เมื่อ AI เป็นโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจดิจิทัล

เมื่อ AI เป็นโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจดิจิทัล

FORBES THAILAND / ADMIN
13 Jul 2026 | 09:30 AM
READ 989

องค์กรจำนวนมากในประเทศไทยไม่ได้ “ขับเคลื่อนด้วย AI” แต่แค่ “ใช้ AI” ซึ่ง สองสิ่งนี้เป็นคนละเรื่องกันอย่างสิ้นเชิง ขณะที่ฝ่าย IT กำลังเดโม Chatbot ให้ผู้บริหารชม คู่แข่งในระดับโลกกำลังใช้ AI ตัดสินใจด้านราคา จัดสรรทรัพยากร และออกแบบระบบการทำงานใหม่ทั้งองค์กรโดยไม่ต้องรอมนุษย์ ช่องว่างนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือช่องว่างทางยุทธศาสตร์ที่กำลังขยายตัวเร็วกว่าที่ใครคิด และนั่นเองคือเส้นแบ่งระหว่าง “ผู้ใช้เทคโนโลยี” กับ “ผู้ชนะในยุค AI”


    ในทุกรอบของการปฏิวัติเทคโนโลยีมีสัญญาณเดิมซ้ำๆ กัน ช่วงที่อินเทอร์เน็ตเข้ามาผู้แพ้คือธุรกิจที่มองว่ามันเป็นแค่ “ช่องทางโฆษณาใหม่” ตอนคลาวด์มาผู้แพ้คือองค์กรที่ใช้มันเพียงแค่ “เซิร์ฟเวอร์ออนไลน์” วันนี้ประวัติศาสตร์กำลังซ้ำรอยอีกครั้ง องค์กรที่มอง AI เป็นแค่ “เครื่องมืออัจฉริยะ” กำลังพลาดภาพที่ใหญ่กว่านั้นมาก AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ มันคือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของการแข่งขัน

    ความได้เปรียบขององค์กรในปัจจุบันจึงไม่ได้วัดจากการมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด แต่เป็นความสามารถในการใช้เทคโนโลยีนั้นเพื่อสร้างการตัดสินใจที่รวดเร็ว แม่นยำ และต่อเนื่องมากกว่าองค์กรอื่น รายงานจาก McKinsey Global Institute ที่ประเมินว่า generative AI อาจสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ถึง 2.6-4.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ยิ่งตอกย้ำว่า AI ไม่ใช่เพียงกระแสระยะสั้น แต่กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในระดับโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นความท้าทายให้กับทุกองค์กรว่า องค์กรไหนจะสามารถ “ฝัง AI เข้าไปในกล้ามเนื้อขององค์กร” ได้ก่อนกัน

    ประเทศไทยอยู่ในจุดหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุดในรอบทศวรรษ โดยเคยเป็น “ผู้รับ” เทคโนโลยีจากต่างประเทศมาตลอด และยังรอให้ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปมาแล้วค่อยปรับตาม ซึ่งวิธีคิดลักษณะนี้อาจจะใช้ได้ดีในยุคก่อน แต่ในยุค AI ผู้ที่รอให้เทคโนโลยี AI เสร็จสมบูรณ์คือองค์กรที่เสี่ยงจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เพราะ AI ไม่ใช่ซอฟต์แวร์ที่คุณซื้อมาแล้วใช้ได้เลย แต่คือ ศักยภาพที่ต้องสร้างและเรียนรูู้ไปพร้อมกับบริบทของธุรกิจ

    ภัยเงียบที่อันตรายกว่าการไม่ใช้ AI คือการ “ใช้ AI แบบผิวเผิน” ใช้ ChatGPT เขียนอีเมล ใช้ AI สรุปรายงาน ใช้ AI ตอบ FAQ บนเว็บ และกล่าวว่าองค์กรตัวเองเป็น “AI-driven” สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคือกระบวนการตัดสินใจยังเหมือนเดิม หรือระบบยังเหมือนเดิม ขณะที่คู่แข่งที่ฉลาดกว่ากำลังใช้ AI รีดีไซน์ระบบทั้งหมดตั้งแต่รากฐาน ช่องว่างที่เกิดขึ้นจะค่อยๆ ถ่างออก เมื่อถึงจุดหนึ่งความได้เปรียบจะทิ้งห่างแบบก้าวกระโดด

    ดังนั้น องค์กรที่ก้าวนำในวันนี้ไม่ได้แค่ “ให้พนักงานใช้ AI” แต่กำลังรีดีไซน์กระบวนการทั้งหมด โดยมี AI เป็นแกนกลาง ในวงการพัฒนาซอฟต์แวร์ AI ได้รับการนำมาใช้ตลอด lifecycle ตั้งแต่การเขียนสเปก การ generate code การทดสอบ การตรวจจับ bug ไปจนถึงการ deploy สิ่งที่เคยใช้เวลาเป็นสัปดาห์ ตอนนี้ใช้เวลาเป็นชั่วโมง

​

​

    การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นว่า AI กำลังขยับบทบาทจากการเป็น “เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ” ไปสู่การเป็น “ตัวขับเคลื่อนคุณค่า” ของธุรกิจ โดยองค์กรที่สามารถนำ AI มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงแต่จะลดต้นทุนในการดำเนินงาน แต่ยังสามารถยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้ตอบสนองได้รวดเร็ว แม่นยำ และไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น

    ในโลกที่ได้รับการขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและความเร็วเช่นนี้ มาตรฐานและความคาดหวังของลูกค้าก็กำลังเปลี่ยนไปเช่นกัน สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันด้านเทคโนโลยี แต่เป็นการแข่งขันด้าน “architecture ขององค์กร” คำถามสำคัญไม่ใช่ “คุณมี AI หรือยัง” แต่คือ “องค์กรของคุณถูกออกแบบมาเพื่อใช้ AI หรือไม่”

    ภายใต้บริบทดังกล่าวโครงสร้างพื้นฐานที่ดีอาจจะไม่ใช่สิ่งที่สร้างทีหลังเมื่อธุรกิจเติบโตแล้ว แต่ต้องได้รับการออกแบบมาให้รองรับอนาคตตั้งแต่วันแรก ด้วยเหตุนี้การวางบทบาทของตนเองในฐานะผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลของคนไทยเพื่อคนไทยจึงเป็นเรื่องสำคัญ ด้วยแพลตฟอร์มที่สามารถรองรับการเติบโตของธุรกรรมดิจิทัลในอนาคต โดยให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นของระบบ และการรองรับการประยุกต์ใช้ AI ในทุกกระบวนการทางธุรกิจ

    สำหรับตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมที่สุดคือ PayGenix บริษัทในเครือที่ประกอบธุรกิจ Payment Gateway ซึ่งรองรับธุรกรรมหลายล้านรายการต่อวัน แต่ตัวเลขที่น่าสนใจมากกว่าคือ ขณะนี้ PayGenix สามารถลดระยะเวลาในการพัฒนาระบบจากเดิมที่เคยใช้เวลาเป็นสัปดาห์เหลือเพียง 4 ชั่วโมง ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ใช่แค่ประหยัดเวลา แต่เป็นการเปลี่ยนความสามารถแข่งขันของทั้งองค์กร จากทีมที่เคยส่งมอบได้ทุกไตรมาส ปัจจุบันสามารถส่งมอบได้ทุกสัปดาห์ และในตลาดที่ความรวดเร็ว (speed) คือความได้เปรียบ นั่นหมายความว่าคู่แข่งที่ยังทำงานด้วยจังหวะเดิมกำลังถอยหลังไปทีละนิดทุกวัน

    ผู้ชนะในทุกยุคสมัยไม่ใช่ผู้ที่มีเทคโนโลยีมากที่สุด แต่คือผู้ที่ใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ดังนั้น คำถามที่แท้จริงในวันนี้ไม่ใช่เพียงว่า “องค์กรของคุณใช้ AI หรือไม่” แต่คือ “คุณกำลังสร้างองค์กรที่พร้อมสำหรับโลก AI หรือยัง” ในขณะที่หลายฝ่ายเริ่มพูดถึงการมาถึงของ Artificial General Intelligence (AGI) ภายในทศวรรษนี้ เส้นแบ่งระหว่าง “องค์กรที่พร้อม” และ “องค์กรที่ปรับตัวไม่ทัน” จะยิ่งชัดเจนมากขึ้นเมื่อผู้ชนะในยุคนี้ไม่ใช่ผู้ที่มีเทคโนโลยีมากที่สุด แต่คือผู้ที่ทำให้ AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานขององค์กร

    สำหรับองค์กรที่ยังทดลองใช้ AI อยู่ ไม่ใช่แค่การเติบโตช้าลง แต่คือการ “หลุดออกจากเกมการแข่งขันโดยไม่รู้ตัว” วันนี้จึงไม่ใช่เวลาของการทดลองอีกต่อไปแล้ว แต่คือเวลาของการทำ AI ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานขององค์กร




บทความโดย : พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท เทคลีด เน็กซ์ จำกัด (มหาชน)




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ออกแบบโครงสร้างใหม่ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

​อ่านเรื่องราวธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนมิถุนายน 2569 ในรูปแบบ e-magazine​