รายชื่อเศรษฐีใจบุญฉบับที่ 19 ของเราประกอบไปด้วย 10 รายบุคคลและตระกูลทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่อุทิศตนเสียสละเพื่อการกุศลเป็นการส่วนตัว การเข้าถึงการศึกษามักเป็นประเด็นหลักที่เศรษฐีใจบุญทุนหนาให้ความสำคัญในกลุ่มประเทศแถบนี้เช่นเดียวกับทำเนียบปี 2025 นี้ ที่ประเทศจีน เศรษฐีพันล้าน Yu Renrong ได้บริจาคหุ้นบริษัท OmniVision Integrated Circuits Group มูลค่า 4.9 พันล้านหยวน (688 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) ให้แก่ Eastern Institute of Technology มหาวิทยาลัยที่เขาก่อตั้งขึ้นที่บ้านเกิดของตัวเองใน Ningbo
การสนับสนุนผู้หญิงให้เข้าสู่วงการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ (STEM) เป็นแนวโน้มมาแรงแห่งปี 2025 เช่นกัน Robin Khuda เจ้าของธุรกิจศูนย์ข้อมูลชาวออสเตรเลียบริจาคเงิน 100 ล้านเหรียญออสเตรเลีย (66 ล้านเหรียญ) แก่ University of Sydney สนับสนุนโครงการ STEM สำหรับนักศึกษาหญิงเป็นระยะเวลา 20 ปี
ไม่ต่างจาก Solina Chau จาก Hong Kong ที่แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อการศึกษาของผู้หญิงด้วยการบริจาคเงิน 30 ล้านเหรียญออสเตรเลียแก่ University of New South Wales ใน Sydney ที่เธอเป็นศิษย์เก่า เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างหอพักนักศึกษาหญิงที่เลือกเรียนสาขา STEM
สำหรับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Jeffrey Cheah เศรษฐีพันล้านชาวมาเลเซียได้มอบเงิน 500 ล้านริงกิต (121 ล้านเหรียญ) ภายในเวลา 5 ปีนับจากนี้เพื่อตั้งกองทุนการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของมาเลเซียขึ้นที่ Sunway University ส่วนมูลนิธิตระกูล Wee ซึ่งนำโดยสองพี่น้อง Wee Ee Cheong และ Wee Wei Ling บริจาคเงิน 110 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (86 ล้านเหรียญ) ให้แก่ Nanyang Technological University ในสิงคโปร์
ผู้เข้าติดทำเนียบทั้ง 10 ที่ไม่มีการจัดอันดับนี้คัดเลือกตามการบริจาคในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยไม่รวมการบริจาคในนามองค์กร เว้นแต่บริษัทนั้นจะเป็นบริษัทเอกชนซึ่งบุคคลหรือตระกูลนั้นๆ ถือหุ้นใหญ่

Yu Renrong
ผู้ก่อตั้ง และประธานกรรมการ OmniVision Integrated Circuits Group
อายุ 59 ปี • จีน
ในปี 2024 Yu Renrong มอบหุ้นของ OmniVision Integrated Circuits Group (Will Semiconductor เดิม) บริษัทผลิตชิปที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Shanghai มูลค่า 4.9 พันล้านหยวนให้แก่ Eastern Institute of Technology (EIT) ที่ Ningbo มหาวิทยาลัยซึ่งเขาช่วยก่อตั้งขึ้นในบ้านเกิด โดยแบ่งออกเป็น 3 งวด ระหว่างช่วงเดือนมีนาคม-ธันวาคม ปี 2024 บางส่วนมอบให้ผ่านมูลนิธิ Yu Renrong Education ของเขาเอง และมีรายงานว่า เขาวางแผนจะทำยอดบริจาคเงินแก่ EIT ให้ได้รวม 3 หมื่นล้านหยวนในหลายช่วงเวลา
เศรษฐีพันล้านรายนี้เผยแผนการตั้งสถาบัน EIT ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2020 และเริ่มการก่อสร้างในปี 2022 สถาบันแห่งนี้เปิดสอนหลักสูตรในสาขาต่างๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ วัสดุใหม่ และเซมิคอนดักเตอร์ โดยเมื่อสิงหาคมที่ผ่านมาได้เปิดรับนักศึกษารุ่นแรกประมาณ 200 คน และตั้งเป้าจะมีนักศึกษา 10,000 คนพร้อมบุคลากร 1,450 คนให้ได้ภายในปี 2035
