ถอดรหัสวิสัยทัศน์ อแมนดา เดนนิสัน ปั้น “โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ซิตี้แคมปัส” สู่บทพิสูจน์ “การศึกษาที่สร้างคนให้พร้อมสำหรับอนาคต”

ถอดรหัสวิสัยทัศน์ อแมนดา เดนนิสัน ปั้น “โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ซิตี้แคมปัส” สู่บทพิสูจน์ “การศึกษาที่สร้างคนให้พร้อมสำหรับอนาคต”

​    ในโลกธุรกิจ การขยายตัวอย่างรวดเร็วมักมาพร้อมกับความท้าทายในการรักษาคุณภาพ แต่สำหรับวงการการศึกษา ความท้าทายนั้นทวีคูณเป็นเท่าตัว เพราะสิ่งที่เดิมพันไม่ใช่เพียงผลกำไร แต่คือ "อนาคตของเด็ก"


​อแมนดา เดนนิสัน ครูใหญ่และผู้บริหารรุ่นก่อตั้งโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ซิตี้แคมปัส

​    หนึ่งในบุคคลที่พิสูจน์ให้เห็นว่าความสำเร็จทางธุรกิจการศึกษาสามารถเดินไปพร้อมกับความประณีตในการปั้นทรัพยากรมนุษย์ได้ คือ อแมนดา เดนนิสัน ครูใหญ่และผู้บริหารรุ่นก่อตั้งโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ซิตี้แคมปัส

    ด้วยประสบการณ์ร่วม 8 ปีในการบริหารโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ริเวอร์ไซด์ จนได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากกลุ่มผู้ปกครองที่พิถีพิถันในการเลือกสรรมาตรฐานการศึกษาระดับโลกให้กับบุตรหลาน และสร้างปรากฏการณ์ยอดจองสิทธิ์เข้าเรียนเต็มล่วงหน้าต่อเนื่องหลายปี จนนำไปสู่การขยายตัวครั้งสำคัญเพื่อก่อตั้งสาขาซิตี้แคมปัส ในปี 2561 โดยอแมนดาได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำทัพบริหารตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน Forbes Thailand มีโอกาสพูดคุยกับเธอถึงวิสัยทัศน์ที่สั่งสมมานานกว่า 16 ปี เบื้องหลังความสำเร็จที่ส่งต่อจากแคมปัสแรกริมแม่น้ำเจ้าพระยาสู่ความรุ่งโรจน์ของซิตี้แคมปัส และก้าวต่อไปที่น่าจับตาของสถาบันการศึกษาระดับโลกแห่งนี้

​รากฐานที่แข็งแกร่งจากมรดก 500 ปี สู่บริบทใหม่ใจกลางเมือง

    เมื่อถามถึงปัจจัยที่ขับเคลื่อนให้โชรส์เบอรี กรุงเทพ ซิตี้แคมปัส เติบโตอย่างก้าวกระโดด อแมนดาวิเคราะห์ว่ามาจาก 3 องค์ประกอบหลักที่สอดประสานกันอย่างลงตัว

    "ประการแรกคือ Heritage หรือมรดกแห่งความเป็นเลิศของโชรส์เบอรีที่มีมายาวนานเกือบ 500 ปีในอังกฤษ และความสำเร็จกว่า 20 ปีในไทย ผู้ปกครองไม่ได้ซื้อแค่ชื่อโรงเรียน แต่เขาเชื่อมั่นในโมเดลการศึกษาที่เราพิสูจน์แล้วว่าสร้างคนได้จริง" อแมนดาอธิบายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

    ประการต่อมาคือ Holistic Approach & Exceptional Educators แนวคิดการสร้างเด็กแบบองค์รวมที่ไม่ได้เน้นเพียงคะแนนสอบ แต่เน้นการสร้างพลเมืองโลกที่มีความมั่นใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น โดยมีครูผู้เชี่ยวชาญที่ "รู้จักเด็กเป็นรายบุคคล" เป็นฟันเฟืองสำคัญ และประการสุดท้ายคือ Strategic Location & Purpose-built Facilities การตั้งอยู่ใจกลางสุขุมวิท-พระราม 9 พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ออกแบบมาเพื่อเด็กวัยประถมศึกษาโดยเฉพาะ ไม่ใช่การย่อส่วนโรงเรียนมัธยมลงมา แต่เป็นการสร้างพื้นที่ที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็กเล็กในทุกตารางนิ้ว

