WORLD / AMERICA

หาเงินง่ายๆ การตลาดฟรีๆ แบบ Kylie Jenner 'เน็ตไอดอล' มหาเศรษฐี

ในวัยไม่ถึง 21 ปี Kylie Jenner ทำเงินกว่า 900 ล้านเหรียญจากธุรกิจเครื่องสำอางซึ่งแทบจะไม่มีพนักงาน เงินทุน หรือความเชี่ยวชาญ โมเดลของการใช้ชื่อเสียงมาทำเงินรูปแบบใหม่นี้กำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬาร โดยพลิกโฉมหน้าวงการธุรกิจ วัฒนธรรม และการเมือง อย่างสิ้นเชิง

Kylie Jenner นั่งอยู่ที่โต๊ะไม้สีเข้มที่บ้านแม่ของเธอใน Calabasas รัฐ California พลางดูตัวเลือกต่างๆ สำหรับร้านชั่วคราว (Pop-up Store) ที่กำลังจะเปิด สมาชิกอายุน้อยที่สุดของอาณาจักรธุรกิจ Kadashian-Jenner ต้องตัดสินใจว่าจะจัดแสดงสินค้าเครื่องสำอางจาก Kylie Cosmetics ของเธออย่างไร

เธอแตะหน้าจอ iPhone X สีดำโชว์เล็บสีเงินส่งประกายวิบวับและหันหน้าจอมาแสดงภาพตู้กดสินค้าอัตโนมัติให้กลุ่มลูกน้องดู“พวกคุณลองนึกภาพเจ้านี่ แต่เต็มไปด้วยชุดลิปสติกสิคะ” Jenner กล่าว เธออยู่ในชุดเสื้อเบลเซอร์สีดำเข้าคู่กับรองเท้าของ Louboutins ซึ่งโดดเด่นด้วยส้นสีแดง สิ่งที่ Kim Kardashian West พี่สาวต่างบิดาได้ทำเพื่อบั้นท้ายกลมกลึง Jenner ก็ทำแล้วเพื่อริมฝีปากอิ่มเต็มของเธอ และเช่นเดียวกับพี่สาว Jenner ใช้คุณลักษณะเด่นในตัวเธอสร้างชื่อเสียงและเงินทอง แต่ในขณะที่ Kardashian West ประสบความสำเร็จในด้านชื่อเสียง Jenner ดูจะเก่งกาจในการทำเงินในแบบที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน

Jenner เพิ่งอายุได้ 20 ปี ควบตำแหน่งคุณแม่วัยละอ่อน (เธอคลอดลูกสาวตัวน้อยชื่อ Stormi เมื่อเดือนกุมภาพันธ์) เธอบริหารบริษัทเครื่องสำอางที่เรียกได้ว่าฮอตระดับสร้างประวัติศาสตร์ Kylie Cosmetics เปิดตัวเมื่อ 2 ปีก่อนด้วยผลิตภัณฑ์ “Lip Kit” ราคา 29 เหรียญสหรัฐฯ ประกอบด้วยลิปสติกและดินสอเขียนริมฝีปากสีเดียวกันและสามารถจำหน่ายสินค้าได้แล้วกว่า 630 ล้านเหรียญตั้งแต่เปิดตัว ซึ่งรวมรายได้ประมาณ 330 ล้านเหรียญในปี 2017 แม้จะใช้การคำนวณแบบอนุรักษนิยม รวมทั้งหักจากตัวเลขรายได้ทั้งหมดอีกร้อยละ 20 ตามมาตรฐานการคำนวณของ Forbes เรายังประมาณค่าบริษัทของเธอซึ่งได้เพิ่มไลน์สินค้าอย่างอายแชโดว์และคอนซีลเลอร์ที่เกือบ 800 ล้านเหรียญ และ Jenner เป็นเจ้าของทั้งหมด

ยังไม่นับรวมเงินอีกหลายล้านที่เธอได้จากรายการโทรทัศน์และการให้การรับรองผลิตภัณฑ์อย่างรองเท้า Puma และแบรนด์เสื้อผ้า PacSun อีกทั้งเงินปันผลหลังหักภาษีที่ได้จากบริษัทของเธอเองที่ประมาณ 60 ล้านเหรียญ สรุปแล้วเธอมีทรัพย์สิน 900 ล้านเหรียญจากการประมาณการแบบอนุรักษนิยม เมื่อผนวกกับอายุของเธอแล้ว Jenner จึงรั้งอันดับที่ 4 ในการจัดอันดับผู้หญิงที่สร้างฐานะด้วยตัวเองของอเมริกาประจำปี (เปรียบเทียบกับ Kadashian West วัย 37 ปี ที่เราคาดว่ามีทรัพย์สิน 350 ล้านเหรียญ) เธอไม่เพียงสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะผู้หญิง เพราะหากบริษัทเติบโตต่ออีก 1 ปีจากนี้ เธอจะเป็นมหาเศรษฐีนีที่อายุน้อยที่สุด เหนือกว่า Mark Zuckerberg ซึ่งมีทรัพย์สินระดับมหาเศรษฐีเมื่ออายุ 23 ปี

