ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ตั้ง SEAT GROUP เป็นดีลเลอร์ Yamaha Marine รายใหม่ เสริมเครือข่ายในชลบุรีและภูเก็ต รุกตลาดเครื่องยนต์ติดท้ายเรือ ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายอีก 100-150 เครื่องต่อปี พร้อมเจาะตลาดภาครัฐซึ่งเป็นฐานลูกค้าสำคัญของ SEAT GROUP
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เดินหน้าขยายเครือข่ายธุรกิจยานยนต์ทางน้ำในประเทศไทย แต่งตั้ง SEAT GROUP เป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ Yamaha Marine อย่างเป็นทางการ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและการบริการลูกค้าในอุตสาหกรรมทางน้ำ
พงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญของ Yamaha Marine และยังมีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก ทั้งจากภาคการท่องเที่ยว การประมง การขนส่งทางน้ำ และกิจกรรมทางทะเล
พงศธรระบุว่า ตลาดในเอเชียรวมถึงประเทศไทยกำลังเติบโตจากการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งทำให้ความต้องการใช้ยานยนต์ทางน้ำเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันหน่วยงานภาครัฐของไทยก็มีการใช้ยานยนต์ทางน้ำสำหรับการสำรวจและตรวจการณ์พื้นที่ต่างๆ มากขึ้น เช่นเดียวกับตลาดลูกค้ากลุ่ม VIP ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
“ปีนี้เป็นอีกปีที่ไทยอาจมีนักท่องเที่ยวสูงสุดราว 38 ล้านคน และต่อจากนี้การโปรโมตการท่องเที่ยวก็มีทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสธุรกิจในกลุ่ม marine ด้วย” พงศธรกล่าว

สำหรับ SEAT GROUP เป็นกลุ่มธุรกิจที่ดำเนินงานในอุตสาหกรรมเรือและยานยนต์ทางน้ำเข้าสู่ปีที่ 57 ปัจจุบันต่อเรือได้ 11 ประเภท รวมกว่า 40 รุ่น ครอบคลุมการใช้งานทั้งในแม่น้ำและทะเล มีคำสั่งซื้อเฉลี่ยปีละ 40-50 ลำ ตั้งแต่ลูกค้าบุคคลทั่วไปในไทยและต่างประเทศ ไปจนถึงหน่วยงานภาครัฐที่สั่งต่อเรือตรวจการณ์ โดยเรือที่ต่อมีขนาดใหญ่สุดประมาณ 90 ฟุต นอกจากนี้ยังเคยต่อเรือให้ลูกค้าในญี่ปุ่น เมียนมา กัมพูชา ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ และ Dubai
พงศธรกล่าวว่า การแต่งตั้ง SEAT GROUP เป็นผู้จำหน่าย Yamaha Marine เป็นการต่อยอดการขยายตลาด โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าภาครัฐ ซึ่งเป็นตลาดที่ SEAT GROUP มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งหน่วยงานระดับกระทรวงและกรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานทางน้ำหลายแห่งจัดซื้อเรือจาก SEAT GROUP ในสัดส่วนเกือบ 100%
สำหรับตลาดเครื่องยนต์ติดท้ายเรือ (outboard motor) ในประเทศไทย พงศธร ให้ข้อมูลว่า มียอดขายรวมประมาณ 2 พันเครื่องต่อปี โดยยามาฮ่ามีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 35% เป็นอันดับ 1 ของตลาด จำหน่ายได้ราว 700 เครื่องต่อปี ซึ่งคาดว่าการเข้ามาของ SEAT GROUP จะช่วยเพิ่มยอดขายได้อีกประมาณ 100-150 เครื่องต่อปี โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าหน่วยงานภาครัฐ
“SEAT GROUP เป็นพันธมิตรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเรือมาอย่างยาวนาน มีความเข้าใจตลาดทางน้ำ รวมถึงความต้องการของผู้ใช้งานในประเทศไทยเป็นอย่างดี ซึ่งจะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Yamaha Marine และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจทางน้ำในประเทศไทยในอนาคต” พงศธรกล่าว

ด้าน เรืองรัตน์ เบญจฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีทโบ๊ต จำกัด กล่าวว่า ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ ตลาดอุตสาหกรรมเรือยังมีขนาดเล็กจนแทบไม่มีคู่แข่ง และมีแบรนด์เครื่องยนต์เรือเพียง 2 แบรนด์ อย่างไรก็ตาม เมื่อตลาดท่องเที่ยวทางทะเลขยายตัว โดยเฉพาะในภูเก็ตและสมุย ก็มีผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น รวมถึงมีแบบเรือให้เลือกหลากหลาย ส่งผลให้ตลาดมีขนาดใหญ่และคึกคักกว่าเดิม โดยประเมินว่ามูลค่าตลาดน่าจะอยู่ในระดับหมื่นล้านบาท
สำหรับการร่วมมือกับยามาฮ่าในครั้งนี้ เธอระบุว่า SEAT GROUP ลงทุนด้านเครื่องยนต์ประมาณ 20 ล้านบาท และปรับปรุงโชว์รูมอีกประมาณ 10 ล้านบาท ขณะที่ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมาบริษัทมีการสต็อกอะไหล่มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท หลังเริ่มร่วมมือกับ Yamaha Marine บริษัทได้แยกคลังสินค้าออกมา เนื่องจากเครื่องยนต์มีหลายประเภทและมีอะไหล่บางชนิดที่ลูกค้าต้องเปลี่ยนบ่อย จึงจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณอะไหล่สำรองให้เพียงพอต่อความต้องการ
“จุดแข็งของ SEAT GROUP อยู่ที่กลุ่มลูกค้าภาครัฐ ดังนั้น เป้าหมายหลังจากนี้คือเรือทุกลำที่ต่อโดย SEAT GROUP จะต้องติดตั้งเครื่องยนต์ของยามาฮ่าเท่านั้น” เรืองรัตน์กล่าว
ทั้งนี้ การแต่งตั้ง SEAT GROUP เป็นผู้จำหน่าย Yamaha Marine อย่างเป็นทางการ ทำให้ยามาฮ่าขยายเครือข่ายจากเดิมที่มีผู้จำหน่าย 2 ราย ได้แก่ บริษัท วัชรมารีน จำกัด ซึ่งดูแลพื้นที่จังหวัดชลบุรีและภูเก็ต และบริษัท ประดิษฐ์พงศ์มอเตอร์ จำกัด ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดย SEAT GROUP จะเข้ามาเสริมเครือข่ายในจังหวัดชลบุรีและภูเก็ต เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและรองรับการบริการลูกค้าในอุตสาหกรรมทางน้ำของไทย

ภาพ: Yamaha และ SEAT GROUP
ออกแบบ: ชัยกานต์ มณีจักร์
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : KIM LONG รถบัสเวียดนามบุกไทย! ตั้ง “กิจเศรษฐี” เป็นตัวแทนจำหน่าย วางเป้ายอดขายปีนี้ 300 คัน พร้อมเตรียม JV สร้างโรงงานในไทย
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


