กลุ่มบีทีเอส ขอเปลี่ยนแนวจากโรงเรียนนานาชาติสไตล์อเมริกันสู่สไตล์อังกฤษ เตรียมเปิด “Wycombe Abbey International School” เดือนสิงหาคมนี้ ชูจุดแข็ง “เปลี่ยนมิตรภาพวัยเยาว์ สู่คอนเนกชั่นธุรกิจระดับภูมิภาค” ส่วนโรงเรียนเดิม “VERSO” จะปิดสิ้นปีการศึกษาเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมยอมรับจับเข่าคุยพาร์ทเนอร์ปักหมุดเอเชีย เล็งขยายโรงเรียนนานาชาติสู่สิงคโปร์-เกาหลีใต้ เปิดปี 2028 เป็นต้นไป
ตลาดโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยมีมูลค่ามากกว่า 80,000 ล้านบาท เติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปีกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ และจำนวนโรงเรียนนานาชาติในเมืองไทยที่มากกว่า 250 แห่งกระจุกตัวในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต เชียงใหม่ และชลบุรี ทำให้ Rabbit Holdings บริษัทในเครือของ BTS Group Holdings Public Company Limited เข้าสู่ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ ตั้งแต่เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ด้วยการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ต่างชาติเปิด “VERSO” โรงเรียนนานาชาติที่มีดีไซน์ล้ำสมัยจากอเมริกาใกล้โครงการ “ธนาซิตี้” บนถนนบางนา-ตราด
เมื่อเทรนด์ตลาดเปลี่ยน ความนิยมของผู้ปกครองในการส่งบุตรหลานเข้าโรงเรียนนานาชาติแบบอังกฤษในเมืองไทย มีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มบีทีเอสก็พร้อมปรับ ด้วยการหันมาร่วมมือกับ BE Education Group ตั้งบริษัทร่วมทุน เปิด “Wycombe Abbey International School Bangkok” บนพื้นที่กว่า 168 ไร่ แทนที่ “VERSO” ซึ่งจะปิดตัวลงในภาคการศึกษาสุดท้ายเดือนมิถุนายนนี้
บริษัทร่วมทุนของ 2 บริษัท มีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาทสำหรับเงินลงทุนเบื้องต้น เพื่อปรับโฉมโรงแรมอีสติน ธนาซิตี้ กอล์ฟ รีสอร์ท กรุงเทพฯ จำนวน 2 ตึกให้เป็นหอพักขนาด 100 ห้อง ส่วนโครงสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้ลงทุนไปแล้วก่อนหน้านี้ 5,000 ล้านบาทกับ “VERSO International School” ซึ่งกำลังจะถูกพลิกโฉมเป็น “Wycombe Abbey International School Bangkok” แทน

ทั้งนี้ BE Education Group ถือหุ้น 75 เปอร์เซ็นต์ และที่เหลืออีก 25 เปอร์เซ็นต์เป็นของ Rabbit Holdings ซึ่งถือหุ้นโดย BTS Holdings 68 เปอร์เซ็นต์
โดย BE Education Group ได้สิทธิ์เปิด “Wycombe Abbey International School” ในเอเชีย ปัจจุบันเปิดแล้ว 5 แห่ง ในจีน 3 แห่ง ที่ฉางโจว หางโจว และหนานจิง โดยไทยจะเป็นสาขาที่ 6 ในภูมิภาคเอเชีย
วิลเลียม แวนเบอร์เกน ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริษัท BE Education และประธานคณะกรรมการที่ปรึกษานานาชาติของ Wycombe Abbey กล่าวว่า เขาตัดสินใจมาเปิดโรงเรียนนี้ในเมืองไทย เพราะมองว่ากรุงเทพฯ สามารถกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการศึกษานานาชาติในภูมิภาคเอเชียได้ เพราะไทยเป็นประเทศที่ Amazing ทั้งมิติของเมือง ภาพจำระดับสากลในเรื่องเฮลธ์แคร์ ความมีคุณภาพชีวิตที่ดี ความปลอดภัย การเชื่อมต่อการเดินทางทั่วเอเชีย และค่าครองชีพที่แข่งขันได้ในระดับภูมิภาค
นอกจากนี้เขายังได้พบกับพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง รวมทั้งทำเลที่ตั้งของโรงเรียนอยู่ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 15 นาทีเท่านั้น จึงเหมาะกับครอบครัวนานาชาติที่ต้องการการศึกษาระดับโลกให้กับบุตรหลาน
โชติชวาล ลีไตรรงค์ จาก BTS Group Holdings Public Company Limited กล่าวว่า การร่วมลงทุนในโครงการนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ BTS Group ในการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเมืองในระยะยาว การศึกษาระดับโลกเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของเมืองสมัยใหม่ เมืองที่สามารถดึงดูดครอบครัวระดับโลกได้ต้องมีทั้งเศรษฐกิจที่แข็งแรง คุณภาพชีวิตที่ดี และระบบการศึกษาที่มีมาตรฐานสากล
“การร่วมลงทุนครั้งนี้เป็นการลงทุนในอนาคตของกรุงเทพฯ และบทบาทของเมืองในเวทีโลก ผมมองว่าการมีสถาบันการศึกษาชั้นนำระดับโลกตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ จะช่วยเสริม ecosystem ของเมือง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และการดึงดูดบุคลากรและครอบครัวจากทั่วโลก” โชติชวาลกล่าว
นอกจากนี้ โชติชวาลยังต้องการเติมเต็มคอมมูนิตี้ของโครงการธนาซิตี้ ที่ได้เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ 30 ปีที่ผ่านมา และยังมีพื้นที่เหลือพัฒนา anchors ต่างๆ อีกในอนาคต
“ผมอยากให้ธนาซิตี้มีสีสัน ไม่ได้ตอบโจทย์เพียงแค่ลูกบ้านในโครงการ แต่ต้องการให้เป็นที่ hang out สำหรับคนภายนอกด้วย นอกจากนี้ ธุรกิจโรงเรียนจะช่วยให้ bottom line ของ Rabbit ดีขึ้น คาดว่าธุรกิจโรงเรียนใหม่นี้จะถึงจุดคุ้มทุนภายใน 5 ปี” โชติชวาลกล่าว
ปัจจุบัน Rabbit Holdings ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม ประกันภัย รับซื้อหนี้เสีย และโรงเรียนนานาชาติที่ได้เริ่มเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมากับพาร์ทเนอร์คนก่อน

สำหรับ Wycombe Abbey ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1896 หรือเมื่อ 130 ปีก่อน ณ เมือง Buckinghamshire สหราชอาณาจักร และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการระดับแนวหน้าของประเทศอังกฤษ
วิลเลียมกล่าวว่า Wycombe Abbey International School Bangkok ควรเป็นทางเลือกของผู้ปกครองทั้งคนไทยและต่างชาติ เพราะ Wycombe Abbey เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการโดดเด่น โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นักเรียนของโรงเรียนกว่า 28% ได้รับการตอบรับเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย Oxford และ Cambridge ขณะที่นักเรียนจำนวนมากได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกในอันดับ QS Top 10 และ Top 50 อย่างต่อเนื่อง
เช่นเดียวกับ Wycombe Abbey International ที่นักเรียนกว่า 38% ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยใน QS Top 10 และกว่า 74% ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยใน QS Top 50 ของโลก
“การเปิดตัว Wycombe Abbey ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดโรงเรียนใหม่ แต่เครือข่ายแคมปัสของ Wycombe Abbey เปิดโอกาสให้นักเรียนจากหลากหลายแห่งได้ร่วมกิจกรรมและแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน พร้อมต่อยอดสู่การเป็นคอมมูนิตี้ระดับโลกที่ยั่งยืนตลอดชีวิต” วิลเลียมย้ำ
นอกจากการเรียนที่แคมปัสในเมืองไทยแล้ว ทางโรงเรียนยังมีโปรแกรมแลกเปลี่ยนกับสาขาต่างๆ ที่โรงเรียนมีอยู่ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสให้นักเรียนจากประเทศไทยสามารถเข้าร่วมโปรแกรมแลกเปลี่ยนระหว่างสาขาได้ ซึ่งสะดวกสำหรับผู้ปกครองที่เป็นนักธุรกิจ ซึ่งอาจจะต้องย้ายไปทำงานในต่างประเทศ เช่น จีน ฮ่องกง และสาขาใหม่ในสิงคโปร์และเกาหลีใต้ในอนาคต
“การสร้างเครือข่ายทำให้เด็กๆ ได้สร้างมิตรภาพตั้งแต่วัยเยาว์ ซึ่งสามารถจะกลายเป็นคอนเนกชั่นทางธุรกิจที่สำคัญในอีก 20 ปีข้างหน้า” วิลเลียมกล่าว

ฟิโอนา แองเจิล ผู้อำนวยการใหญ่ของ Wycombe Abbey International School Bangkok กล่าวว่า โรงเรียนจะเปิดรับนักเรียนตั้งแต่ระดับ Nursery ถึง Year 13 (อายุ 2–18 ปี) ภายใต้โมเดลการศึกษาแบบ 15-Year Education ที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานสูงตั้งแต่ระดับต้นไปจนถึงการเตรียมตัวเข้าสู่มหาวิทยาลัย
โดย Wycombe Abbey International School Bangkok จะเปิดให้บริการเดือนสิงหาคมนี้ นักเรียนสามารถเลือกเรียนได้ทั้งในรูปแบบไป-กลับ และ Boarding School
“ระบบโรงเรียนประจำแบบอังกฤษถือเป็นหัวใจสำคัญของปรัชญาการศึกษาของ Wycombe Abbey เพราะไม่ได้เป็นเพียงที่พักอาศัย แต่เป็นชุมชนการเรียนรู้ที่หล่อหลอมความเป็นผู้นำ ความรับผิดชอบ ความมั่นใจในตนเองของนักเรียน มีมุมมองระดับโลก ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับอนาคต” ฟิโอนากล่าว
ด้านวิลเลียมกล่าวต่อว่า การเปิดโรงเรียนในกรุงเทพฯ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายมรดกทางการศึกษาของ Wycombe Abbey จากสหราชอาณาจักรสู่เอเชีย Wycombe Abbey ไม่ได้เป็นเพียงโรงเรียนนานาชาติอีกแห่งในตลาด แต่เป็นการนำมาตรฐานการศึกษาของ British boarding school ระดับโลกมาสู่ภูมิภาคเอเชีย พร้อมวางตำแหน่งกรุงเทพฯ ให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการศึกษานานาชาติของภูมิภาค
แนวคิดการศึกษาของ Wycombe Abbey มุ่งเน้นการพัฒนานักเรียนอย่างรอบด้าน ไม่เพียงเพื่อการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำ แต่เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

การศึกษาที่ Wycombe Abbey จึงให้ความสำคัญกับความใฝ่รู้และความกระตือรือร้นทางปัญญา การพัฒนาความคิด ทัศนคติ บุคลิกภาพความเป็นผู้นำ มุมมองระดับโลก การเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต
สำหรับแนวทางการเรียนการสอนจะเน้นการคิดเชิงวิพากษ์และการวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล การเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างมีวินัย ความใฝ่รู้และความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ ความสามารถในการคิดและแก้ไขปัญหา ความคิดสร้างสรรค์และการคิดนอกกรอบ พร้อมระบบ University Counselling แบบรายบุคคล ที่ช่วยเตรียมความพร้อมสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก
นอกจากสถานที่เรียนและหลักสูตรมาตรฐานระดับโลกแล้ว Wycombe Abbey International School Bangkok ยังได้รับการออกแบบตามาตรฐานสากล เพื่อรองรับทั้งกิจกรรมทางวิชาการ กีฬา และการพัฒนาศักยภาพแบบองค์รวม ได้แก่ สระว่ายน้ำมาตรฐานโอลิมปิก ขนาด 50 เมตร สนามฟุตบอลมาตรฐาน FIFA จำนวน 2 สนาม สนามเทนนิส 2 สนาม สนามบาสเก็ตบอล สนามกรีฑาเต็มรูปแบบ
วิลเลียมกล่าวต่อว่า บริษัทมีแผนที่จะขยายสาขาไปสิงคโปร์และเกาหลีใต้ และยอมรับว่าได้มีการพูดคุยกับกลุ่มบีทีเอสถึงการขยายความร่วมมือไปยัง 2 ประเทศนี้แล้ว ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะผนึกจุดแข็งที่ส่งเสริมกัน จากกลุ่มบีทีเอส ซึ่งมีความแข็งแกร่งด้านเงินทุน การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงเป็นหนึ่งในบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในไทย ขณะที่ตัวของวิลเลียมเองมีความเชี่ยวชาญและทักษะด้านการศึกษาโดยเฉพาะ
“BE Education Group ประสบความสำเร็จในการเข้าประมูลโครงการโรงเรียนนานาชาติในสิงคโปร์ โดยชนะคู่แข่งจากกลุ่มโรงเรียนชั้นนำจากทั่วโลกกว่า 130 กลุ่ม ในสิงคโปร์จะใช้เงินลงทุนมูลค่าสูงถึง 220 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ขนาดใหญ่ เพื่อสร้างโรงเรียนที่ล้ำสมัยที่สุด และเป็นการสร้างโรงเรียนขึ้นใหม่ทั้งหมด” วิลเลียมกล่าว
ขณะนี้บริษัทได้เสร็จสิ้นขึ้นตอนการลงเสาเข็มระยะแรกในสิงคโปร์แล้ว มีกำหนดจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี 2028
ส่วนการลงทุนในเกาหลีใต้ใช้เงินลงทุนประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ น้อยกว่าในสิงคโปร์ เพราะต้นทุนการก่อสร้างต่ำกว่า และบริษัทได้ร่วมลงทุนกับรัฐบาลเกาหลีใต้ ซึ่งให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ คาดว่าจะเปิดในช่วงปี 2028 หรือ 2029 ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการก่อสร้าง
เป้าหมายหลักของการขยายสาขาใน 2 ประเทศ คือการสร้างเครือข่ายศิษย์เก่าและมิตรภาพระหว่างประเทศ เพื่อเป็นรากฐานในการเกื้อหนุนทางธุรกิจและสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างวัฒนธรรมในอนาคต และเป็นการต่อยอดความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนให้แก่เด็กนักเรียนและผู้ปกครองในภูมิภาคเอเชีย
“ผมเชื่อว่ามิตรภาพจากการศึกษาจะช่วย ‘สร้างสะพาน’ เชื่อมโยงผู้คนท่ามกลางความขัดแย้งของโลก และสร้างความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งกว่าสิ่งที่ปรากฏในข่าว” วิลเลียมกล่าว และเสริมว่า “เชื่อว่าการสร้างเครือข่ายมิตรภาพที่ดีให้แก่เด็กๆ จะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับอนาคตของโลกได้”
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เชียงใหม่ศักยภาพสูง! ‘อรสิริน’ ทุ่มอีกเกือบพันล้าน เปิดเฟส 2 ‘โรงเรียนนานาชาติมิลล์ฮิลล์’
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