ว่ากันว่า Yu ที่มีทรัพย์สิน 5.8 พันล้านเหรียญซึ่งได้มาจากหุ้น OmniVision ที่เขาก่อตั้งในปี 2007 เสียเป็นส่วนใหญ่ ได้แรงบันดาลใจมาจาก Y.K. Pao เจ้าสัวกิจการเรือเดินสมุทรชาวจีนผู้ล่วงลับ ซึ่งทุ่มเงิน 20 ล้านเหรียญตั้ง Ningbo University เมื่อปี 1984 —Yue Wang

Jeffrey Cheah
ประธานกรรมการบริหาร Sunway Group
อายุ 80 ปี • มาเลเซีย
Jeffrey Cheah เศรษฐีพันล้านชาวมาเลเซียประกาศไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า จะจัดตั้งกองทุนมูลค่า 500 ล้านริงกิต (121 ล้านเหรียญ) สนับสนุน Sunway University ที่เขาก่อตั้งขึ้นในปี 2004 ตามหลังการมอบเงิน 5 ล้านริงกิตในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเพื่อใช้จัดตั้งกองทุนเพื่อการวิจัย Tan Sri Sir Jeffrey Cheah Distinguished Chair ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย Universiti Kebangsaan Malaysia ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาของรัฐ นอกจากนี้ เขายังมอบเงิน 7 ล้านริงกิตเพื่อการพัฒนาโรงเรียนให้แก่โรงเรียนประถมศึกษา 2 แห่งในรัฐ Selangor ด้วย
ในปี 2010 เศรษฐีพันล้านผู้ร่ำรวยจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการดูแลสุขภาพรายนี้ได้เปิดมูลนิธิ Jeffrey Cheah ที่เน้นงานด้านการศึกษา และมอบทุนการศึกษาพร้อมเงินช่วยเหลือไปแล้วเกือบ 1 พันล้านริงกิต “ผมเชื่อมาโดยตลอดว่าทุกคนควรมีจุดมุ่งหมายอันยิ่งใหญ่ในชีวิต” เขากล่าวผ่านอีเมล “สำหรับผมสิ่งนั้นคือ ความมุ่งมั่นที่จะตอบแทนสังคมอย่างมีคุณค่า เพื่อประโยชน์และความเป็นอยู่ที่ดีของคนรุ่นหลัง” —Jessica Tan

พี่น้อง Doshi
Waaree Energies
Hitesh Doshi อายุ 58 ปี; Pankaj Doshi อายุ 63 ปี;
Kirit Doshi อายุ 60 ปี; Viren Doshi อายุ 57 ปี • อินเดีย
เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของ Waaree Energies ผู้ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์รายใหญ่ที่สุดของอินเดียโดยวัดจากกำลังการผลิต Hitesh Doshi ผู้ก่อตั้ง ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการบริษัทประกาศว่า เขาและพี่น้องอีก 3 คน คือ Pankaj, Kirit และ Viren จะบริจาคหุ้น 1% รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านเหรียญให้แก่มูลนิธิ Waaree ภายใน 12-18 เดือนข้างหน้า
พี่น้องทั้ง 4 ที่ถือหุ้น Waaree รวมกัน 64% มีชื่อปรากฏในทำเนียบคนรวยที่สุด 100 อันดับแรกของอินเดียประจำปี 2025 หลังนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2024 ตามข้อมูลของบริษัทระบุว่า พวกเขาวางแผนที่จะส่งเสริมทั้งด้านการศึกษา สุขภาพ และการพัฒนาชุมชน รวมทั้งตั้งเป้าสร้างโรงเรียนและหอพักทั่วอินเดีย
“เราหวังว่าการลงทุนในด้านสำคัญๆ เหล่านี้จะเป็นการปลดปล่อยพลังให้กับผู้คน และนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกที่ยั่งยืน” Doshi กล่าวในสุนทรพจน์เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา “เมื่อร่วมมือกันเราจะสร้างอนาคตที่เท่าเทียมและเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังได้มากยิ่งขึ้น”

Wee Wei Ling
กรรมการบริหาร Pan Pacific Hotels Group และกรรมการมูลนิธิตระกูล Wee
อายุ 73 ปี • สิงคโปร์
Wee Ee Cheong
รองประธานกรรมการและ CEO United Overseas Bank และกรรมการมูลนิธิตระกูล Wee
อายุ 72 ปี • สิงคโปร์
เมื่อเดือนเมษายน ปี 2025 มูลนิธิตระกูล Wee ที่นำโดยสองพี่น้อง Wee Ee Cheong และ Wee Wei Ling พร้อมด้วยธนาคาร United Overseas Bank (UOB) ของทางตระกูล ร่วมบริจาคเงิน 110 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (86 ล้านเหรียญ) ให้แก่ Nanyang Technological University ซึ่งเมื่อรวมกับเงินสมทบจากรัฐบาลจะช่วยให้มีกองทุนมูลค่าสูงถึง 275 ล้านเหรียญสิงคโปร์ เพื่อใช้เป็นทุนการศึกษาแก่นักศึกษา NTU รวมถึงสนับสนุนการสอนพิเศษและทำโครงการแนะแนวให้แก่เด็กจากครอบครัวที่ยากไร้
นอกจากนี้ ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาทางมูลนิธิยังได้มอบเงินอีก 5.7 ล้านเหรียญสิงคโปร์แก่กองทุน Nursing Academic Fund ซึ่งจัดตั้งขึ้นในปี 2022 ด้วยเงินบริจาคก้อนแรก 5 ล้านเหรียญสิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และการฝึกอบรมพยาบาลในเครือโรงพยาบาลรัฐ SingHealth
มูลนิธิตระกูล Wee ตั้งขึ้นในปี 2009 โดย Wee Cho Yaw เศรษฐีพันล้านนักการธนาคารผู้ล่วงลับ “เราภาคภูมิใจที่ได้สืบสานปณิธานของท่านในการสนับสนุน NTU เพื่อช่วยให้เยาวชนสามารถดึงศักยภาพของตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่ผ่านการศึกษา” Ee Cheong กล่าว —Jonathan Burgos

Robin Khuda
CEO และผู้ก่อตั้ง AirTrunk
อายุ 46 ปี • ออสเตรเลีย
2 เดือนหลังขาย AirTrunk บริษัทบริหารศูนย์ข้อมูลใน Sydney ให้แก่ Blackstone บริษัทไพรเวทอิควิตี้ยักษ์ใหญ่ และ Canada Pension Plan Investment Board ในราคา 2.4 หมื่นล้านเหรียญออสเตรเลีย (1.6 หมื่นล้านเหรียญ) ในเดือนธันวาคม ปี 2024 Robin Khuda ในฐานะผู้ก่อตั้งและ CEO บริจาคเงิน 100 ล้านเหรียญออสเตรเลียให้ University of Sydney ผ่านมูลนิธิ Khuda Family จนกลายเป็นเงินบริจาคก้อนใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งจะนำไปใช้ทำโครงการ STEM สำหรับผู้หญิงเป็นระยะเวลา 20 ปี ที่ครอบคลุมการให้ทุนการศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาไปจนถึงระดับปริญญาตรี
Khuda ผู้เกิดที่ Bangladesh ก่อตั้งมูลนิธิร่วมกับภรรยาคือ Melea Walker-Khuda ในปี 2020 โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเท่าเทียมทางเพศในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ซึ่งมีแต่ผู้ชายเสียเป็นส่วนใหญ่ Khuda ระบุในแถลงการณ์กับสื่อมวลชนว่า เขาต้องการ “สร้างผลลัพธ์เชิงบวกระยะยาวให้แก่สังคม” ด้วยการส่งเสริมความหลากหลายในสาขา STEM และเสริมว่าโครงการนี้ “ได้รับแรงบันดาลใจจากความเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นว่าคนเก่งมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง แต่โอกาสกลับไม่ได้กระจายไปทั่วทุกที่” —Zinnia Lee

Robert Ng
ผู้ร่วมก่อตั้ง และกรรมการมูลนิธิ Ng Teng Fong
อายุ 73 ปี • ฮ่องกง
Daryl Ng
ประธานกรรมการ Sino Group และกรรมการมูลนิธิ Ng Teng Fong
อายุ 47 ปี • ฮ่องกง
เมื่อเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา Robert Ng เศรษฐีพันล้านและ Daryl ลูกชายร่วมบริจาคเงิน 200 ล้านเหรียญฮ่องกง (26 ล้านเหรียญ) ผ่านมูลนิธิ Ng Teng Fong ของครอบครัว และ Sino Group เพื่อสนับสนุนการพัฒนา AI ในฮ่องกง โดยเงินบริจาคนี้จะนำไปให้ทุนสนับสนุนศูนย์วิจัยและพัฒนา Hong Kong Generative AI (HKGAI) ภายใต้การดูแลของ InnoHK โครงการริเริ่มของรัฐบาลที่มีเป้าหมายผลักดันให้เมืองนี้กลายเป็นศูนย์กลางด้านความร่วมมือทางการวิจัยแห่งหนึ่ง โดยทำงานกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิจัย ซึ่งนำโดย Hong Kong University of Science and Technology
ปัจจุบัน HKGAI เปิดตัว HKGAI V1 โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่พัฒนาขึ้นเองได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ลำดับถัดไปคือ โครงการพัฒนา HKChat แชตบอต AI ที่รองรับได้ทั้งภาษากวางตุ้ง อังกฤษ และจีนกลาง
มูลนิธินี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2010 โดย Robert Ng และ Philip น้องชายของเขา ซึ่งดำรงตำแหน่ง CEO ของ Far East Organization ในสิงคโปร์ ซึ่งเสมือนเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงบิดาผู้ล่วงลับ โดยมุ่งเน้นช่วยเหลือด้านการศึกษา การดูแลสุขภาพ ศิลปะและวัฒนธรรม ครอบคลุมทั้งในฮ่องกง จีนแผ่นดินใหญ่ และสิงคโปร์
โดยเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาทางมูลนิธิมอบเงิน 20 ล้านหยวน (3 ล้านเหรียญ) สนับสนุนโครงการอนุรักษ์ต้นไม้โบราณกว่า 3,000 ต้นที่วัด Temple of Heaven ใน Beijing โดย Daryl เพิ่งจะก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ Sino Group เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากที่พ่อของเขาประกาศวางมือ —Catherine Wang

Archie Hwang
ผู้ก่อตั้ง และประธานกรรมการ Hermes-Epitek
อายุ 73 ปี • ไต้หวัน
Hwang บริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์มูลค่า 1.2 พันล้านเหรียญไต้หวันใหม่ (39 ล้านเหรียญ) ให้แก่สถาบันที่เขาจบการศึกษามา National Yang Ming Chiao Tung University เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2024 เพื่อจัดซื้อเครื่อง Boron Neutron Capture Therapy แบบเร่งอนุภาค (AB-BNCT) ซึ่งเป็นรังสีรักษาประเภทหนึ่งที่ใช้ลำนิวตรอนทำลายเซลล์มะเร็งโดยไม่ส่งผลกระทบต่อเนื้อเยื่อส่วนที่ดี
อุปกรณ์ดังกล่าวพัฒนาโดย Heron Neutron Medical บริษัทลูกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทเอกชน Hermes-Epitek ซึ่งเครื่องมือนี้จะนำไปติดตั้งที่ศูนย์ BNCT แห่งใหม่ในโรงพยาบาล Taipei Veterans General Hospital เครือข่ายด้านการเรียนการสอนและคลินิกของทางมหาวิทยาลัย
ทางโรงพยาบาลรักษาผู้ป่วยด้วยวิธี BNCT มาแล้วกว่า 600 รายนับตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งอุปกรณ์ใหม่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้รักษาผู้ป่วยได้มากยิ่งขึ้น การก่อสร้างเริ่มขึ้นแล้วเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และศูนย์แห่งใหม่จะเปิดให้บริการในปี 2027
ส่วน Hwang เองร่ำรวยมาจากการพัฒนาอุปกรณ์ออปโตอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตชิปจนมีทรัพย์สิน 2 พันล้านเหรียญ ซึ่งส่วนใหญ่ได้มาจากการขาย HMI (Hermes Microvision เดิม) ในเครือ Hermes-Epitek ที่ตั้งขึ้นในปี 1977 เพื่อผลิตระบบตรวจสอบชิปให้แก่ ASML ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์จากเนเธอร์แลนด์ เป็นเงิน 3.1 พันล้านเหรียญเมื่อปี 2016 —C. W.

Solina Chau
ผู้ร่วมก่อตั้ง Horizons Ventures
อายุ 64 ปี • ฮ่องกง
ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา Solina Chau เศรษฐีพันล้านนักลงทุนด้านเทคโนโลยีบริจาคเงิน 30 ล้านเหรียญออสเตรเลีย (19.5 ล้านเหรียญ) ให้แก่สถาบันที่เธอเรียนจบมาอย่าง University of New South Wales (UNSW) ใน Sydney เพื่อก่อสร้างหอพักนักศึกษาหญิงในหลักสูตร STEM ผ่านมูลนิธิ H.S. Chau ซึ่งจะนำไปใช้ในการก่อสร้างอาคาร Horizons Building ซึ่งตั้งชื่อตาม Horizons Ventures บริษัท VC ของเธอใน Hong Kong และมีกำหนดเปิดดำเนินการในปี 2030
Chau สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านพาณิชยศาสตร์จาก UNSW และประสบความสำเร็จอย่างมากจากการตัดสินใจลงทุนใน Facebook, Spotify และ Siri ตั้งแต่ยุคบุกเบิก เธอตั้งมูลนิธิของตัวเองขึ้นในปี 1996 และบริจาคเงินรวมแล้วกว่า 200 ล้านเหรียญเพื่อสนับสนุนการศึกษา และโครงการด้านสาธารณสุขต่างๆ สำหรับผู้หญิง
“คำว่า ‘จุดเปลี่ยนสำคัญ’ คือสิ่งที่มักจะผุดขึ้นมาในใจเสมอ เมื่อนึกย้อนไปถึงช่วงที่เรียนอยู่ที่ UNSW” Chau กล่าวในงานของมหาวิทยาลัยเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมเสริมว่าการบริจาคครั้งนี้คือ “สัญลักษณ์แทนความซาบซึ้งต่อมหาวิทยาลัยที่ช่วยให้ได้ค้นพบทั้งทิศทางของชีวิตและอาจรวมถึงตัวตนของตัวเองด้วย” เธอยังเป็นคู่ชีวิตที่อยู่เคียงข้าง Li Ka-shing คนที่ร่ำรวยที่สุดใน Hong Kong มาอย่างยาวนาน และยังนั่งตำแหน่งกรรมการมูลนิธิ Li Ka Shing อีกด้วย — Z. L.

