บี.กริม เพาเวอร์ เผยแผนธุรกิจเตรียมทุ่มทุน 70,000 ล้าน ด้านพลังงานหมุนเวียนทั่วโลกและ Digital Infrastructure

บี.กริม เพาเวอร์ เผยแผนธุรกิจเตรียมทุ่มทุน 70,000 ล้าน ด้านพลังงานหมุนเวียนทั่วโลกและ Digital Infrastructure

บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เผยทิศทางธุรกิจปี 2569 ภายใต้กลยุทธ์ “GreenLeap-Global and Green” เตรียมเดินหน้าขยายการลงทุนร่วมกับพันธมิตรชั้นนำทั่วโลกทั้งด้านพลังงานหหมุนเวียนและ Digital Infrastructure ตามกรอบระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่ 2569-2573

 

    บี.กริม เพาเวอร์ องค์กรที่อยู่เคียงคู่สังคมไทยมายาวนานกว่า 148 ปี จากการดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี เดินหน้ากิจกรรมเพื่อสังคมในหลายมิติ อาทิ การศึกษา การพัฒนาคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และศิลปวัฒนธรรม ควบคู่การพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนตั้งแต่ปี 2558 และการต่อยอดสู่ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในปี 2568

    ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ เผยว่า บี.กริม เพาเวอร์ เดินหน้าตามยุทธศาสตร์ระยะยาว “GreenLeap - Global and Green” ถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกมุ่งสู่ตลาดพลังงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั่วโลก เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป 

    “ปัจจุบันเรามีกำลังการผลิตรวมราว 4.6 กิกะวัตต์ คิดเป็นสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนประมาณ 37% สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังตั้งเป้าปี 2573 มุ่งเป็นผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลกที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 50% และกำลังการผลิตรวม 10 กิกะวัตต์ จากโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนา พร้อมเดินหน้าสู่องค์กรที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net-Zero Carbon Emissions ภายในปี 2593”


    พีรเดช พัฒนจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน กล่าวว่า ภายใต้กลยุทธ์ “GreenLeap - Global and Green” ที่มุ่งขยายการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนร่วมกับพันธมิตรทั่วโลก สิ่งสำคัญคือ ความสามารถในการส่งมอบ ทำให้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราขยายพลังงานหมุนเวียน โดยยึดวินัยการลงทุนและการบริหารโครงการเป็นหลัก ปัจจุบันเรามี 1.7 กิกะวัตต์ที่เดินเครื่องแล้ว และมีโครงการในหลายตลาดที่สะท้อนความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม เราเร่งการเติบโตเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานในระดับภูมิภาคและระดับโลก

    บี.กริม เพาเวอร์ เน้นย้ำความคืบหน้าในตลาดเอเชียแปซิฟิก โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งในประเทศเกาหลีใต้ Nakwol 1 ขนาด 365 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างในเขตชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ และ คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในปีนี้ ในพื้นที่ยุทธศาสตร์พลังงานลมของประเทศเกาหลีใต้ 

    อีกหนึ่งก้าวสำคัญของการลงทุนในสหรัฐอเมริกาคือการเข้าลงทุนในสัดส่วน 25% ในพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าพลังน้ำ กำลังการผลิตรวม 406 เมกะวัตต์ เพื่อสร้างฐานรายได้ระยะยาวที่มั่นคง และกระจายความเสี่ยงเชิงภูมิศาสตร์ พร้อมเปิดโอกาสต่อยอดเพิ่มขีดความสามารถของสินทรัพย์ตามความเหมาะสมของตลาดพลังงาน

    นพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม สรุปความคืบหน้าปี 2568 ด้วยความสำเร็จในการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) รวมกว่า 542 เมกะวัตต์ ให้แก่ลูกค้าทั้งภายในและภายนอกนิคมอุตสาหกรรม โดยเป็นโครงการพลังงานหมุนเวียนถึง 75% สอดคล้องกับแผนพัฒนาพลังงานยั่งยืนของไทย 

    และในปีนี้ บี.กริม มุ่งมั่นยกระดับสู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยต่อยอดจากธุรกิจพลังงานเดิมเพื่อรองรับการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ล่าสุดได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าขนาด 100 เมกะวัตต์ร่วมกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก ตอกย้ำการส่งมอบโซลูชั่นพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพและน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ บริษัทยังรุกขยายตัวด้วยโซลูชั่นที่มากกว่าไฟฟ้าผ่านโมเดล Digital Infrastructure-as-a-service (DIaaS) อาทิ การพัฒนาโครงการไฮเปอร์สเกลดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 96 เมกะวัตต์ อันเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล ตลอดจนการพัฒนาแพลตฟอร์มพลังงานและบริการดิจิทัลอุตสาหกรรม โดยร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม (Third Party Access: TPA) ในอนาคต

    ศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารงานการเงินและบัญชี เผยว่า บี.กริม เพาเวอร์ ให้ความสำคัญกับการจัดสรรเงินทุน (Capital Allocation) อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวอย่างยั่งยืนโดยวางแผนการลงทุนในโครงการต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ สำหรับช่วงปี 2569-2573 รวมทั้งสิ้นกว่า 70,000 ล้านบาท 

    ขณะที่แผนการลงทุนเฉพาะส่วนทุนของ บี.กริม เพาเวอร์ จำนวน 40,000-50,000 ล้านบาท จะเป็นพลังงานหมุนเวียนถึง 93% ทั้งนี้ แหล่งที่มาของเงินลงทุนของ บี.กริม เพาเวอร์ จะมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การออกหุ้นกู้ เงินกู้จากสถาบันการเงิน รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ การขายสินทรัพย์ที่มีศักยภาพ การจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) และแหล่งเงินทุนอื่นๆ ตามความเหมาะสม


    อย่างไรก็ตาม ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า จากแนวทางในการดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี ตลอด 148 ปี พร้อมกับกลยุทธ์ที่วางไว้ บี.กริม พร้อมเดินหน้าเติบโตสู่องค์กรชั้นนำระดับโลก ก้าวสู่ความสำเร็จและขยายธุรกิจไปในหลายประเทศทั่วโลก ผลักดันให้ต่างประเทศเห็นถึงศักยภาพของคนไทย และช่วยนำพาธุรกิจ และพันธมิตรทุกคนสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

 

ภาพ : บี.กริม พาวเวอร์




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ก.ล.ต. กางแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี ปักธงสร้างความเชื่อมั่นตลาดทุน ดึงบริษัทคุณภาพ-ยกระดับการแข่งขัน ย้ำจุดยืนชนทุนเทา สกัดสแกมเมอร์

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine