“พอลล์ กาญจนพาสน์” มองเทรนด์ Car Culture ในไทยเติบโตต่อเนื่อง จากเดิมที่จำกัดอยู่ในกลุ่มคนเล่นรถ สู่การเป็นไลฟ์สไตล์ของคนทุกวัย ปีนี้ IMPACT Speed Fest 2026 ตั้งเป้าผู้เข้าชม 200,000 คน ขนทั้งรถแต่ง รถสะสม และรถคลาสสิก พร้อมโชว์ฝีมือช่างไทย คาดสร้างเงินสะพัด 100 ล้านบาท ตลอด 3 วันของการจัดงาน
บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด จัดงาน “IMPACT Speed Fest 2026” มหกรรมยานยนต์และไลฟ์สไตล์ ภายใต้แนวคิด “Moving Thai Restoration Craftsmanship Forward Together” ขนทั้งรถแต่ง รถคลาสสิก รถสะสม และมอเตอร์สปอร์ตมาโชว์ ตลอดจนงานบูรณะรถยนต์ รวมถึงสินค้าและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ของคนรักรถไว้ในที่เดียว โดยงานจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 17-19 กรกฎาคม 2569
ไฮไลต์ภายในงานจะมีผู้ก่อตั้งสำนักแต่งและบุคคลสำคัญจากวงการรถแต่งของญี่ปุ่นเข้าร่วมด้วย อาทิ Smoky Nagata จาก Top Secret, Isami Amemiya จาก RE Amemiya, Kei Miura จาก Rocket Bunny/Pandem, Max Orido อดีตนักแข่ง Super GT และ Daisuke Mizuguchi ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร HKS พร้อมด้วยคนดังและครีเอเตอร์สายยานยนต์ของไทย เช่น เบียร์ ใบหยก และโอ๊ต ปราโมทย์
นอกจากนี้ ยังมีโซน restoration craftsmanship ที่เปิดพื้นที่นำเสนอผลงานของช่างบูรณะรถยนต์ไทย ขณะที่โซน automotive market รวบรวมสินค้า อะไหล่ และของแต่งรถจากกว่า 350 แบรนด์ ส่วน fashion & lifestyle zone นำเสนอสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์สำหรับคนรักรถ รวมทั้งโซน game arena ที่เปิดพื้นที่สำหรับการแข่งขัน sim racing และ RC drift/RC off-road

Car Culture เติบโต งานนี้คาดเงินสะพัดร้อยล้าน
พอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน IMPACT Speed Fest 2026 กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีคอมมูนิตี้หรือชุมชนคนรักรถที่หลากหลาย ทั้งชุมชนคนแต่งรถ คอมมูนิตี้ที่รวมตัวแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ ไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้องกับวงการรถ ไปจนถึงการแข่งขันรถที่คึกคัก เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับวงการนี้อย่างครบครัน ทั้งสนามแข่งรถระดับมาตรฐานสากล รวมถึงงานแสดงสินค้ายานยนต์ระดับเอเชียที่จัดขึ้นเป็นประจำ
สำหรับ IMPACT Speed Fest มีจุดเริ่มต้นจากการมองเห็นการเติบโตของ car culture ในประเทศไทย ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มผู้ชายเหมือนในอดีต แต่ปัจจุบันมีทั้งผู้หญิง เด็ก และครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ขณะเดียวกันกีฬามอเตอร์สปอร์ตก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงต้องการสร้างงานที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ชมรถหลากหลายประเภท ทั้งรถใหม่ รถแต่ง และรถคลาสสิก ในบรรยากาศที่แตกต่างจากงานแสดงรถยนต์ทั่วไป ซึ่งไม่ได้เน้นการจำหน่ายรถเป็นหลัก
สำหรับการจัดงานปีที่ 2 อิมแพ็คเลือกชูแนวคิดด้าน restoration craftsmanship เพื่อสะท้อนฝีมือช่างไทยด้านการตกแต่งและบูรณะรถยนต์ พร้อมเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมชิ้นส่วนและตลาดอะไหล่รถยนต์ โดยมองว่าตลาด aftermarket ของไทยยังมีศักยภาพเติบโต และต้องการผลักดันให้เป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

พอลล์กล่าวว่า ปัจจุบันกิจกรรม car meet เกิดขึ้นแทบทุกสัปดาห์ และบางวันมีหลายงานจัดพร้อมกัน สะท้อนว่า car culture ไม่ได้เป็นเพียงการซื้อขายรถยนต์ แต่เป็นพื้นที่ที่คนรักรถมาพบปะ แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และไลฟ์สไตล์ร่วมกัน
แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนเกี่ยวกับมูลค่าตลาด car culture ในประเทศไทย แต่แนวโน้มการเติบโตถือว่าน่าสนใจ เนื่องจากกิจกรรมของกลุ่มคนรักรถไม่ได้จำกัดอยู่เพียงธุรกิจรถยนต์หรือชิ้นส่วนเท่านั้น หากยังเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมอื่น ๆ ทั้งเสื้อผ้า สติกเกอร์ เครื่องประดับ และแฟชั่น ซึ่งธุรกิจในส่วนนี้ก็มีมูลค่ารวมหลายพันล้านบาทแล้ว ขณะที่ตลาดอะไหล่และอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ยังมีมูลค่าสูงจนประเมินได้ยาก
ในระยะต่อไป อิมแพ็คมีแผนใช้ศักยภาพของสถานที่จัดงานในการสนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มคนรักรถอย่างต่อเนื่อง ทั้งงานขนาดใหญ่และกิจกรรม car culture ทั้งนี้ ไม่เฉพาะในกรุงเทพฯ แต่รวมถึงจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งมองว่าจะช่วยกระตุ้นการเดินทางและการท่องเที่ยวควบคู่กันไป

ด้านเป้าหมายของการจัดงาน ปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าชมประมาณ 200,000 คน เพิ่มขึ้นจาก 70,000 คนในปีแรก โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 200 แบรนด์ และคาดว่าจะเกิดเงินสะพัดภายในงานราว 100 ล้านบาท ตลอด 3 วันของการจัดงาน
พอลล์กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการขยายขนาดของงานแล้ว ยังต้องการเพิ่มสัดส่วนผู้เข้าชมจากต่างประเทศ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวในประเทศไทย หลังจากปีที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมงานจากกว่า 20 ประเทศ พร้อมยอมรับว่า IMPACT Speed Fest ยังเป็นงานน้องใหม่ของวงการ เมื่อเทียบกับงานแสดงรถยนต์ที่จัดต่อเนื่องมาหลายสิบปี
“เป้าหมายสำคัญของการจัดงานนี้ คือ การผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็น destination of car culture หรือ ศูนย์กลางวัฒนธรรมยานยนต์ที่ชัดเจนในระดับภูมิภาค ด้วยการเป็นพื้นที่ที่รวบรวมกลุ่มคนรักรถจากหลากหลายคอมมูนิตี้เข้าไว้ด้วยกันอย่างยิ่งใหญ่”




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ดีลเลอร์ BMW ไม่เบรกลงทุน! “Performance Motors” ทุ่ม 100 ล้าน เตรียมรีโนเวตโชว์รูมดอนเมือง-รามอินทรา ตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดปีนี้ 15%
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