​อแมนดา เดนนิสัน ครูใหญ่และผู้บริหารรุ่นก่อตั้งโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ซิตี้แคมปัส

ความเข้มข้นทางวิชาการผสานกับทักษะศตวรรษที่ 21

    ในขณะที่โรงเรียนขยายตัวขึ้น แต่สิ่งที่อแมนดา ยืนหยัดคือการไม่ยอมลดทอนคุณภาพ เธอได้ปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัยแต่ยังคงความเข้มข้นตามมาตรฐานอังกฤษ

    สิ่งที่ทำให้โชรส์เบอรีแตกต่างคือระบบ Pastoral Care หรือระบบการดูแลสวัสดิภาพนักเรียนแบบองค์รวม ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนให้เด็กเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากภายใน ระบบนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าเด็กทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและเข้าถึงจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความมั่นใจในตนเอง การสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น หรือความมั่นคงทางอารมณ์ เพราะเชื่อว่าเมื่อเด็กมีความสุขและรู้สึกปลอดภัย พวกเขาก็จะสามารถดึงศักยภาพทางวิชาการออกมาได้อย่างสูงสุด

    นอกจากนี้ เธอยังนำแนวคิด Reggio Emilia ปรัชญาการศึกษาจากอิตาลีที่ให้เด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้มาใช้กับการเรียนการสอนของเด็กอนุบาล (Early Years) ใช้สื่อการสอนแบบ back to basic สีสันแนวเอิร์ธโทน อุปกรณ์ที่ทำจากธรรมชาติ ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้หยิบจับทุกอย่างเองได้อย่างอิสระ โดย Reggio Emilia เชื่อว่าสภาพแวดล้อมคือครูคนที่สาม (Environment as the Third Teacher) ที่คอยกระตุ้นความสงสัยและจินตนาการของเด็กๆ อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างครูกับนักเรียนอย่างมาก ครูดูแลเอาใจใส่อย่างอบอุบและทำให้เด็กรู้สึกสนุก มีความสุข และปลอดภัยในทุกโมเมนต์ที่อยู่ในโรงเรียน

    และที่โดดเด่นไม่เหมือนใครคือโปรแกรม "You-Time" Excellence Programme ซึ่งไม่ใช่แค่ชมรมหลังเลิกเรียนทั่วไป แต่เป็นเส้นทางสู่ความเป็นเลิศในด้านดนตรี การละคร และกีฬา ที่มีการคัดเลือกหรือออดิชัน เพื่อผลักดันเด็กที่มีศักยภาพสูงให้ก้าวสู่มาตรฐานระดับอาชีพตั้งแต่วัยเยาว์

​Hanqing Bilingual Pathway: กลยุทธ์ใหม่เพื่อโลกไร้พรมแดน

    วิวัฒนาการที่สำคัญที่สุดคือการเปิดตัว Hanqing Bilingual Pathway (HQP) เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเรียนการสอนแบบสองภาษา (จีน-อังกฤษ) แบบ Immersion 50/50

    "โลกยุคใหม่ต้องการเด็กที่พูดได้หลายภาษาอย่างคล่องแคล่ว" อแมนดาเล่าถึงที่มา "Hanqing Bilingual Pathway นี้พัฒนาต่อยอดมาจากความสำเร็จของ Shrewsbury Hong Kong โดยเป้าหมายคือเมื่อเด็กจบ Year 6 พวกเขาต้องมีความเชี่ยวชาญภาษาจีนระดับ HSK 4 ซึ่งถือเป็นระดับความเชี่ยวชาญขั้นกลางถึงสูง ที่เด็กๆ จะสามารถสื่อสารกับเจ้าของภาษาได้อย่างเป็นธรรมชาติและอ่านวิเคราะห์เนื้อหาที่ซับซ้อนได้ เป็นการติดอาวุธทางภาษาที่จะสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างมหาศาลในโลกอนาคต"

    ความน่าสนใจคือการบริหารจัดการที่ชาญฉลาด โดยอแมนดายืนยันว่าเด็กทั้งสองพาธเวย์ (British International Pathway และ Hanqing Bilingual Pathway) จะไม่ถูกแยกออกจากกัน "เราคือหนึ่งโรงเรียน หนึ่งชุมชน เด็กๆ ใส่ยูนิฟอร์มเดียวกัน เล่นในสนามเดียวกัน มีสมาคมผู้ปกครองเดียวกัน เพียงแต่ช่วงเวลาในห้องเรียนจะมีความเข้มข้นของภาษาที่ต่างกันตามความต้องการของครอบครัว"

​ปรัชญา Starfish กับความหมายของทุกชีวิตในแบบของตัวเอง

    ท่ามกลางการขยายตัวของจำนวนนักเรียน สิ่งที่ Forbes Thailand ให้ความสนใจคือเธอรักษา "จิตวิญญาณ" ของโรงเรียนไว้ได้อย่างไร? อแมนดายกตัวอย่างปรัชญา "Starfish" (ปลาดาว) จากเรื่องเล่าชื่อดังที่ว่า การช่วยปลาดาวทีละตัวกลับลงทะเลอาจดูเป็นเรื่องเล็กในภาพรวม แต่สำหรับปลาดาวตัวนั้น มันคือการเปลี่ยนโลกทั้งใบ

    "ปลาดาวกลายเป็นมาสคอตของเรา เพราะเราให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อเด็กเป็นรายบุคคล" เธอกล่าวเสริมว่า "ครูที่นี่จะทำหน้าที่เป็นเมนเทอร์ที่รู้จักจุดแข็งและจุดอ่อนของเด็กทุกคน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครถูกลืมไว้ข้างหลัง โดยมีการรักษาสัดส่วนครูต่อนักเรียนที่เข้มงวด เช่น ในระดับ Nursery จะมีครูประจำชั้น 1 คนต่อเด็กเพียง 12 คนเท่านั้น และยังมีผู้ช่วยครูอีก 2 คน และผู้ดูแลเด็กอีก 1 คนด้วย"

​อแมนดา เดนนิสัน ครูใหญ่และผู้บริหารรุ่นก่อตั้งโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ซิตี้แคมปัส

​"ฉันต้องมองตาพวกเขาด้วยตัวเอง" หัวใจสำคัญของการคัดสรรบุคลากรคุณภาพ

​    หัวใจสำคัญของโรงเรียนคือ "ครู" อแมนดาเปิดเผยถึงกระบวนการสรรหาที่เข้มข้นจนน่าทึ่ง "แม้โรงเรียนจะขยายตัวขึ้น แต่ฉันยังคงเป็นคนอ่าน CV (ประวัติของผู้สมัคร) และเดินทางไปสัมภาษณ์ครูที่อังกฤษด้วยตัวเองทุกปี ฉันต้องมองตาพวกเขา สัมผัสถึงความอบอุ่นและ Passion ในการสอน เพราะคนเหล่านี้คือคนที่จะไปอยู่ต่อหน้า เด็กๆ ของเรา"

    ความมั่นคงของบุคลากรเป็นอีกหนึ่งจุดแข็ง ครูหลายคนอยู่กับเธอมาตั้งแต่เปิดริเวอร์ไซด์เมื่อปี 2546 และย้ายมาช่วยบุกเบิกซิตี้แคมปัส ตั้งแต่ปี 2561 ทำให้ดีเอ็นเอของโชรส์เบอรี ถูกส่งต่ออย่างแม่นยำและไม่บิดเบือน ความสม่ำเสมอในการบริหารนี้เองที่สร้างความไว้วางใจให้ผู้ปกครองกล้าจองที่เรียนล่วงหน้าเป็นปีๆ

​จากริเวอร์ไซด์สู่ซิตี้แคมปัส กับการสร้างตัวตนที่โดดเด่นและแตกต่าง

    อแมนดาเล่าถึงช่วงรอยต่อของการเปิดซิตี้แคมปัสว่า "ความท้าทายคือการทำให้คนรู้ว่าเราคือ โชรส์เบอรีที่มีคุณภาพเท่าเทียมกับที่แรก แต่เราไม่ใช่แค่สาขาที่สอง เรามี Identity ของตัวเอง"

​    การเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษาโดยเฉพาะทำให้ซิตี้แคมปัส สามารถทุ่มทรัพยากรและออกแบบกิจกรรมทั้งหมดให้เหมาะสมกับเด็กเล็กได้เต็มที่ 100% ตัวอย่างที่ชัดเจนคือโปรแกรม DEC (Design. Engineer. Construct.) ที่เด็ก Year 6 จะได้ใช้ซอฟต์แวร์ออกแบบบ้านที่ยั่งยืน ซึ่งปกติจะสอนในระดับมัธยม แต่เธอเลือกที่จะบุกเบิกนำมาใช้ที่นี่เป็นแห่งแรกของโลก เพื่อฝึกให้เด็กคิดถึงสังคม (Inclusion) และสิ่งแวดล้อม (Sustainability) ตั้งแต่วัยประถม

​การสร้างผู้นำตัวน้อยผ่านกระบวนการประชาธิปไตย

    การสร้างเด็กให้พร้อมสำหรับโลกอนาคตไม่ได้มีเพียงวิชาการ อแมนดาให้ความสำคัญกับ Student Leadership อย่างมาก ในแคมปัสมีทั้งตำแหน่ง Head of School, House Captains และ School Council รวมหลายสิบตำแหน่ง

    "เรามีกระบวนการคัดเลือกที่จำลองมาจากโลกจริง เด็กๆ ต้องเขียนใบสมัคร ทำการหาเสียง และผ่านการสัมภาษณ์จากฉัน" เธอกล่าว "เราสอนให้พวกเขารู้จักกระบวนการประชาธิปไตย การเป็นตัวแทนของเพื่อนๆ และการทิ้งสิ่งดีๆ ไว้ให้โรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นการเสนอไอเดียปรับปรุงรสชาติอาหารในโรงอาหาร หรือการเสนอเครื่องเล่นใหม่ๆ ในสนามเด็กเล่น"

​พันธมิตรที่ไร้รอยต่อระหว่าง "บ้าน" และ "โรงเรียน"

    สำหรับอแมนดา ผู้ปกครองไม่ใช่แค่ "ลูกค้า" แต่คือ "ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย" หรือ Stakeholders ที่สำคัญที่สุด "เรามีกลุ่มสมาคมผู้ปกครองที่แข็งแกร่งมาก สมาคมผู้ปกครองจัดกิจกรรมทุกเดือน ตั้งแต่กีฬากอล์ฟ ชมภาพยนตร์ ไปจนถึงงาน Fun Fair ที่มีคนมาร่วมกว่า 1,000 คน"

    ความโปร่งใสและการสื่อสารผ่านเซสชั่น Parents in Partnership ทำให้ผู้ปกครองรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต "เราฟังเสียงสะท้อนจากผู้ปกครอง อย่างการเปิดระดับ Nursery ที่ซิตี้แคมปัส ก็เกิดจากการที่ผู้ปกครองบอกเราว่าอยากให้ลูกเริ่มเรียนตั้งแต่อายุ 2 ขวบ เรามีพื้นที่ เรามีศักยภาพ เราจึงตอบรับความต้องการนั้นทันที"

​อนาคตที่สร้างได้ที่นี่

    เมื่อจบการสนทนา อแมนดาทิ้งท้ายด้วยข้อความถึงผู้ปกครองที่กำลังมองหาสิ่งที่ดีที่สุดให้บุตรหลาน:

    "โชรส์เบอรีไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เรียน แต่เป็นชุมชนที่ปลอดภัยและเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ วิสัยทัศน์ของเราชัดเจน เราต้องการสร้างเด็กที่มีความสุข มีจิตใจดี และมีความพร้อมที่จะก้าวออกไปเผชิญโลกกว้างด้วยความมั่นใจ"

​    "สำหรับผู้ปกครองท่านใดที่ยังลังเล อยากให้ลองเข้ามาเยี่ยมชมในงาน Open House ของเรา มาสัมผัสความอบอุ่นของสภาพแวดล้อมที่ถูกสร้างมาเพื่อเด็กเล็กจริงๆ มาเห็นรอยยิ้มของเด็กๆ และความทุ่มเทของครูเรา แล้วคุณจะเข้าใจว่า ทำไมการลงทุนในการศึกษากับเรา ถึงเป็นการลงทุนครั้งเดียวที่ให้ผลตอบแทนตลอดชีวิตของลูกคุณ"

    ด้วยประสบการณ์กว่า 16 ปีในไทยและความรักในอาชีพครูอย่างเต็มเปี่ยม อแมนดา เดนนิสสัน ไม่เพียงแต่บริหารโรงเรียนให้ประสบความสำเร็จในเชิงธุรกิจ แต่เธอกำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการศึกษานานาชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ Forbes Thailand ยกให้เธอเป็นหนึ่งในผู้นำหญิงที่น่าจับตาที่สุดในวงการการศึกษาปัจจุบัน

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ซิตี้แคมปัส คลิ๊ก https://bit.ly/4b3VkEE