KBTG Techtopia : Human of Tomorrow เมื่อ AI ไม่ใช่คู่แข่ง คนที่ “ใช้เป็น” จะเป็นผู้ชนะ

KBTG Techtopia : Human of Tomorrow เมื่อ AI ไม่ใช่คู่แข่ง คนที่ “ใช้เป็น” จะเป็นผู้ชนะ

    วันนี้โลกกำลังตื่นตัวกับประเด็นถกเถียงครั้งใหญ่ในแวดวงเทคโนโลยี เมื่อ Evan Hubinger หัวหน้าทีม Alignment Science ของ Anthropic ประเมินว่า มีโอกาสมากกว่า 10% ที่ AI อาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ของมนุษย์ภายใน 10 ปีข้างหน้า คำถามคือ มนุษย์จะควบคุมมันได้แค่ไหน?

    แต่ในเวลาเดียวกัน เราก็กำลังตื่นเต้นกับอีกด้านของ AI ไม่แพ้กัน ตั้งแต่ความสามารถในการคิด วิเคราะห์ เขียนโค้ด ไปจนถึง Agentic AI ที่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และลงมือทำงานแทนมนุษย์ได้มากขึ้นเรื่อยๆ เส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่ “คนทำ” กับสิ่งที่ “เทคโนโลยีทำ” กำลังพร่าเลือนลงอย่างรวดเร็ว

    โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่ว่า มนุษย์จะเอาชนะ AI ได้อย่างไร แต่คือ มนุษย์จะใช้ AI อย่างไร เพื่อยกระดับตัวเองให้แข่งขันได้ในโลกใหม่ นี่คือแก่นสำคัญของงาน KBTG Techtopia งาน Tech Conference ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 โดย กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป หรือ KBTG ภายใต้แนวคิด “Human of Tomorrow” ที่ชวนมองเทคโนโลยีในมุมที่ไม่ใช่แค่ “Technology of Tomorrow จะเป็นอย่างไร” แต่มาสู่คำถามว่า เมื่อเทคโนโลยีฉลาดขึ้นทุกวัน แล้ว “มนุษย์แห่งวันพรุ่งนี้” ต้องเป็นแบบไหน


​คุณวรนุช เดชะไกศยะ Executive Chairman KBTG

​Human of Tomorrow เมื่อ “มนุษย์” อยู่ท่ามกลางเทคโนโลยี

    วรนุช เดชะไกศยะ Executive Chairman KBTG กล่าวในงาน KBTG Techtopia ว่า งาน Techtopia ครั้งแรกเริ่มต้นขึ้นในปี 2023 ท่ามกลางกระแส Generative AI ปลุกกระแสให้คนหันมาสนใจ AI มากขึ้นจากผู้เข้าร่วมงานประมาณหลักร้อยในปีแรก จากผู้เข้าร่วมงานประมาณหลักร้อยในปีแรก เพิ่มเป็นหลายพันคนในปีนี้ ขนาดของงานที่ใหญ่ขึ้นสะท้อนว่า AI และเทคโนโลยีไม่ได้เป็นบทสนทนาของ “คนสายเทค” อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นวาระของผู้บริหาร ผู้ประกอบการ คนทำงาน ตลอดจนถึงผู้กำหนดนโยบาย


​    ภายในงาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow วรนุชได้ถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับการปรับตัวของมนุษย์ในยุค AI ผ่าน 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1. The New Reality ยอมรับความจริงใหม่ว่า AI ไม่ได้เป็นแค่ “Tool” อีกต่อไป

    AI กำลังเปลี่ยนจากเครื่องมือสู่ Agent ที่คิด วางแผน และลงมือทำได้ KBTG จึงนำ AI เข้าไปทำงานร่วมกับคนตลอดกระบวนการ ตั้งแต่ Requirement, Design, Development ไปจนถึง Testing โดยตั้งเป้ายกระดับ Productivity องค์กร แบบ End-to-End จาก 8% ในปี 2025 สู่ 15% ในช่วงปี 2028

