เร่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Regional Hub - Forbes Thailand

เร่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Regional Hub

FORBES THAILAND / ADMIN
21 Aug 2023 | 11:00 AM
READ 7505

วันนี้ประเทศไทยเดินทางมาถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมไปในทุกมิติของประเทศ ตั้งแต่ผู้คน ชุมชน สังคม ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในทุกระดับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นโยบายบริหารประเทศหลังการเลือกตั้ง ต้องคำนึงถึงภาพรวมและผลประโยชน์ของทุกคนในชาติ ซึ่งผู้นำรัฐบาลต้องแสดงให้เห็นความเป็น connected leaders ที่เชื่อมโยงท้องถิ่นและนำไปสู่แนวคิด นโยบาย และการปฏิบัติแบบโกลบอล และการทำงานแบบ co-create ที่สำคัญต้องเร่งมือทำ digital transformation เพื่อปูทางไปสู่ digital economy ที่มีความยั่งยืน


    รัฐบาลใหม่ที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริงจะเป็นเสมือนจุด "refresh & restart" ทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ ที่องค์กรธุรกิจในทุกระดับต่างเตรียมพร้อมกับนโยบายสนับสนุนในด้านต่างๆ พร้อมความคาดหวังว่าจะช่วยแก้ปัญหาให้ตรงจุด ด้วยคนที่มีความสามารถ เพื่อกระตุ้นชีพจรเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ จากทั้งในและนอกประเทศ เพื่อฟื้นฟูศักยภาพในการแข่งขัน และเพื่อทำให้ประเทศไทยเป็น regional hub ในด้านต่างๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีต้นทุนเดิมรองรับอยู่แล้วในเชิงภูมิศาสตร์ด้วยภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงพลังงานทางเลือกอื่นๆ ที่เป็นข้อได้เปรียบของประเทศไทย

    แนวคิดด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและบริบทใหม่ประเทศไทยหลังเลือกตั้งควรพัฒนาประเทศใน 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่ 

    

ผู้คน Citizen Comes First

    

    รัฐบาลต้องสนับสนุนภาคประชาชนด้วยการสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนอย่างจริงจัง ประชาชนเสมือนเป็นเสาหลักในการขับเคลื่อนไปยังด้านอื่นๆ ซึ่งรัฐบาลใหม่สามารถช่วยประชาชนได้ใน 3 ประเด็นหลัก ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานไปถึงด้านการพัฒนาศักยภาพการผลิตลดต้นทุนสาธารณูปโภคพื้นฐาน อาทิ ค่าไฟฟ้า (electricity is the cost of living) สนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น แสงอาทิตย์ ลม หรือน้ำ โดยอาจประยุกต์ใช้โมเดลที่ประสบความสำเร็จอย่างโครงการ “คนละครึ่ง” เนื่องจากภาระค่าไฟฟ้าของไทยนั้นถือเป็นต้นทุนที่สูงของภาคครัวเรือนที่ทุกกิจกรรมหรือธุรกรรมต้องพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าแทบทั้งสิ้น โดยค่าไฟฟ้าของประเทศไทยอยู่ในอัตราที่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน (ตัวเลขค่าไฟฟ้างวดที่ 2 เดือนพฤษภาคม-สิงหาคมของปี 2566 เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4.70 บาทต่อหน่วย)

    สร้างงานใหม่รองรับคนจบใหม่ (new gen jobbers) ที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของประเทศ ข้อมูลจาก JobsDB ระบุว่า ปัจจุบัน 48% ขององค์กรขนาดใหญ่ในประเทศไทยเริ่มกลับมาจ้างงาน และต้องการพนักงานแบบเต็มเวลามากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงโควิด-19 และบัณฑิตจบใหม่ก็เป็นแรงงานกลุ่มเป้าหมายของหลายๆ องค์กร ซึ่งนอกจากนั้นรัฐบาลใหม่สามารถช่วยขับเคลื่อนและสร้างโอกาสในงานใหม่ๆ กับบริษัทสตาร์ทอัพต่างๆ ได้ ตัวอย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์ที่สนับสนุนด้านภาษีหลาก-หลายรูปแบบทั้ง income tax, capital gain tax เพื่อดึงดูดหรือสร้างการลงทุนทั้งจากนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศยุคใหม่ของเกษตรกรระยะไกล วันนี้เราเห็นแนวคิดใหม่ในภาคการเกษตรที่วิวัฒน์ตัวเองเป็น E-Farmer ใช้เทคโนโลยีต่างๆ อาทิ พันธุศาสตร์ สารสนเทศผนวกกับการทำงานผ่านทางไกล (remotely) โดยนำระบบอัตโนมัติหรือหุ่นยนต์ AI มาใช้ เพื่อสร้างผลผลิตหรือควบคุมต้นทุนให้เหมาะสม ซึ่งหากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและพัฒนาต่อยอดในจุดนี้จะเป็นการช่วยเพิ่มศักยภาพที่แข็งแกร่งอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นแก่เกษตรกร new gen ของประเทศ

    

เปลี่ยนความท้าทายเป็นโอกาส


    รัฐบาลต้องผลักดันไทยเป็น 8 regional hubs สำคัญของโลก ได้แก่ Clean Energy Hub ประเทศไทยมีศักยภาพด้านภูมิประเทศที่ได้เปรียบ เราสามารถสร้าง solar farm ระดับภูมิภาคได้ เป็นธุรกิจแบบยั่งยืนของโลก Carbon Credit Tokenization Manufacturing Hub สนับสนุนภาคการผลิตและส่งออกให้ผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ Network Connectivity Hub ประเทศไทยมีโอกาสมหาศาลเพื่อส่งเสริม digital economy ให้เติบโต หากลงทุนด้านเคเบิลสื่อสารใต้น้ำ (submarine cable) โดยใช้โมเดลเดียวกับการขุดคลองไทยที่เริ่มจากฝั่งจังหวัดสตูลไปทะลุออกที่จังหวัดสงขลา จะช่วยย่นระยะการลากสายเคเบิลได้กว่า 1,800 กิโลเมตร และยังช่วยกระตุ้นการลงทุนด้านเครือข่ายในพื้นที่ภาคใต้ ดันไทยเป็น hub ด้านการสื่อสารที่มีทั้งความเสถียรและประสิทธิภาพสูง

    Tourism & Aviation Hub ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวระดับโลกอยู่แล้ว ซึ่งหากรัฐบาลนำระบบ AI immigration มาช่วยอำนวยความสะดวกในการคัดกรองเข้าพื้นที่ตั้งแต่สนามบิน สถานที่ท่องเที่ยวหรือแหล่งช็อปปิ้ง จะสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่นักท่องเที่ยว Hydrogen Hub for New Logistics Era รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเป็นเรื่องของวันนี้ที่รัฐบาลต้องมองไปให้ไกลกว่าอุตสาหกรรม EV ที่แท้จริงแล้วพลังงานไฟฟ้านั้นมาจากระบบพลังงานใด การศึกษาของ Radiant Energy Group (REG) ระบุว่า ประเทศที่สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้มากที่สุดล้วนใช้พลังงานไฟฟ้าจากนิวเคลียร์และไฟฟ้าพลังน้ำ ดังนั้น การสนับสนุนการลงทุนผลิตไฟฟ้าควรมุ่งไปยังพลังงานทางเลือกที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

    Education Hub การเรียนการสอนควรได้รับการอภิวัฒน์ทั้งระบบ ตั้งแต่โครงสร้าง กระบวนการคัดสรร การพัฒนา เพื่อพัฒนามาตรฐานการศึกษา คุณภาพ และศักยภาพของผู้จบการศึกษาที่มีทักษะเป็นที่ยอมรับของอุตสาหกรรม Sport & Entertainment Hub กีฬาและสันทนาการเป็น soft power ที่มีศักยภาพในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั่วโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม การสนับสนุนการลงทุนและพัฒนายกระดับ soft power ที่โดดเด่นของประเทศ เช่น กีฬาหรืออาหารให้ก้าวขึ้นไปเทียบได้กับมาตรฐานระดับโลก Healthcare Hub อีก 10 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (super-aged society) บริการด้านสาธารณสุขและการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของไทยเป็นที่ยอมรับในระดับโลก เทคโนโลยีการสื่อสารทำให้ประชาชนในทุกพื้นที่เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้สะดวกขึ้น

    

Privatize to Move Faster

    

    บริหารความยืดหยุ่นและคล่องตัว ทันกระแสการเปลี่ยนแปลง ผู้บริหารในรัฐบาลต้องเปิดกว้างและพร้อมดิสรัปต์ตัวเอง โดยนอกจากต้องเร่งอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานไปสู่ดิจิทัลมากขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนพัฒนาและเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน Connected leaders คือคำตอบ การมีความสามารถเชื่อมโยงได้กับทุกอย่าง ตั้งแต่ภาคประชาชน (connect people) ไม่ว่าจะคนรุ่นไหน เพื่อลดความขัดแย้งในชุดความคิดที่ต่างกันและหาจุดเชื่อมตรงกลาง เพื่อสร้างความสามัคคีให้ได้เชื่อมกับเศรษฐกิจของชาติทั้งในและนอกประเทศ (connect domestic & international economic) ให้ได้ มองหาโอกาสที่จะผลักดันให้ประเทศเติบโต โดยทำข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกับนานาประเทศ และสุดท้ายเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐาน (connect infrastructure) ทั้งในด้านโลจิสติกส์ การบิน หรือรถไฟความเร็วสูง และ digital economy ที่ต้องการโครงสร้างพื้นฐานเป็นรากฐานสำคัญพัฒนาประเทศ

    อีกตัวอย่างที่น่าสนใจคือ การสนับสนุนให้ภาครัฐเฟ้นหา talents เช่น นักเรียนทุนที่ภาครัฐสนับสนุนเรื่องการศึกษาและต้องกลับมาร่วมพัฒนาประเทศ จากสถิติ ณ เดือนมีนาคม ปี 2566 ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เผยมีนักเรียนทุนรัฐบาล 1,725 รายที่กำลังศึกษาอยู่ในต่างแดน พวกเขาเหล่านี้ล้วนมีศักยภาพทำงานในโครงการพิเศษต่างๆ ร่วมกับ connected leader เพื่อช่วยกันพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนได้



บทความโดย
ศุภรัฒศ์ ศิวะเพ็ชรานาถ สิงหรา ณ อยุธยา
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ (ประเทศไทย)

    

    อ่านเพิ่มเติม : จับตาวิกฤตระลอกใหม่จีน-สหรัฐ

    คลิกอ่านฉบับเต็มและบทความทางด้านธุรกิจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนกรกฎาคม 2566 ในรูปแบบ e-magazine 


TAGGED ON