สุดท้ายแล้ว ความมั่งคั่งเหล่านี้มาจากที่เดียวกัน “สื่อสังคมออนไลน์เป็นแพลตฟอร์มที่น่าทึ่งมาก” Jenner กล่าว “ฉันสามารถเข้าถึงแฟนๆ และลูกค้าได้อย่างง่ายดาย”

ช่องทางการเข้าถึงและความเป็นผู้นำกระแสอีกหยิบมือใหญ่ๆ เป็นส่วนผสมหลักในธุรกิจของ Jenner ซึ่งถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมแห่งยุค Instagram ขณะที่ Hewlett และ Packard ทำให้โรงรถกลายเป็นอมตะ Jenner มีโต๊ะในห้องครัวอาณาจักรธุรกิจมูลค่าเกือบพันล้านเหรียญประกอบด้วยพนักงานประจำแค่ 7 คนและพนักงานไม่ประจำอีก 5 คน ส่วนการผลิตกับบรรจุหีบห่อ Kylie Cosmetics จัดจ้าง Seed Beauty ผู้ผลิตอิสระที่ผลิตสินค้าตราห้าง (private label) ในเมือง Oxnard California ซึ่งอยู่ไม่ไกล ขณะที่การขายกับบริการหลังการสั่งซื้อ บริษัทว่าจ้าง Shopify ผู้ดำเนินธุรกิจบริการเปิดร้านค้าออนไลน์แต่สำหรับการเงินและประชาสัมพันธ์นั้น Kris คุณแม่ผู้ช่ำชองจะเป็นผู้ดูแลงานต่างๆ

ทางด้านธุรกิจ โดยมีผลตอบแทนเป็นส่วนแบ่งร้อยละ 10 ที่หักจากลูกๆ ทุกคนในฐานะบริษัทสตาร์ทอัพระดับ ultralight ธุรกิจของ Jenner นั้นเบายิ่งกว่าอากาศ แต่ทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ เพราะมีค่าใช้จ่ายและค่าการตลาดต่ำ ทั้งหมดตรงเข้าสู่กระเป๋าของ Jenner โดยหลักๆ แล้ว Jenner ทำเงินด้วยการใช้ประโยชน์จากผู้ติดตามเธอในสื่อสังคมออนไลน์ เธอโพสต์ภาพตัวเองพร้อมด้วยรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องสำอางของ Kylie Cosmetics ที่ใช้แต่งหน้าลงบน Instagram และ Snapchat เกือบทุกชั่วโมง หรือถ่ายวิดีโอสินค้าที่กำลังจะวางตลาดตลอดจนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ มันฟังดูไร้สาระกระทั่งคุณตระหนักว่าเธอมียอดผู้ติดตามบนInstagram 110 ล้านคน และอีกหลายล้าน

สื่อสังคมออนไลน์นั้นได้ทำให้ชื่อเสียงกลายเป็นอาวุธชิ้นเยี่ยมขนาดที่ทำให้เจ้าพ่อวงการอสังหาริมทรัพย์กลายเป็นประธานาธิบดี และสาวน้อยวัย 20 ปีจากครอบครัวที่ “โด่งดังโดยไร้เหตุปัจจัยที่เป็นสาระ” กำลังขยับเข้าใกล้สถานะมหาเศรษฐีด้วยการหารายได้จากความเป็น “เน็ตไอดอล” แบบสุดตัว

ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมความงามมูลค่า 532 พันล้านเหรียญ ได้รับการผลักดันอย่างมหาศาลจากบรรดาผู้ทรงอิทธิพลในโลกอินเทอร์เน็ตและคนต้นแบบทั้งหลายเพราะความที่มีฐานกลุ่มผู้บริโภครุ่นเยาว์เป็นหลักเช่นเดียวกันกับเสื้อผ้าประเภทผลิตเร็วขายเร็ว (Fast Fashion) ผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ส่วนใหญ่พยายามหลีกเลี่ยงแบรนด์ที่เอื่อยเฉื่อยเก่าแก่อย่าง L’Oréal, Estée Lauder และ Coty และหันไปหาผลิตภัณฑ์ประเภทที่ใช้เวลาน้อยในการเข้าสู่ตลาด (Quick-to-market) ที่พวกเขารู้จักจากสื่อสังคมออนไลน์

ผู้ติดตามของ Jenner ที่ทั้งเหนียวแน่นและมีจำนวนมหาศาลพาเธอมาอยู่ในจุดที่ไม่เหมือนใคร ในฐานะลูกสาวของ Kris และ Caitlyn Jenner (หรือ Bruce Jenner อดีตนักทศกรีฑาเหรียญทองกีฬาโอลิมปิก) น้องสาวของซูเปอร์โมเดล Kendall Jenner

“ฉันบอกว่า ฉันพร้อมจะเอาเงินส่วนตัวมาลงทุน ฉันอยากทำของฉันคนเดียว” Jenner เท้าความ เธอใช้เงิน 250,000 เหรียญที่ได้จากการเดินแบบ จ้างบริษัทภายนอกผลิตชุดแต่งริมฝีปาก Lip Kit 15,000 ชุดแรก ด้วยความเป็นนักการตลาดในสายเลือดเช่นเดียวกับสมาชิกส่วนใหญ่ในครอบครัว เธอใช้เวลานับเดือนสร้างกระแสให้กับชุดลิปสติกของเธอบน Instagram จากนั้นจึงเปิดตัวสินค้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพียง 1 วันก่อนออกวางจำหน่ายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2015 สินค้าขายหมดในเวลาไม่ถึง 1 นาที ผู้ที่นำมาขายต่อบอกขายชุด Lip Kit ที่ซื้อมาในราคา 29 เหรียญบน eBay ในราคาสูงถึง 1,000 เหรียญ “ฉันยังไม่ทันกดรีเฟรชหน้าเพจด้วยซ้ำ สินค้าก็ขายหมดเกลี้ยงแล้ว” Jenner เล่า

แม้สินค้าของคนดังจะไม่ได้รับการประเมินค่าสูงอย่างแบรนด์เครื่องสำอางอื่นๆ ที่อาจทำได้สูงถึงหกเท่าของรายได้เนื่องจากความไม่แน่นอนในการต้องพึ่งพาชื่อเสียงของคนๆ หนึ่งในการขายสินค้า Kylie Cosmetics อาจทำได้ครึ่งหนึ่งหรือสามเท่าของยอดขาย ซึ่งเป็นมูลค่าจากการประเมินของ Forbes “แบรนด์เหล่านี้คงจะไม่ใช่แบรนด์ที่ยั่งยืน” Sarah Jindal แห่งบริษัทวิจัยตลาด Mintel กล่าว โดยหมายถึง Kylie Cosmetics และ KKW Beauty “ในอีก 2-3 ปี ฉันคงไม่แปลกใจถ้าเธอจะหันไปทำอย่างอื่น เมื่อคุณสร้างอำนาจให้ชื่อเสียงของตัวเอง คุณสามารถเปลี่ยนมันเป็นอะไรก็ได้ที่คุณอยากขาย”

และเมื่อคุณสามารถทำเงินได้รวดเร็วง่ายดายเช่นนั้น ใครจะสนใจว่าจะจบอย่างไร Kylie Cosmetics สามารถทำผลกำไรสุทธิแตะ 230 ล้านเหรียญแล้วและภายในปีนี้ เจ้าของจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมหาเศรษฐีที่สร้างฐานะด้วยตัวเอง (Self-made Billionaire) ที่อายุน้อยที่สุดอย่างที่ Bill Gates และ Mark Zuckerberg เคยทำได้ ขั้นตอน “การสร้างฐานะด้วยตัวเอง” จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มีอะไรเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอในโลกของเราใบนี้

เรื่อง: Natalie Robehmed เรียบเรียง: เอมวลี อัศวเปรม


คลิกอ่าน หาเงินง่ายๆ การตลาดฟรีๆ แบบ 'เน็ตไอดอล' มหาเศรษฐี ฉบับเต็มได้ที่ นิตยสาร Forbes Thailand Magazine ฉบับ กันยายน 2561 ได้ในรูปแบบ e-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 31 ตุลาคม 2561

View : 943




vdo

Forbes Thailand Forum 2018: The Next Tycoons

Update : 27 กรกฎาคม 2561

View : 2,310

Most Popular
1

10 บริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของโลกปี 2017

Update : 14 กันยายน 2560

view : 31,446

2

20 อันดับ เศรษฐีอเมริกัน ลำดับที่ 1-10

Update : 11 กุมภาพันธ์ 2560

view : 30,753

3

4 ตระกูลเศรษฐี ซึ่งติดในอันดับ 50 ตระกูล

Update : 07 กุมภาพันธ์ 2560

view : 21,154


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group