Low Tuck Kwong
ผู้ก่อตั้ง และประธานกรรมการบริหาร Bayan Resources
อายุ 77 ปี • อินโดนีเซีย
เมื่อเดือนมีนาคม Low Tuck Kwong เศรษฐีพันล้านจากธุรกิจถ่านหินประกาศบริจาคเงิน 8 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (6.1 ล้านเหรียญ) ให้แก่ Nanyang Technological University (NTU) ผ่านมูลนิธิ Low Tuck Kwong ซึ่งมุ่งเน้นงานด้านการศึกษา สาธารณสุข และสวัสดิการสังคม
ทั้งนี้ NTU ซึ่ง David บุตรชายของ Low สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมศาสตร์มาเมื่อปี 2004 ระบุว่า เงินทุนดังกล่าวจะนำไปใช้สำหรับอุดหนุนการศึกษาให้นักศึกษาระดับปริญญาตรีชาวสิงคโปร์ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมถึงมอบทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาจากอินโดนีเซียด้วย
Low ซึ่งเคยบริจาคเงินสมทบกองทุนในลักษณะเดียวกันนี้แก่สถาบันการศึกษาในอินโดนีเซีย ทั้ง Bandung Institute of Technology และ University of Indonesia กล่าวว่า แรงจูงใจสำคัญของเขาคือ การสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้แก่คนรุ่นใหม่
ในปี 2023 มูลนิธิของเขาทำสถิติบริจาคเงินสูงสุดเป็นจำนวนเงิน 101 ล้านเหรียญสิงคโปร์ให้แก่ Lee Kuan Yew School of Public Policy ภายใต้ National University of Singapore ซึ่งเป็นสถาบันที่ Elaine ลูกสาวของเขาจบการศึกษา เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาผู้นำสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐจากประเทศในเอเชีย ตลอดจนมอบทุนการศึกษาให้แก่ผู้ที่ศึกษาในสาขานโยบายสาธารณะหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผู้ก่อตั้ง Bayan Resources บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเหมืองถ่านหินรายนี้เกิดในสิงคโปร์และมีทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านเหรียญ —Ardian Wibisono

Cyrus Poonawalla
ผู้ก่อตั้ง ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการ Serum Institute of India
อายุ 84 ปี • อินเดีย
Adar Poonawalla
CEO Serum Institute of India
อายุ 44 ปี • อินเดีย
เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Cyrus Poonawalla เศรษฐีพันล้านจากธุรกิจผลิตวัคซีนกับ Adar ลูกชาย ร่วมกันมอบเงิน 10 ล้านปอนด์ (13 ล้านเหรียญ) ผ่าน Serum Institute of India ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนให้แก่ Science Museum ของสหราชอาณาจักร โดยถือเป็นเงินบริจาคจากต่างประเทศก้อนใหญ่ที่สุดเท่าที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เคยได้รับมา ทางพิพิธภัณฑ์มีแผนจะนำเงินดังกล่าวไปใช้ปรับโฉมพื้นที่จัดแสดง Making of the Modern World ให้กลายเป็น Ages of Invention: The Serum Institute Gallery ซึ่งคาดว่าจะพร้อมเปิดให้เข้าชมในปี 2028
พื้นที่จัดแสดงใหม่จะครอบคลุมเนื้อที่กว่า 2,200 ตารางเมตร รวบรวมเรื่องราวนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ตลอดช่วง 250 ปีที่ผ่านมา พร้อมจัดแสดงวัตถุสำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น รถจักรไอน้ำที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังหลงเหลืออยู่ หลอดรังสีแคโทดที่นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ J.J. Thomson ใช้ในการค้นพบอิเล็กตรอน และกล้องโทรทรรศน์ของ Caroline Herschel นักดาราศาสตร์ชาวเยอรมัน “การบริจาคนี้จะมีส่วนช่วยพลิกโฉมพิพิธภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ เรามุ่งมั่นสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นหลัง และร่วมเชิดชูเส้นทางอันน่าทึ่งของวิทยาศาสตร์ที่หล่อหลอมโลกของเราให้เป็นอย่างทุกวันนี้” Adar กล่าว —A. R.
เรื่อง: RANA WEHBE WATSON เรียบเรียง: วินิจฐา จิตร์กรี
ภาพประกอบ: MARCO LAWRENCE
ค้นคว้าและรายงาน: Jonathan Burgos, Zinnia Lee, Anuradha Raghunathan, Jessica Tan, Catherine Wang, Yue Wang และ Ardian Wibisono
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : 12 มหาเศรษฐีรวยสุดในสหรัฐอเมริกา บริจาคมากน้อยแค่ไหน?


