Patek Philippe จับมือ PMT The Hour Glass เผยโฉมบูติกใหม่ที่สยามพารากอน

Patek Philippe จับมือ PMT The Hour Glass เผยโฉมบูติกใหม่ที่สยามพารากอน

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา Patek Philippe (ปาเต็ก ฟิลิปป์) และ PMT The Hour Glass (พีเอ็มที เดอะ อาวร์ กลาส) มีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมและยกระดับวัฒนธรรมการสะสมนาฬิกา ตลอดจนศิลปะแห่งการประดิษฐ์เรือนเวลาในประเทศไทย การเปิดบูติกแห่งใหม่บนพื้นที่กว่า 290 ตารางเมตร ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กระดับโลก จึงนับเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญในการร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนาฬิกาชั้นสูงในภูมิภาค


    ณรัณ ธรรมาวรานุคุปต์ กรรมการผู้จัดการ พีเอ็มที เดอะ อาวร์ กลาส กล่าวว่า “บูติกแห่งใหม่นี้เป็นสัญลักษณ์ของความตั้งใจร่วมกับ ปาเต็ก ฟิลิปป์ ในการสร้างประสบการณ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นให้นักสะสม ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่รีเทล แต่คือจุดบรรจบของศิลปะ วัฒนธรรม งานฝีมือ และศาสตร์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกา โอกาสนี้ยังเป็นการเฉลิมฉลองความผูกพันอันยาวนานระหว่างตระกูลสเติร์น และครอบครัวของผม ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2538 และสะท้อนวิสัยทัศน์ที่มีร่วมกันในการสืบสานศิลปะแห่งนาฬิกาชั้นสูงให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต”

    Deepa Chatrath กรรมการผู้จัดการปาเต็ก ฟิลิปป์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวเสริมว่า “ประเทศไทยเป็นตลาดที่ ปาเต็ก ฟิลิปป์ ให้ความสำคัญเสมอมา เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่ไว้วางใจกันมาอย่างยาวนานอย่างพีเอ็มที เดอะ อาวร์ กลาส เพื่อถ่ายทอดความประณีต เจตนารมณ์ และมรดกอันทรงคุณค่าที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ให้แก่นักสะสมชาวไทยได้สัมผัสอย่างลึกซึ้ง”


สุนทรียภาพแห่งการออกแบบและงานศิลป์ชั้นสูง

    บูติกแห่งนี้ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของปาเต็ก ฟิลิปป์ ผนวกกับความเป็นไทยร่วมสมัยได้อย่างลงตัว การบริการที่เป็นเลิศพร้อมต้อนรับเหล่านักสะสมให้มาสัมผัสศิลปะการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง ผ่านคอลเลกชั่นที่หลากหลาย ตั้งแต่กลไกโครโนกราฟ, ทูร์บิญอง ไปจนถึงนาฬิกาดาราศาสตร์อันซับซ้อน ซึ่งเผยให้เห็นความมหัศจรรย์ของโลกแห่งเวลาที่น่าหลงใหล เพราะสำหรับเรานาฬิกามิใช่เพียงเครื่องบอกเวลา แต่คือผลงานศิลปะที่บันทึกเรื่องราวและความทรงจำล้ำค่าในทุกช่วงเวลาของชีวิต


    ทันทีที่ก้าวเข้าสู่บูติก แขกผู้มาเยือนจะได้ร่วมเดินทางผ่านไทม์ไลน์ที่รวบรวมเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์และนวัตกรรมชั้นเลิศของปาเต็ก ฟิลิปป์ พร้อมบอกเล่าเรื่องราวมิตรภาพอันยาวนานระหว่างตระกูลธรรมาวรานุคุปต์และสเติร์น ภายในบูติกมีการใช้โทนสีราสป์เบอร์รีที่มอบความรู้สึกอบอุ่นและโดดเด่น สอดประสานกับบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ของ Patek Philippe Salon ณ กรุงเจนีวา ได้อย่างลงตัว


    บริเวณเลานจ์บาร์ ตกแต่งด้วยชุดบาร์หินออนิกซ์ที่พร้อมต้อนรับทุกคนอย่างเป็นกันเอง การคัดสรรวัสดุและการจัดแสงอย่างประณีตช่วยขับเน้นความสง่างาม โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ผลงานศิลป์ลายไทยสีทองอันอ่อนช้อยบนพื้นสีดำคลาสสิก ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกา Dome Table Clock Ref. 20074M-001 “Thai Ornaments” จัดแสดงอยู่ในพื้นที่เดียวกัน


