ในที่สุดก็มีอาร์ตแฟร์สัญชาติไทย เตรียมเปิดฉาก “art Bangkok 2026” รวม 20 แกลเลอรีจากไทยและต่างประเทศ เปิดโอกาสให้ศิลปิน แกลเลอรี และนักสะสมได้พบกัน ดันการซื้อขายและสร้างตลาดใหม่ให้วงการศิลปะไทย ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 1.4 พันล้านบาท
สมาคมแกลเลอรีไทย (Thai Galleries Association: TGA) ร่วมกับ The Cloud และธนาคารยูโอบี (UOB) ในฐานะ lead partner เปิดตัว “art bangkok 2026 - The First Chapter” อาร์ตแฟร์นานาชาติที่รวบรวม 20 แกลเลอรีจากไทยและต่างประเทศเข้าร่วม พร้อมผลงานจากศิลปินหลากหลายเจเนอเรชัน รวมถึงเวทีเสวนา กิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้ และ networking
การจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดศิลปะโลกกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง หลังหดตัวต่อเนื่องมาสองปี โดย The Art Basel and UBS Global Art Market Report 2026 ระบุว่า มูลค่าการซื้อขายศิลปะทั่วโลกในปี 2025 เพิ่มขึ้น 4% สู่ 5.96 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1.96 ล้านล้านบาท ขณะที่ยอดขายผ่านอาร์ตแฟร์มีสัดส่วน 35% ของยอดขายของดีลเลอร์ เพิ่มขึ้นจาก 31% ในปี 2024 และเป็นสัดส่วนสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022
ทิศทางดังกล่าวทำให้อาร์ตแฟร์มีบทบาททั้งในด้านการซื้อขายผลงาน การค้นพบศิลปิน การสร้างความสัมพันธ์กับนักสะสม และการเชื่อมโยงผู้คนในวงการ ขณะที่เอเชียมีความเคลื่อนไหวของตลาดและระบบนิเวศศิลปะเพิ่มขึ้น ทั้งจากแกลเลอรี สถาบัน แพลตฟอร์มศิลปะ และการเชื่อมโยงศิลปินกับผู้ชมและนักสะสมจากต่างประเทศ
ตลาดไทย 1.4 พันล้าน สู่โจทย์สร้างอาร์ตแฟร์สัญชาติไทย
สุภิตา เจริญวัฒนมงคล ผู้แทนสมาคมแกลเลอรีไทย กล่าวว่า ในปี 2025 ตลาดการซื้อขายผลงานศิลปะในไทยมีมูลค่าราว 1.4 พันล้านบาท โดยคาดว่ามูลค่าที่แท้จริงอาจสูงกว่าตัวเลขที่ประเมินไว้ราว 20-30% เนื่องจากยังมีผลงานและการซื้อขายอีกจำนวนมากที่ไม่ได้ถูกบันทึก
แม้ตลาดศิลปะในไทยจะยังไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดด แต่มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ที่มีศิลปินหน้าใหม่ แกลเลอรี และผู้ซื้อเพิ่มขึ้นจำนวนมากจากการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์
เธอกล่าวด้วยว่า ทุกประเทศที่มีอิทธิพลด้านศิลปะต่างมีอาร์ตแฟร์ ทั้งของแบรนด์ใหญ่และของ local สำหรับประเทศไทย ผู้จัดควรเป็นคนที่ทำแกลเลอรีและนำแกลเลอรีมารวมตัวกัน เนื่องจากเข้าใจชีวิตของคนขายงานศิลปะที่รอความสำเร็จ รอเม็ดเงิน และรอการมีอาชีพจากการขายงานศิลปะ
“แกลเลอรีเห็นวัฏจักรของศิลปินมาตลอด ตั้งแต่ยังไม่ดัง เป็นดาวรุ่ง หรือสาบสูญหายไป ขณะที่บางแกลเลอรีก่อตั้งมา 30-40 ปี แต่ไม่เคยมีโอกาสไปอาร์ตแฟร์ในต่างประเทศ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายระดับหลักล้านบาท การทำอาร์ตแฟร์ในครั้งนี้จึงเกิดจากความร่วมมือกันอย่างแท้จริง อาร์ตแฟร์สัญชาติไทยจะได้เกิดขึ้นเสียที และปักหมุดว่างานนี้มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ” สุภิตา กล่าว
พร้อมทั้งระบุว่า สำหรับ art Bangkok 2026 ค่าบูธอยู่ที่หลักแสนบาทต่อบูธ ซึ่งถือว่าถูกเมื่อเทียบกับอาร์ตแฟร์ในต่างประเทศ โดยการจัดงานมีเป้าหมายสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจในวงการศิลปะ และเป็นศูนย์รวมแกลเลอรี เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้ที่มีความสนใจและมีกำลังซื้อจากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม แม้การซื้อขายภายในงานยังไม่สามารถการันตีตัวเลขได้ แต่ สุภิตา คาดว่าจะสามารถเพิ่มกลุ่มผู้ซื้อหน้าใหม่ได้เท่าตัว เนื่องจากมีการรวบรวมแกลเลอรีมาไว้ภายในงาน โดยปัจจุบันพื้นที่บูธจำหน่ายเต็มทุกจุดแล้วใน 6 โซน

ศิลปะเป็นทุนทางเศรษฐกิจ
รานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ประเทศไทยมีต้นทุนทางศิลปะและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง มีศิลปินที่มีศักยภาพ คนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และกรุงเทพมหานครมีทั้งวัฒนธรรมดั้งเดิมและร่วมสมัยอยู่ด้วยกัน
“คำถามในวันนี้ไม่ใช่ว่าประเทศไทยมีศักยภาพด้านศิลปะหรือไม่ แต่คือเราจะเปลี่ยนศักยภาพที่มีอยู่ให้เป็นระบบนิเวศที่เข้มแข็งและเชื่อมโยงกับระบบศิลปะระดับสากลได้อย่างไร” รานี กล่าว
กระทรวงวัฒนธรรมมองว่าศิลปะไม่ได้มีเพียงคุณค่าด้านความงามหรือเป็นสิ่งที่ควรอนุรักษ์เท่านั้น แต่ยังเป็นทุนทางวัฒนธรรม หรือ cultural assets ที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับสังคมและในแง่ของมูลค่าทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม เธอระบุว่า การมีศิลปินหรือผลงานที่ดีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ โดยต้องมีพื้นที่ให้ศิลปินได้แสดงผลงาน มีตลาดหรือแกลเลอรีให้ผลงานเข้าถึงนักสะสม รวมถึงมีสถาบันและเครือข่ายที่เข้มแข็ง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ International art fair มีความสำคัญ
“เราไม่จำเป็นต้องสร้าง Art Basel แข่งกับฮ่องกง แต่เรามีศักยภาพที่จะสร้างอาร์ตแฟร์ที่มีตัวตน มีจุดแข็ง และเติบโตขึ้นในแบบของกรุงเทพฯ เอง การสร้างอาร์ตแฟร์ที่แข็งแรง ไม่ใช่จัดอีเวนต์ให้ใหญ่หรือปีเดียวแล้วจบ แต่ต้องอาศัยคุณภาพ ความต่อเนื่อง ความน่าเชื่อถือ และเครือข่ายที่สร้างขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ถ้าเราสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง เชื่อว่ากรุงเทพฯ จะก้าวจากเมืองท่องเที่ยวที่คนรู้จักทั่วโลก กลายเป็น art destination ในระดับภูมิภาค” รานี กล่าว

6 โซน art bangkok 2026
สำหรับ art bangkok 2026 แบ่งเนื้อหาออกเป็น 6 องค์ประกอบ เริ่มจาก “Gallery Zone-Ways of Seeing” ซึ่งรวบรวมแกลเลอรีจากไทยและต่างประเทศ โดยนำเสนอแนวคิดและมุมมองในการคัดสรรผลงานของแต่ละแกลเลอรี ผ่านศิลปินและผลงานที่หลากหลาย
แกลเลอรีที่เข้าร่วม ได้แก่ Art Agenda, Artas Galeri, Artemis Art, Blue Velvet Underground, Gallery CURU, G13 Gallery, Galeri Sasha, Gallery Grimson, Joyman Gallery, KYLA Gallery, L GALLERY, M Contemporary Bangkok, M Contemporary Seoul, Maison JE, Number 1 Gallery, Palette Art Space, Richard Koh Fine Art, WORKS WORKS และ UOB Art Space
ต่อไปคือโซน “Past | Present | Future - A Curated Dialogue Across Generations” เปิดบทสนทนาระหว่างศิลปะต่างช่วงเวลาและเจเนอเรชัน ตั้งแต่ศิลปินชั้นครู ศิลปินร่วมสมัยที่ได้รับการยอมรับ ไปจนถึงศิลปินรุ่นใหม่ ผ่านความร่วมมือกับแกลเลอรี พิพิธภัณฑ์ มูลนิธิ องค์กรศิลปะ นักสะสม และองค์กรรางวัลด้านศิลปะ
โซน “Art Jewel-Art in Different Contexts” นำเสนอผลงานศิลปะผ่านบริบทที่หลากหลาย ทั้งผลงานศิลปะของศิลปินดาวรุ่งไทยจากการประกวด UOB painting of the year ผลงานจาก Dorothy Circus Gallery และ Bangkok Art Auction เพื่อสะท้อนมิติงานศิลปะในแต่ละบริบทของตลาดและการสะสมผลงาน
ขณะที่โซน “Museums & Institutions-Living with Art” นำเสนอการชมศิลปะไปสู่การอยู่ร่วมกับศิลปะ ผ่านการนำเสนอจากพิพิธภัณฑ์และนักสะสม โดยมี curatorial partners ได้แก่ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และ MoNWIC Art Museum ณ Jewel Dome ซึ่งนำเสนอเกี่ยวกับบทบาทของสถาบันในการเก็บรักษา ถ่ายทอด และสร้างคุณค่าให้กับศิลปะในระยะยาว
สำหรับโซน “Art Care & Stewardship-Caring for Art” นำเสนอองค์ความรู้และบริการด้านการดูแลผลงานจาก Helutrans ตั้งแต่การติดตั้งงาน การใส่กรอบ การขนส่ง การทำประกันผลงาน ไปจนถึงการเก็บรักษางานศิลปะ
ปิดท้ายด้วย “Art Eco System-Inclusive Art Circle” ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมโยงผู้คนและกลไกที่ขับเคลื่อนวงการ ตั้งแต่สื่อมวลชน องค์กรด้านการประกวดและรางวัลทางศิลปะ ชุมชนนักสะสม สมาคม และมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ พร้อมเวทีเสวนา กิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้และ networking รวมถึง VIP Lounge สำหรับการพบปะระหว่างนักสะสม ศิลปิน แกลเลอรี พันธมิตร และแขกของงาน
สำหรับ art bangkok 2026 - The First Chapter จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-11 ตุลาคม 2026 บนพื้นที่กว่า 1,500 ตารางเมตร ณ NEX Hall และ Jewel Zone ชั้น 5 สยามพารากอน

เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ทำไมต้องไปอาร์ตแฟร์ที่เกาหลีสักครั้ง คำตอบอยู่ที่ “ART OnO” เวทีที่ศิลปะจากทั่วโลกมาพบกัน บนความสมดุลระหว่าง “คุณค่า” และ “ตลาดเชิงพาณิชย์”
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


