Marsh ปรับทัพองค์กรสู่ "One Brand" ลุยแผนป้องกันความเสี่ยงให้ธุรกิจล่วงหน้า ทั้ง AI ไซเบอร์ สิ่งแวดล้อม และบุคลากร

Marsh ปรับทัพองค์กรสู่ "One Brand" ลุยแผนป้องกันความเสี่ยงให้ธุรกิจล่วงหน้า ทั้ง AI ไซเบอร์ สิ่งแวดล้อม และบุคลากร

Marsh ปรับทัพองค์กรใหม่สู่ "One Brand" ช่วยวางแผนป้องกันและประเมินความเสี่ยงให้แก่องค์กรขนาดใหญ่และกลุ่ม SME ล่วงหน้า ทั้งเรื่องการเลือกใช้เทคโนโลยี AI ให้เหมาะสม การป้องการปัญหา ไซเบอร์ ระบบเทคโนโลยีภายใน การรับมือกับสภาวะแวดล้อมทั้งจากภายในและนอกประเทศ และการวางแผนช่วยลดความเสี่ยงของบุคลากรที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยในอนาคต


    Marsh เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งสำคัญ ภายใต้แนวคิด "One Brand, Greater Impact" โดยนำธุรกิจ Mercer ซึ่งอยู่ในเครือมาตั้งแต่ปี 1959 มารวมการดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Marsh ทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 ในชื่อ Marsh People and Investments เพื่อเชื่อมโยงบริการด้านความเสี่ยง เงินทุน การลงทุน และการบริหารบุคลากรเข้าด้วยกันในแพลตฟอร์มเดียว

    การปรับโครงสร้างดังกล่าวสะท้อนทิศทางของ Marsh ในการขยับจากผู้ให้บริการประกันภัยและบริหารความเสี่ยงแบบดั้งเดิม ไปสู่การเป็นพันธมิตรด้านความยืดหยุ่นขององค์กร (enterprise resilience) ที่สามารถรับมือความเสี่ยงซึ่งเชื่อมโยงกันทั้งด้านธุรกิจ เทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศ เงินทุน และบุคลากร โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อการให้บริการลูกค้าในประเทศไทย

    Derek Heng ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Marsh อาเซียน เผยว่า ภาพรวมปี 2025 ที่ผ่านมา บริษัทแม่ที่ตั้งอยู่ใน New York ประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถสร้างรายได้ราว 2.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ มีบุคลากรมากกว่า 95,000 คนใน 130 ประเทศทั่วโลก

    ในส่วนของ Marsh ประเทศไทย ได้ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 47 ปี จากการเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญกว่า 260 คน ดูแลลูกค้ารวมกว่า 3,000 องค์กร ครอบคลุมกว่า 80% ของบริษัทขนาดใหญ่ในกลุ่ม SET 50 ซึ่งธุรกิจส่วนใหญ่ เป็นด้านการเงินการธนาคาร เทคโนโลยี ต่อเนื่องไปถึงกลุ่มบริษัทที่ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ บริษัทยังขยายการให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ได้อย่างเหมาะสม และสัดส่วนคิดเป็น 40% ของฐานลูกค้าทั้งหมด

Derek Heng

 

​

4 ธุรกิจหลัก เสริมความแข็งแกร่งภายใต้ Marsh

    สำหรับโครงสร้างใหม่ของ Marsh ประกอบด้วย 4 กลุ่มธุรกิจสำคัญ ได้แก่

    1. Marsh Risk - commercial risk & insurance broking บริหารความเสี่ยงทางธุรกิจและนายหน้าประกันภัยองค์กร ครอบคลุมการป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สิน การหยุดชะงักทางธุรกิจ รวมถึงความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นจากสภาพเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

    2. Marsh Re - reinsurance & capital ให้บริการด้านประกันภัยต่อและโซลูชันด้านเงินทุนแก่บริษัทประกันภัยและสถาบันการเงิน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับความเสี่ยงขนาดใหญ่และความผันผวนของตลาด

    3. Marsh People and Investments - people & investments ซึ่งถือเป็นธุรกิจเดิมของ Mercer ครอบคลุมการบริหารบุคลากร ค่าตอบแทน สุขภาพและสวัสดิการ การลงทุน และการเกษียณอายุ โดยมอง "คน" เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยงองค์กร ไม่ใช่เพียงเรื่องทรัพยากรบุคคล

    4. Oliver Wyman, a marsh business - management consulting ให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์และการบริหารจัดการ เพื่อช่วยองค์กรรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและออกแบบโมเดลธุรกิจให้สามารถเติบโตได้ท่ามกลางความไม่แน่นอน

​


จาก "ซื้อประกัน" สู่การสร้างความยืดหยุ่นทั้งองค์กร

    ด้วยสภาพแวดล้อมความเสี่ยงในปัจจุบันที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นรายประเด็นอีกต่อไป แต่ยังเชื่อมโยงและส่งผลกระทบต่อกันเป็นลูกโซ่ เห็นได้ชัดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ภัยไซเบอร์ สภาพอากาศสุดขั้ว การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการนำ AI มาใช้ ที่อาจส่งผลกระทบทั้งทรัพย์สิน การดำเนินงาน เงินทุน และพนักงานได้พร้อมกัน

    ดังนั้น แนวทางของ Marsh จึงมุ่งเปลี่ยนจากการทำงานในรูปแบบเดิมที่เน้นดูแลบริหารจัดการความเสี่ยงให้แก่ธุรกิจองค์กรที่เน้นแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุ ไปสู่ proactive resilience ที่ให้องค์กรประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า และวางมาตรการป้องกันให้ครอบคลุมทั้งธุรกิจและบุคลากรในการเลือกซื้อประกันเพื่อป้องกันความเสี่ยงในระยะสั้นและระยะยาว ยกตัวอย่าง เช่น

    ความเสี่ยงระยะสั้น (ระยะ 2 ปี) ที่เกิดจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก (geoeconomic confrontation) การแพร่กระจายของข้อมูลที่บิดเบือน สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรง ข้อขัดแย้งระหว่างประเทศ และภัยคุกคามทางไซเบอร์​

    ความเสี่ยงระยะยาว (ระยะ 10 ปี) ที่เป็นผลกระทบอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ ผลกระทบเชิงลบจากการใช้ AI และภัยไซเบอร์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น


AI และ Cyber กลายเป็น "People Risk" ไม่ใช่แค่ความเสี่ยงด้าน IT

    Marsh ได้จัดทำรายงาน 2026 People Risk Report โดยผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้าน HR และการบริหารความเสี่ยงจำนวน 4,517 คนทั่วโลก (รวมถึง 1,043 คนในเอเชีย) ครอบคลุม 25 ความเสี่ยงสำคัญ พบว่า 5 ความเสี่ยงสำคัญด้านบุคลากรในภูมิภาคเอเชียและประเทศไทย ได้แก่

    1 การขาดความตระหนักรู้ด้านภัยไซเบอร์ของพนักงาน ถือเป็นช่องทางสำคัญที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตีทางไซเบอร์และ phishing

    2. การจัดการข้อมูลและทรัพย์สินทางปัญญาที่ผิดพลาด ความเสี่ยงจากการขยายตัวของแพลตฟอร์มดิจิทัล เครื่องมือ AI และกฎหมาย PDPA​

    3. ภาวะขาดแคลนแรงงาน การขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะตรงตามต้องการ    

    4. ความไม่มั่นคงทางการเงินของพนักงาน ซึ่งในไทยพบว่า มีแรงงานในระบบเพียงแค่ 17% (ราว 2.5 ล้านคนจาก 15 ล้านคน) ที่เข้าถึงระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) และกว่าครึ่งหนึ่งของกองทุนยังขาดการบริหารจัดการแผนลงทุนตามช่วงอายุเพื่อเสริมความมั่นคงทางการเงินให้พนักงานเมื่อถึงวัยเกษียณ

    5. การขาดแคลนทักษะเทคโนโลยี ช่องว่างทางทักษะเฉพาะทางด้าน AI และ analytics

    

    ทั้งนี้ พิรทัต ศรีสัจจะเลิศวาจา กรรมการผู้จัดการ Marsh People and Investments ประเทศไทย ยังกล่าวด้วยว่า Marsh ให้ความสำคัญด้านความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจาก AI และ cyber risk โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่ระบบเทคโนโลยี แต่ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับพฤติกรรมและทักษะของพนักงาน และมองว่าการลงทุนใน upskill, reskill และ work redesign จะช่วยเพิ่ม productivity ท่ามกลางปัญหาประชากรสูงวัยและจำนวนแรงงานที่ลดลงในอนาคต


​

มองไทยผ่าน 4 เทรนด์ความเสี่ยงใหม่

    สำหรับประเทศไทย Marsh มองว่าภาคธุรกิจต้องเตรียมรับมือกับความเสี่ยงสำคัญที่กำลังทับซ้อนกัน ได้แก่

    - การใช้ AI เพิ่มขึ้น พร้อมความเสี่ยงด้านข้อมูล ความเป็นส่วนตัว ทรัพย์สินทางปัญญา และ cyber attack

    - น้ำท่วม อากาศสุดขั้ว และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อทรัพย์สิน supply chain และพนักงาน

    - การขาดแคลนแรงงาน ทักษะใหม่ และการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจาก AI

    - ความมั่นคงทางการเงินของพนักงานและการเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมสูงวัย

    ดังนั้น การเตรียมความพร้อมขององค์กรในการการบริหารความเสี่ยงระยะต่อไป จะไม่ใช่เรื่องของฝ่ายประกันภัยหรือฝ่าย risk เพียงฝ่ายเดียว แต่จะต้องวางแผนการทำงานระหว่าง risk, HR, finance, technology และผู้บริหารระดับองค์กรควบคู่กัน


ภาพ : Marsh และ Magnific



​เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : "ขอขึ้นเงินเดือนได้ แต่ต้องขอให้ถูกจังหวะ" 86% พนักงานขอปรับเพิ่มเงินเดือนได้สำเร็จ แต่ต้องมีเหตุผลดีๆ รองรับชี้แจงนายจ้าง

​​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


TAGGED ON