การขับเคลื่อนโลกเข้าสู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากขาดส่วนประกอบสำคัญอย่างชิปหน่วยความจำ หรือ memory chip ซึ่งเปรียบเสมือน data backbone ของระบบดิจิทัลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คลาวด์ หรือดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่
เมื่อเทคโนโลยี AI พัฒนามากขึ้นทำให้ความต้องการชิปหน่วยความจำเพิ่ม และเปลี่ยนสถานะจากชิ้นส่วนเก็บข้อมูลเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งผลักดันให้เกิด “Memory Supercycle” รอบใหม่ และโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำ
ธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC ให้มุมมองภาพรวมเศรษฐกิจโลกและสหรัฐอเมริกาว่า ยังสามารถขยายตัวได้ ด้วยผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ที่มีความแข็งแกร่ง และการเติบโตกำไรต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนคาดการณ์ EPS เพิ่มขึ้น 23% ในปี 2569 และ 14% ในปี 2570 รวมถึงแนวโน้มการเติบโตของ AI และโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน
ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยง หุ้นคุณภาพ และธีม AI ด้วย Memory Supercycle รอบใหม่ เนื่องจาก AI และดาต้าเซ็นเตอร์ทำให้ความต้องการชิปหน่วยความจำเติบโตแบบก้าวกระโดด ขณะที่ซัพพลายจำกัดเมื่อเทียบกับดีมานด์ เพราะใช้เงินลงทุนสูงจึงมีผู้เล่นหลักไม่กี่ราย

และผู้เล่นรายใหญ่มีอำนาจการกำหนดราคา (pricing power) ได้เปลี่ยนกลยุทธ์จากเน้นปริมาณเป็นควบคุมอุปทาน และปรับสายการผลิตไปยังผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง เช่น HBM (High Bandwidth Memory) และ DDR5 ทำให้ราคาชิปดีดตัวขึ้นกลับมาหนุนกำไรให้เติบโตในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม การลงทุนควรกระจายความเสี่ยงหลากหลายสินทรัพย์และตราสารอนุพันธ์ พร้อมทั้งจับตาความท้าทายสำคัญในปีนี้ ได้แก่ ข้อมูลเศรษฐกิจ เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น นโยบายการเงินผ่อนคลายลดลง ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่ต่อทิศทางดอกเบี้ย สภาพคล่องในตลาดและการ IPO ของ 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ ได้แก่ SpaceX, OpenAI, Anthropic ความสามารถในการทำกำไรจาก AI การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกา สงครามการค้า และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
“แม้การลงทุนครึ่งปีหลังจะมีเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่ส่งผลกระทบต่อหุ้นเทค แต่เราเชื่อว่าบริษัทที่มีผลประกอบการเติบโตจะสามารถกลับมาได้ สุดท้ายราคาหุ้นสะท้อนตามผลกำไร ซึ่งเรามั่นใจในการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงปัจจัยสนับสนุนคือ บริษัท AI หลายบริษัทเตรียม IPO โดยทุกบริษัทต้องมีดาต้าเซ็นเตอร์รองรับ เพราะฉะนั้นทุกคนอยู่ในช่วงของการช้อปปิ้ง ซึ่งเราเห็นว่าธีมนี้เป็นโอกาสการลงทุนและสร้างผลตอบแทนได้ แต่ไม่ควรลงทุนในพอร์ตจำนวนมาก โดยแนะนำให้ลงทุนเพียงส่วนหนึ่งและกระจายให้มีการลงทุนที่ชนะเงินเฟ้อได้”
ขณะที่บริษัทนำเสนอกองทุนเปิด เอ็มเอฟซี เมมโมรี่ ชิป อิควิตี้ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (MFC Memory Chip Equity Fund Not for Retail Investors) หรือ M-MEM ซึ่งลงทุนเทรนด์ AI ในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม memory chip ระดับโลก ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ AI ecosystem
โดยมีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศทั่วโลกที่ดำเนินธุรกิจหรือมีรายได้จากการดำเนินธุรกิจจากเซมิคอนดักเตอร์และหน่วยความจำ (semiconductor & memory technology) รวมถึงหลักทรัพย์อื่นๆ ที่ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทาน
ด้านกระบวนการลงทุนโดยผู้จัดการกองทุนจะคัดเลือกหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (market capitalization) ขนาดใหญ่กว่า 5 หมื่นล้านเหรียญ และมีสภาพคล่องสูง รวมถึงเป็นผู้นำอุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำและบริษัทในห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ AI, ดาต้าเซ็นเตอร์, คลาวด์ และ big data และเน้นบริษัทที่ได้รับอานิสงส์จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเทคโนโลยี AI และ High Bandwidth Memory (HBM) Supercycle โดยจัดพอร์ตการลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (risk-adjusted return) ที่เหมาะสม และกำหนดสัดส่วนลงทุนหุ้นรายตัวไม่เกิน 15%
“ผู้เล่นในอุตสาหกรรมน้อยรายเพราะต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล อย่างโรงงาน NAND ยุคใหม่ต้นทุนสูงมาก และกำแพงเทคโนโลยีสูง โดยจีนยังไม่มี EUV (เครื่อง lithography ขั้นสูงสุดของ ASML) ซึ่งเป็นคอขวดของ DRAM/HBM รุ่นสูง โดยเฉพาะ HBM4 ที่ Micron ขายอยู่ รวมถึงผู้นำไม่เพิ่มโรงงานใหม่ทั้ง Samsung, SK Hynix, Micron เน้นอัปเกรดเครื่องเดิมแทนการขยายกำลังผลิต”
นอกจากนั้น ข้อดีของการมีผู้เล่นในอุตสาหกรรมจำนวนไม่มาก ได้แก่ อำนาจกำหนดราคาสูง โดย 3 ผู้นำที่ครองส่วนแบ่ง DRAM 93% และ NAND 59% โดยผู้เล่นหลัก 5-6 รายครองส่วนแบ่งตลาด NAND ประมาณ 80-90% ทำให้สามารถคุมซัพพลายและไม่ต้องแข่งขันกันลดราคา แต่ใช้วิธีการคุมปริมาณการผลิตเพื่อรักษาอัตรากำไร รวมถึงความสามารถในการขึ้นราคาพร้อมกันได้ เช่น ผู้ผลิตขึ้นราคา NAND กว่า 33-38% ในไตรมาสเดียวภายในปีนี้
สำหรับตัวอย่างหุ้นและสัดส่วนการลงทุนคาดการณ์ในกองทุนประกอบด้วย Samsung Electronics 14%, Western Digital (WD) 14%, SK Hynix 14%, Micron Technology 14%, Sandisk (SNDK) 14%, Kioxia Holdings 13%, Intel Corp 10% และ Seagate Technology 7% ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะปรับพอร์ตการลงทุนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง และติดตามผลประกอบการของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
"การนำ AI มาแทน คนจะยอมจ่ายแพงขึ้น ถ้า AI ประมวลผลได้เร็วขึ้น ซึ่งชิปหน่วยความจำเป็นส่วนประกอบสำคัญที่เราให้ความสนใจธีมนี้ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยบริษัทที่สามารถพัฒนา memory ได้เร็วมีเพียง 3 บริษัทในโลก
"สมมติเราซื้อโน้ตบุ๊กหรือคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ล่าสุด เราก็ต้องการ RAM รุ่นใหม่ที่ประมวลผลได้เร็ว ซึ่งตัวที่ส่งให้ไปประมวลผลต้องเร็วตาม เพื่อให้ได้ใช้งานประสิทธิภาพดีที่สุดต้องยอมจ่ายเทคโนโลยีที่ดีที่สุด ถ้าจะซื้อคอมใหม่คงไม่ซื้อเทคโนโลยี 2-3 ปีที่แล้ว เราจึงเล็งเห็นโอกาสจากที่เขาต้องซื้อรุ่นใหม่"
ธนโชติยังยกตัวอย่างความน่าสนใจของ 3 ผู้นำด้าน memory สำหรับ AI เปรียบเทียบระหว่าง SK Hynix, Micron Technology และ Samsung Electronics โดย SK Hynix ครองส่วนแบ่ง HBM สูงสุดในตลาดที่ได้ประโยชน์ตรงจาก AI accelerator cycle และซัพพลายเออร์สำคัญของ NVIDIA ซึ่งโดดเด่นด้าน memory stacking สำหรับ AI GPU รวมถึงแข็งแรงด้าน packaging และ thermal management
ส่วน Micron Technology เป็นผู้นำ advanced memory จากสหรัฐอเมริกา และหนึ่งในผู้นำ HBM3E, Advances DRAM สำหรับ AI รวมถึง 1 ใน 3 ผู้ผลิต HBM หลักของโลก ซึ่งมีจุดเด่นด้าน Memory pure-play และโฟกัส DRAM, HBM, NAND และ SSD โดยตรง พร้อมทั้งได้ประโยชน์จากการกระจายซัพพลายเชนและซัพพลายเออร์ (supplier diversification)
ขณะเดียวกัน Samsung Electronics สามารถเสนอโซลูชันได้ครบวงจรครอบคลุมตั้งแต่ memory ถึง advanced packaging ซึ่งได้เปรียบด้านขนาด กำลังผลิต และเงินทุนสูง รวมถึงเป็นผู้นำ NAND และผู้ผลิต memory รายใหญ่ที่มีทั้ง DRAM, NAND, HBM, Foundry และ Packaging พร้อมศักยภาพใน HBM
อย่างไรก็ตาม กองทุน M-MEM มีความเสี่ยงระดับ 7 (สูง) เป็นกองทุนรวมที่เสนอขายเฉพาะผู้มีเงินลงทุนสูง และกองทุนมีการลงทุนกระจุกตัว (concentration risk) ในผู้ออกตราสาร (issuer) และในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : BANPU วางเกม 5 ปี เตรียมลงทุน 3 พันล้านเหรียญ! ตั้งเป้า EBITDA เติบโต 1.5 เท่า เล็งตั้งโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ใน Texas