2. The AI-Driven Must-Do ยิ่งใช้ AI มาก ยิ่งต้องสร้างระบบควบคุมตั้งแต่ต้น

    การใช้ AI จริง ต้องวางรากฐานอย่างน้อย 3 เรื่องควบคู่กัน ได้แก่ Data Hygiene หรือข้อมูลที่สะอาดและเชื่อถือได้ Human-in-the-loop ยังคงให้มนุษย์กำกับการตัดสินใจ และ Enterprise-grade Security เพื่อให้ระบบ AI อยู่ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยขององค์กร

    “แนวคิดของ KBTG จึงอยู่บนหลัก AI First แต่ Human First เช่นกัน กล่าวคือ ใช้ศักยภาพของ AI ให้เต็มที่ แต่ไม่ยกการควบคุมทั้งหมดให้ AI” วรนุชระบุ

3. Risk Management อย่าเชื่อ AI โดยไม่ตรวจสอบ เพราะการตัดสินใจสุดท้ายยังต้องเป็นของมนุษย์

    ความฉลาดของ AI ไม่ได้หมายความว่า AI “ถูกต้อง” ทุกครั้ง ยังมีโอกาสเกิดความเสี่ยง ทั้ง Hallucination และ Bias จึงต้องตรวจสอบข้อมูลและให้มนุษย์เป็นผู้ตัดสินใจสุดท้าย ขณะเดียวกัน คนทำงานต้องเร่ง Reskill เพื่อรับมือกับงานที่กำลังเปลี่ยนไป

4. From Global Shift to Local Impact ใช้ AI ให้เกิดคุณค่าจริง

    ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่การใช้ AI เติบโตเร็วเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่โจทย์สำคัญกว่าคือเปลี่ยน Adoption ให้เป็น Impact ซึ่งที่ KBTG มี AI & Analytics มากกว่า 80 โครงการที่นำมาใช้กับธุรกิจจริง ตั้งแต่ Internal Knowledge ที่ช่วยค้นหาความรู้ในองค์กร, AI Advisory ที่ช่วยสนับสนุนการให้คำแนะนำลูกค้า, Document Processing สำหรับอ่าน วิเคราะห์ และประมวลผลเอกสาร เป็นต้น

5. Reclaiming Your Life ให้ AI คืนเวลา เพื่อให้มนุษย์กลับไปทำสิ่งที่ต้องใช้หัวใจ

    วรนุชไม่ได้มอง Productivity ว่าหมายถึงการทำงานให้ได้ “มากขึ้น” เพียงอย่างเดียว แต่ AI ควรช่วยให้มนุษย์ได้ เวลา กลับคืนมาด้วย และสามารถนำเวลานั้นกลับมาโฟกัส และสร้างสิ่งใหม่ๆ เชื่อมโยงกับผู้คน และพัฒนาตัวเอง โดยเฉพาะงานที่ต้องอาศัย Empathy และ Creativity

6. The Final Call เมื่อ AI ลงมือทำได้เอง “Human Control” ยิ่งสำคัญกว่าเดิม

    เมื่อ AI สามารถคิดและลงมือทำได้เอง ระบบ Control, Human-in-the-loop, Kill Switch และ AI Red Team จึงต้องถูกออกแบบตั้งแต่ต้น เพื่อให้องค์กรสามารถตรวจพบความผิดปกติ หยุดการทำงาน และฟื้นกลับมาได้อย่างรวดเร็ว โดยทุก Action ของ AI ต้องอยู่ภายใต้หลัก Bounded, Observable, Reversible และ Accountable

    ทั้งหมดนำมาสู่มุมมองสำคัญของวรนุชที่ว่า “วันนี้เราไม่ได้แข่งขันกับ AI แต่ความแตกต่างอยู่ที่ “ใครใช้ AI เป็น” และสามารถเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็น Business Value ได้ คนนั้นจะเป็นผู้ชนะ” วรนุชกล่าว



ผู้ชนะในยุค AI อาจไม่ใช่คนที่เก่งเทคโนโลยีที่สุด

    สอดคล้องกับมุมมองของฝ่ายนโยบายภาครัฐ อย่าง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มาเปิดเวที KBTG Techtopia ที่มองโจทย์ AI ผ่านบริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกที่สำคัญ 5D ได้แก่ Decoupling, Diversification, Decarbonization, Demographic และ Digital & AI โดย D ตัวสุดท้ายกำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่สามารถสร้างทั้ง “ผู้ชนะ” และ “ผู้แพ้” แม้จะอยู่ในธุรกิจเดียวกัน เพราะความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ใครเข้าถึงเทคโนโลยี แต่อยู่ที่ ใครนำเทคโนโลยีมาใช้สร้าง Value และสร้างความแตกต่างได้

    ขณะที่ภาคเอกชน มองเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จากการเข้ามาของ Agentic AI ซึ่งกำลังเปลี่ยน AI จาก “ผู้ช่วย” ไปสู่เสมือน Workforce of Tomorrow ที่สามารถรับเป้าหมาย ทำความเข้าใจ Context วางแผน ตัดสินใจ และลงมือทำ ก่อนเรียนรู้จากผลลัพธ์เพื่อพัฒนาการทำงานต่อไป

    ความท้าทายจึงอยู่ที่ ทำอย่างไรให้ AI ทำงานจริงและ Scale ได้ในองค์กร ตั้งแต่การเชื่อมข้อมูลจากหลายแหล่ง การสร้าง Memory ให้ Agent การประสานงานระหว่าง Agent ไปจนถึงการวัดผลและควบคุมต้นทุน เพราะหลายองค์กรสามารถทดลอง AI ได้สำเร็จในระดับ Pilot แต่ยังติดข้อจำกัดเมื่อต้องนำไปใช้ในระบบจริง

    ดังนั้น คำถามสำหรับองค์กรในวันนี้อาจไม่ใช่เพียง “เราใช้ AI แล้วหรือยัง” แต่ต้องถามต่อว่า AI นั้นเชื่อมกับ Business Process จริงหรือไม่ สร้างผลลัพธ์ที่วัดได้หรือไม่ เพราะเทคโนโลยีเดียวกันสามารถสร้างได้ทั้งโอกาสและความเสี่ยง ความแตกต่างอยู่ที่ความสามารถในการนำ AI มาใช้ อย่างถูกที่ ถูกวิธี และมีมนุษย์กำกับ เพื่อเปลี่ยน Technology Adoption ให้กลายเป็น Productivity, Business Value และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน



​จากเวทีสู่การลงมือทำ ทักษะที่ต้องมี ทั้ง AI Skill และ Human Skill

    KBTG Techtopia ไม่ได้หยุดอยู่ที่การฟังวิสัยทัศน์บนเวที แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้ร่วมงานได้ “ลงมือทำ” ผ่าน 8 Playground Workshops ที่พา AI เข้าใกล้การใช้งานจริง ตั้งแต่การสร้างแอปด้วย Google AI Studio และ Stitch, ใช้ AI ช่วย Modernize Code กับ IBM Bob, ฝึก AI Resilience กับ Splunk ไปจนถึงการใช้ Kiro ของ AWS ในกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ยังคงให้มนุษย์ควบคุมการตัดสินใจสำคัญ

    ขณะเดียวกัน Community Circles เข้ามาเติมอีกด้านของ Human Skill ผ่านวงสนทนาตั้งแต่การปรับตัวและทำงานร่วมกับ AI การสร้างเส้นทางอาชีพและธุรกิจ ไปจนถึงการดูแลตัวเอง การสร้างความสัมพันธ์ และการทำงานกับคนที่คิดต่าง ตอกย้ำว่า “ผู้ชนะ” ในโลก AI ไม่ได้ต้องมีเพียง Technology Skill แต่ต้องผสาน AI Skill เข้ากับทักษะความเป็นมนุษย์ เพื่อสร้างคุณค่าให้ทั้งการทำงาน ธุรกิจ และชีวิต


​    สิ่งที่น่าสนใจของงาน KBTG Techtopia คือ แม้เวทีจะเต็มไปด้วยคำอย่าง Agentic AI, Multi-Agent, Quantum Computing, Cybersecurity หรือ Digital Transformation แต่ปลายทางของทุกบทสนทนากลับไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่ “มนุษย์” และนั่นอาจเป็นความหมายที่ชัดที่สุดของ Human of Tomorrow เพราะในวันที่ทุกคนเข้าถึง AI ได้ ความได้เปรียบอาจไม่ได้อยู่ที่ว่า “ใครมี AI” แต่อยู่ที่ว่า “ใครใช้ AI เป็น” คนนั้น คือผู้ชนะ