    ด้านหลังเป็นพื้นที่รับรองส่วนตัวที่จัดสรรไว้สำหรับการชื่นชมและรับมอบนาฬิกาในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เปิดรับความโปร่งสบายด้วยหน้าต่างบานยาวที่ทอดรับแสงธรรมชาติ พร้อมชุดโซฟาที่จัดวางไว้เสมือนห้องนั่งเล่น ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและอบอุ่น เหมาะสำหรับการต้อนรับสมาชิกแบบครอบครัวอย่างแท้จริง


    ต่อเนื่องไปยังห้องรับรองตรงข้ามที่โดดเด่นด้วยประติมากรรมช้างไม้แกะสลักอย่างประณีตโดยศิลปินชาวฝรั่งเศส สัญลักษณ์แห่งพละกำลังและความสง่างามที่หลอมรวมมรดกทางธรรมชาติ ขนบธรรมเนียม และศิลปะชั้นสูงเข้าไว้ด้วยกัน


    ด้านในสุดถูกออกแบบให้เป็นห้องส่วนตัวที่ใช้สำหรับโอกาสพิเศษ ภายในจัดแสดงผลงานศิลป์ “ค่านิยมสิบประการ (Ten Values)” ในรูปแบบภาษาไทย ควบคู่กับผลงานศิลปะแบบทริปทีคซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากนาฬิกา Dome Table Clock Ref. 1619M-001 “Holiday in Thailand” ซึ่งถ่ายทอดความเป็นไทยได้อย่างงดงามผ่านขบวนช้างหลวงและพระบรมมหาราชวัง สะท้อนถึงความเคารพต่ออัตลักษณ์ท้องถิ่นและความผูกพันอันยาวนานที่ปาเต็ก ฟิลิปป์ มีต่อประเทศไทย


    ตลอดเวลากว่า 180 ปี Patek Philippe ยืนหยัดในการสืบสานและธำรงมรดกอันทรงเกียรติของนครเจนีวาในศิลปะแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงอย่างไม่เคยหยุดยั้ง ในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาเพียงรายสุดท้ายที่ยังคงดำเนินกิจการอย่างอิสระและบริหารโดยครอบครัว Patek Philippe จึงมีอิสรภาพอย่างเต็มที่ในการสร้างสรรค์และพัฒนานาฬิกา ซึ่งได้รับการยกย่องจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกว่าเป็นผลงานในระดับสูงสุดของวงการ สอดคล้องกับอุดมการณ์และวิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้ง Antoine Norbert de Patek (ค.ศ. 1839) และ Jean Adrien Philippe (ค.ศ. 1845)


    การดำเนินงานของ Patek Philippe อยู่ภายใต้การดูแลของตระกูล Stern นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1932 และในปัจจุบันบริหารโดย Thierry Stern ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานในปี ค.ศ. 2009 เขามุ่งมั่นสืบสานและเสริมสร้างความเป็นผู้นำของแบรนด์ในด้านเทคโนโลยีการประดิษฐ์นาฬิกาและการวิจัยวัสดุ เพื่อยกระดับคุณภาพ ความเที่ยงตรง และความน่าเชื่อถือของนาฬิกาให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

    สำหรับ Geneva Master Time Marketing (SG) Pte. Ltd. หรือ GMT ก่อตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ในฐานะบริษัทย่อยของ Patek Philippe และเป็นผู้จัดจำหน่ายนาฬิกาและเครื่องประดับ Patek Philippe แต่เพียงผู้เดียวในภูมิภาค ขอบเขตการดำเนินงานของ GMT ครอบคลุมตลาดสิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ โดยจัดจำหน่ายผ่านเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ


    ปัจจุบัน GMT มีจุดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 20 แห่งทั่วภูมิภาค พร้อมศูนย์บริการลูกค้าในประเทศสิงคโปร์และประเทศไทย เพื่อมอบประสบการณ์การบริการในมาตรฐานสูงสุดแก่ลูกค้า Patek Philippe นอกจากนี้ ประเทศสิงคโปร์ยังเป็นที่ตั้งของหนึ่งในสี่ Patek Philippe Institute ทั่วโลก ซึ่งเปิดดำเนินโครงการฝึกอบรมสำหรับช่างนาฬิกาผู้มีความมุ่งมั่นมาตั้งแต่ปี 2017 โดยยึดแนวทางและมาตรฐานจากสำนักงานใหญ่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นหลัก

    นอกเหนือจากบทบาทด้านการจัดจำหน่ายและการบริการ GMT ยังรับผิดชอบด้านการสื่อสารทางการตลาดและงานประชาสัมพันธ์สำหรับทุกตลาดในภูมิภาค เพื่อถ่ายทอดคุณค่าและจิตวิญญาณของ Patek Philippe อย่างสอดคล้องและเป็นเอกภาพ



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Breguet ฉลองครบรอบ 250 ปี ประวัติศาสตร์แห่งเรือนเวลา พร้อมเปิดตัวบูทีคช็อปแห่งแรกในไทย ณ ไอคอนสยาม

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine