เมื่อ Tiffany & Co. มองไทยเด่นสุดในภูมิภาค เดินหน้าเปิด Flagship Store จัดนิทรรศการโชว์ 'High Jewelry' ต่อเนื่อง - Forbes Thailand

เมื่อ Tiffany & Co. มองไทยเด่นสุดในภูมิภาค เดินหน้าเปิด Flagship Store จัดนิทรรศการโชว์ 'High Jewelry' ต่อเนื่อง

เมื่อ 'กรุงเทพฯ' ประเทศไทย คือเมืองที่มีศักยภาพของตลาดเครื่องประดับสุดหรู 'High Jewelry ราคาสูง' หลากหลายแบรนด์เนม แบรนด์ดังต่างๆ จากทั่วโลกจึงตบเท้าเข้ามาบุกตลาดไทยเปิด Flagship Store หรือจัดนิทรรศการต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย และ 1 ในนั้นคือ Tiffany & Co. ที่ล่าสุดเลือกจัด 'นิทรรศการ Legendary Legacy' ขึ้น ณ One Bangkok ทาวเวอร์ 4 ถือเป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอีกด้วย


    Tiffany & Co. แบรนด์ High Jewelry ชื่อดังระดับตำนานที่ก่อตั้งธุรกิจจนเติบโตมาอย่างต่อเนื่องถึง 188 ปี ล่าสุดได้เลือกปักหมุดเปิดตัว 'นิทรรศการ Legendary Legacy' อย่างเป็นทางการครั้งแรกในระดับภูมิภาค Asia-Pacific ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 21 ส.ค.- 7 ก.ย. 2568 ณ One Bangkok ทาวเวอร์ 4

    งานแถลงข่าวเปิดตัวนิทรรศการ Legendary Legacy เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีผู้บริหารระดับสูงของแบรนด์ Tiffany & Co. เดินทางจากสหรัฐอเมริกามาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย พร้อมทั้งให้เกียรติแก่ทางทีมงาน Forbes Thailand ในการเผยข้อมูลสุด Exclusive ถึงเป้าหมายของการจัดงานไว้ได้อย่างน่าสนใจ




​    Mr.Anthony Ledru ในฐานะประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารแบรนด์ Tiffany & Co. กล่าวว่า กรุงเทพฯ ถือเป็น 1 ในเมืองสำคัญที่ดูมีชีวิตชีวามากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วยจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่หนาแน่นราวกว่า 11 ล้านคน จากทั้งหมดของประเทศที่มีอยู่กว่า 70 ล้านคน 

    โดยในปี 2024 ที่ผ่านมา ทางแบรนด์ได้เลือกเปิดสาขาแนวใหม่เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ณ ห้าง Siam Paragon หลังจากนั้นไม่นานจึงเดินหน้าเปิดต่ออีกสาขา ณ ห้าง Emporium จากการมองเห็นศักยภาพของธุรกิจค้าปลีกด้านแฟชั่นในประเทศไทยรวมถึงฐานลูกค้าของแบรนด์ที่มีขนาดใหญ่จึงเลือกลงทุนที่นี่มาอย่างต่อเนื่อง

    "เหตุผลที่เราเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่ของการจัดนิทรรศการนี้ขึ้น ไม่ได้ต้องการจัดแสดงหรือขายเครื่องประดับไฮจิวเวลรีให้แก่ลูกค้าเพียง 200-300 คน ในไทยเท่านั้น หากแต่เรามองการณ์ไกลในระยะยาวเพื่อให้ผู้คนได้เข้าถึงแบรนด์พร้อมแบ่งปันเรื่องราวแห่งมรดกความเป็นมาของ Tiffany & Co. ให้คนไทยได้รู้จักในวงกว้างมากขึ้น เราเชื่อว่าการได้เห็นดีไซน์อันสวยงามและการผลิตผลงานออกมาแต่ละชิ้นอย่างประณีต ย่อมช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนอยากมีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับแบรนด์ ไม่ว่าชิ้นงานเหล่านั้นจะมีราคา 3,000-5,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือมีมูลค่าสูงมากกว่านั้นก็ตาม"

    ภายในงานนิทรรศการผู้เข้าชมจะได้สัมผัสความประณีตสวยงามอันเป็นผลงานการออกแบบจาก Jean Schlumberger ดีไซเนอร์ชื่อดังระดับตำนานที่มีความผูกพันมายาวนานกับแบรนด์ Tiffany & Co. โดยเครื่องประดับ Master Piece ที่ถือเป็นผลงานชิ้นเอกที่ควรค่าแก่การมาสัมผัสความงามด้วยตาของแต่ละคนเองในครั้งนี้ ได้แก่ Tiffany Diamond เพชรสีเหลืองน้ำงามชั้นเลิศ ขนาด 128.54 กะรัต โดดเด่นแรงบันดาลใจที่ดีไซน์ออกมาเป็นเข็มกลัด Bird on a Rock




    Anthony บอกเล่าให้ฟังด้วยว่า ปกติแล้วทางแบรนด์ของจะเคลื่อนย้ายผลงาน 'Tiffany Diamond' ไปจัดแสดงโชว์ยังสถานที่ต่างๆ นอกจากสหรัฐฯ แบบน้อยครั้งมากๆ และการเลือกมาจัดนิทรรศการที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ ก็เป็นเพราะเรามั่นใจในศักยภาพของประเทศไทย ซึ่ง ณ ปัจจุบันเองก็จะเห็นได้ว่ามีแบรนด์หรูระดับ luxury แบรนด์อื่นๆ ต่างให้ความสนมาเปิด Flagship Store รวมถึงจัดงานต่างๆ เป็นที่แรกในภูมิภาคไม่ต่างกัน

    "แบรนด์ของเรามีประวัติศาสตร์มายาวนานถึง 188 ปี และอัญมณีเพชรสีเหลือง Tiffany Diamond ก็ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เรามาอย่างต่อเนื่อง จากจุดเริ่มต้นของเพชรดิบน้ำงามใน Kimberley แอฟริกาใต้ ที่ผู้ก่อตั้งแบรนด์ได้ตัดสินใจซื้อในอดีตเมื่อปี 1877 ตอนนั้นผู้คนต่างมองว่าเขากล้าตัดสินใจซื้อมากๆ และมันอาจจะมากเกินไปเสียด้วยซ้ำ แต่หลังจากนั้น 100 กว่าปีต่อมา การตัดสินใจดังกล่าวได้สร้างชื่อเสียงอันโด่งดังและยังตอกย้ำเอกลักษณ์ให้แก่แบรนด์ Tiffany & Co. เห็นได้จากข้อมูลของสื่อ 'New York Sun' ได้ขนานนามยกย่องให้เราเป็น “หนึ่งในเจ้าแห่งเพชร” หรืออาจจะเป็น “เจ้าแห่งเพชร” เลยด้วยซ้ำนับตั้งแต่ปี 1869" CEO ของ Tiffany & Co. กล่าว

    เมื่อถามถึงการคงไว้ซึ่ง 'มรดกด้านงานฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น' ควบคู่ไปกับการสร้างนวัตกรรมและสอดรับกับวัฒนธรรมในปัจจุบันให้ได้อย่างกลมกลืนนั้น Anthony บอกว่า นี่เป็นหน้าที่ของ Nathalie Verdeille ( Tiffany & Co. Chief Artistic Director) ในการหาทางดีไซน์ปรับแต่งจากต้นแบบเดิมเพียง 1% แล้วทำให้ชิ้นงานนั้นๆ ออกมาสวยงาม หรูหรา ทันสมัย และยังคงสอดรับกับวัฒนธรรมยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง 

    เห็นได้จากผลงานชิ้นใหม่ทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็น นาฬิกา เครื่องประดับ หรืออื่นๆ ล้วนได้แรงบันดาลใจจากชิ้นงานใน Archive หรือบันทึกเอกสารสำคัญที่มีมานับตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันเกือบ 200 ปี อันเป็นตำนานของเรา

    "กระบวนการสร้างสรรค์ของเราขับเคลื่อนโดย Archive 100% ความอัจฉริยะของ Nathalie Verdeille อยู่ที่การเพิ่มเติมฟังก์ชันใหม่และปรับแต่งดีไซน์เพียงเล็กน้อย แต่สร้างอิมแพคมหาศาล ยกตัวอย่าง เช่น นกใน Bird on the Rock เธอจะมองว่า “นกต้องบิน” เธอเลยนำมาตีความใหม่ เป็นนกที่กำลังบินจริงๆ เมื่อคุณลองมองคอลเล็กชันทั้งหมด คุณจะเห็นว่าแต่ละชิ้นสามารถเป็นสิ่งที่ Schlumberger น่าจะสร้างในวันนี้ได้ทั้งสิ้น วิธีทดสอบของเรา คือลองถามตัวเอง ว่า “ถ้า Schlumberger เห็นชิ้นงานนี้ เขาจะต้องคิดว่าเป็นวิวัฒนาการ ไม่ใช่ปฏิวัติ ใช่หรือไม่” และผมเชื่อว่าเขาจะเห็นเป็นเช่นนั้น" Anthony กล่าวเสริม


    อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ 'นิทรรศการ Legendary Legacy' จะเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยพร้อมอวดสายตาต่อสาธารณชน นายใหญ่ผู้ขับเคลื่อนแบรนด์และองค์กรนี้เล่าให้ฟังปนหัวเราะว่า เขาต้องถกเถียงกับทีมงานเป็นอย่างมากในเรื่องของการดีไซน์ออกแบบและเตรียมการต่างๆ ของห้องจัดแสดงในแต่ละโซนที่แตกต่างกันไป 

    "ในส่วนของห้องจัดแสดงส่วนกลางซึ่งตอนแรกผมไม่ได้คิดว่าจะออกมาเป็นแบบนี้ เรามีการถกเถียง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเหล่าทีมงานเยอะมากๆ ซึ่งในฐานะผู้นำบางครั้งเองผมก็อาจจะไม่ได้ประนีประนอมกับทีมงานสักเท่าไรเวลาที่เราต้องเจอกับสถานการณ์ที่ท้าทายในรูปแบบต่างๆ และต้องตัดสินใจ...แต่สุดท้ายแล้วเราก็สามารถคัดสรรสิ่งที่ดีออกมาได้ และผมเองก็ยังเชื่อมั่นในความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ของพนักงานและเหล่าทีมงานทุกคน เพราะทุกอย่างคงไม่สำเร็จออกมาสมบูรณ์แบบเช่นนี้ได้ถ้าเราไม่มีพวกเขา"



    สำหรับ DNA ตัวตนของแบรนด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องมาจนถึง 188 ปี ในปีนี้ ซีอีโอใหญ่ของ Tiffany & Co. ยังกล่าวย้ำด้วยว่า "รูปแบบการนำเสนอสินค้าของเราสามารถปรับเปลี่ยนได้ แต่ทว่า DNA ของ Tiffany & Co. ที่เป็นหัวใจหลัก ก็คือ เรื่องของความคิดสร้างสรรค์ ความรัก และเหนือสิ่งอื่นใด ก็คือความสุข ยกตัวอย่างเช่น หากคุณได้เข้ามาสัมผัสชื่นชมสิ่งต่างๆ ที่เรานำเสนอผ่านนิทรรศการ คุณก็จะมีความสุข นอกจากนี้ ยังได้มีประสบการณ์ในการชื่นชมเครื่องประดับอัญมณีล้ำค่า หรูหรา ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น แตกต่าง ไม่เหมือนใคร"

    ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมชมนิทรรศการ Legendary Legacy ภายในงานจะมีการแบ่งโซนการจัดแสดงออกเป็นห้องต่างๆ พร้อมนำเสนอเรื่องราวการดีไซน์ผลงานของ Jean Schlumberger ไว้ได้อย่างน่าสนใจ โดยบุคคลทั่วไปสามารถทะเบียนได้ทาง LINE Official ของ Tiffany & Co. เพื่อเข้าชมฟรีนับตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.นี้ จนถึง 7 ก.ย. 2568 ณ One Bangkok ทาวเวอร์ 4 




ภาพ : Tiffany & Co.




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : "Patek Philippe" เผยโฉมนวัตกรรมสุดหรู "นาฬิกา 15 รุ่นใหม่" หลังจัดแสดงโชว์ในงาน Watches and Wonders Geneva 2025

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine