บริหารมหาวิทยาลัยด้วยผลลัพธ์ โมเดลสร้างผู้ประกอบการและนวัตกรรมที่วัดผลได้จริง

บริหารมหาวิทยาลัยด้วยผลลัพธ์ โมเดลสร้างผู้ประกอบการและนวัตกรรมที่วัดผลได้จริง

PR / PR NEWS
20 Apr 2026 | 03:30 PM
READ 119

    การบริหารสถาบันการศึกษาในยุคเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ไม่สามารถวัดความสำเร็จจากเพียงวิสัยทัศน์หรือจำนวนโครงการ แต่ต้องสะท้อนผ่าน “ผลลัพธ์ที่ตรวจสอบได้จริง” และแปรเปลี่ยนเป็นคุณค่าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการยกระดับผลิตภาพอุตสาหกรรม การสร้างบัณฑิตคุณภาพ การต่อยอดนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ ตลอดจนการมีส่วนร่วมต่อการเติบโตของ GDP ประเทศ

​รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)

รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า

    การขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยต้องยึด “ผลลัพธ์ที่วัดได้” เป็นแกนกลาง พร้อมปรับบทบาทจากสถาบันการศึกษาแบบดั้งเดิม สู่แพลตฟอร์มพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และกำลังคนคุณภาพที่เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศอย่างเป็นระบบ โดยศักยภาพของสถาบันสะท้อนผ่านอันดับสากลในหลายสาขา อาทิ Education Studies อยู่ในอันดับ 401 - 500 ของโลก Social Sciences อันดับ 601 - 800 และ Business & Economics รวมถึง Computer Science อยู่ในอันดับ 801 - 1000 ของโลก ซึ่งสะท้อนการยอมรับด้านวิชาการและงานวิจัยในระดับนานาชาติ

    ขณะเดียวกัน การขยายเครือข่ายความร่วมมือมากกว่า 500 สถาบันทั่วโลก ช่วยสร้างระบบนิเวศด้านวิจัยและนวัตกรรมที่เชื่อมต่อกับภาคอุตสาหกรรมจริง พร้อมต่อยอดสู่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ รองรับอุตสาหกรรมอนาคต เช่น การบินและอวกาศ ควอนตัมคอมพิวเตอร์ และเกษตรอัจฉริยะ

    หนึ่งในก้าวสำคัญคือการลงทุนด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ผ่านการจัดตั้งศูนย์ KMITL Academy of Innovative Semiconductor (KISEM) ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์แบบครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทย ทำหน้าที่เชื่อมโยงนักวิจัย วิศวกร และภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่การออกแบบ การพัฒนา ไปจนถึงกระบวนการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง พร้อมพัฒนากำลังคนผ่านรูปแบบ Living Lab และการเรียนรู้ข้ามสาขา เพื่อรองรับการแข่งขันทางเศรษฐกิจโลก

​    การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานยังถูกออกแบบเป็นยุทธศาสตร์เพิ่มขีดความสามารถประเทศ ทั้งห้องปฏิบัติการขั้นสูง อาคารนวัตกรรม และแนวคิด KMITL-ONE ที่เชื่อมมาตรฐานการศึกษาระหว่างวิทยาเขตกรุงเทพฯ และชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ให้เป็นระบบเดียว ขณะเดียวกัน การนำระบบดิจิทัล เช่น Smart Security และ Digital Signage มาใช้บริหารองค์กร สะท้อนแนวคิดการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

    สถาบันยังวางยุทธศาสตร์ระยะปี 2567 - 2569 มุ่งสู่ “The World Master of Innovation” ผ่านกรอบ 5 Global Index ได้แก่ Global Innovation, Global Infrastructure, Global Management, Global Citizen และ Global Learning เพื่อเชื่อมการศึกษา งานวิจัย และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ

    แนวคิดสำคัญคือ “เรียนรู้ด้วยประสบการณ์ พร้อมทำงานทันที” โดยนักศึกษาได้รับประสบการณ์จริงตั้งแต่ปีแรก ผ่านการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ การฝึกงาน และสหกิจศึกษา ขณะที่คณาจารย์และบุคลากรถูกพัฒนาให้ทำงานเชิงกลยุทธ์ภายใต้ค่านิยมองค์กร FIGHT ได้แก่ Futurist, Ignite, Greatness, Honor และ Team Spirit

รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี 
อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)

    ในด้านการเชื่อมมหาวิทยาลัยกับสังคม สจล.เปิดพื้นที่นวัตกรรมผ่านงาน KMITL Innovation Expo และเตรียมต่อยอดสู่ KMITL EXPO ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569 ระหว่างวันที่ 1 - 6 กันยายน เพื่อเป็นเวทีเชื่อมต่อระหว่างนักเรียน นักศึกษา และภาคธุรกิจ พร้อมนำเสนอผลงานวิจัยและผู้ประกอบการรุ่นใหม่

    นอกจากนี้ สถาบันยังพัฒนาแนวคิด Open Innovation Platform ผ่าน KMITL Lifelong Learning Center รองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตในรูปแบบ Credit Banking สำหรับทุกช่วงวัย สะท้อนบทบาทมหาวิทยาลัยที่เชื่อมการศึกษาเข้ากับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

    การเติบโตดังกล่าวยังดำเนินควบคู่แนวคิด Strategic Governance บนฐานพุทธวิถี โดยเน้นความสมดุล โปร่งใส และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผ่านการพัฒนาคุณภาพชีวิตนักศึกษาและบุคลากร การสร้างพื้นที่เรียนรู้ Co-working Space ศูนย์กีฬา ลู่วิ่ง และโครงการเพื่อสังคม รวมถึงการขับเคลื่อน Smart Campus และ Green University ซึ่งทำให้สถาบันได้รับการรับรองเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ (Livable City)

​โมเดลการบริหารของอธิการบดีคมสัน ยังยึด 5 หลักคิดสำคัญ ได้แก่

1. บริหารด้วยผลลัพธ์ที่ตรวจสอบได้

2. มหาวิทยาลัยเป็นแพลตฟอร์มเศรษฐกิจ

3. ปรับ Mindset สู่ผู้สร้างธุรกิจและนวัตกร

4. วัดความสำเร็จจากความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ

5. ประสิทธิภาพต้องเดินคู่คุณธรรม

    “มหาวิทยาลัยต้องทำหน้าที่มากกว่าการผลิตบัณฑิต แต่ต้องเป็นกลไกสร้างผู้ประกอบการและนวัตกรรมที่เชื่อมต่อเศรษฐกิจจริง” รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน กล่าว พร้อมย้ำว่าความสำเร็จของสถาบันเกิดจากความร่วมมือของบุคลากร นักวิจัย และนักศึกษาทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด “KMITL Together - ลุยไปด้วยกัน”

    วันนี้ สจล.จึงไม่ได้เป็นเพียงแหล่งถ่ายทอดความรู้ แต่เป็นพื้นที่บ่มเพาะนวัตกรและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่สามารถต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ สร้างอุตสาหกรรมใหม่ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนบทบาทมหาวิทยาลัยยุคใหม่ที่บริหารด้วยผลลัพธ์ และวัดความสำเร็จได้จริงในระดับประเทศและระดับโลก