

10 บริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของโลกปี 2017

Update : 14 กันยายน 2560

view : 30,767

2

20 อันดับ เศรษฐีอเมริกัน ลำดับที่ 1-10

Update : 11 กุมภาพันธ์ 2560

view : 30,449

3

4 ตระกูลเศรษฐี ซึ่งติดในอันดับ 50 ตระกูล

Update : 07 กุมภาพันธ์ 2560

view : 21,095


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group