Rolex นำเสนอ Oyster Story เฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีแห่งเรือนเวลาไอคอนิก

Rolex นำเสนอ Oyster Story เฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีแห่งเรือนเวลาไอคอนิก

FORBES THAILAND / ADMIN
19 Jun 2026 | 06:00 PM
READ 1087

ในปี 2026 Rolex เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปีของ Oyster นาฬิกาข้อมือกันน้ำเรือนแรกของแบรนด์ หนึ่งศตวรรษแห่งนวัตกรรมที่ไม่หยุดยั้ง หนึ่งศตวรรษแห่งความสำเร็จทั้งในศาสตร์แห่งการประดิษฐ์เรือนเวลาและศักยภาพของมนุษย์ และหนึ่งศตวรรษที่ทำให้ Oyster พัฒนาไปสู่คอลเลกชันนาฬิกาขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันได้รับการยอมรับในฐานะมาตรฐานอ้างอิงแห่งโลกการผลิตนาฬิกา


หนึ่งศตวรรษแห่งความสำเร็จ ด้านศาสตร์แห่งการประดิษฐ์เรือนเวลา

    Hans Wilsdorf ผู้ก่อตั้ง Rolex เล็งเห็นว่านาฬิกาข้อมือมีความสอดรับอย่างยิ่งกับวิถีชีวิตสมัยใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 และยังเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านแห่งยุคสมัย แม้นาฬิกาข้อมือที่ Hans Wisdorf สร้างขึ้นจะมีขนาดเล็ก แต่กลับมีความเที่ยงตรงไม่ต่างจากนาฬิกาโครโนมิเตอร์สำหรับเดินเรือ (Marine Chronometer) และเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างไร้ข้อจำกัด เขาจึงคิดค้นวิธีปกป้องกลไกภายในจากการุกล้ำทุกรูปแบบ

​

Hans Wilsdorf ผู้ก่อตั้ง Rolex


    ในปี 1926 การถือกำเนิดของ Oyster ได้สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญให้กับวงการผลิตนาฬิกา นั่นคือนาฬิกาข้อมือกันนำเรือนแรกของ Rolex ที่ได้รับการออกแบบให้สามารถกันน้ำและฝุ่น ด้วยระบบขันเกลียวที่ขอบตัวเรือน ฝาหลัง และเม็ดมะยมเข้ากับตัวเรือนส่วนกลางอย่างแนบสนิท

​

Oyster รุ่นแรก


    ต่อมาในปี 1931 การพัฒนาระบบขึ้นลานอัตโนมัติรูปแบบใหม่อย่าง Perpetual Rotor ได้ยกระดับประสิทธิภาพของนาฬิกา Rolex ให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น ทั้งด้านความเที่ยงตรง การกันน้ำและสามารถทำงานได้อย่างอัตโนมัติ คำว่า “Perpetual” จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของกลไกขึ้นลานอัตโนมัติอันล้ำสมัยของ Rolex ซึ่งอาศัยพลังงานจากการเคลื่อนไหวของข้อมือผู้สวมใส่ในการขับเคลื่อนนาฬิกาอย่างต่อเนื่อง Oyster จึงกลายเป็น “Oyster Perpetual” ที่มอบอิสระในการเคลื่อนไหวอย่างเต็มที่แก่ผู้สวมใส่

    จากแนวคิดดั้งเดิมนี้ ได้ต่อยอดพัฒนาสู่นาฬิการุ่นต่างๆ มากมาย อาทิ Explorer, Milgauss, GMT-Master, Submariner, Cosmograph Daytona และ Yacht-Master โดยแต่ละรุ่นได้รับการพัฒนาและออกแบบเฉพาะทางเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ทั้งความทนทานต่อแรงดันและสนามแม่เหล็ก ขอบตัวเรือนหมุนได้ ฟังก์ชันโครโนกราฟ และการแสดงเวลาหลายเขตเวลา

    เมื่อเวลาผ่านไป นาฬิกาเหล่านี้ได้กลายเป็นมาตรฐานอ้างอิงในแตละสาขา และหลายรุ่นยังได้รับการยกย่องให้เป็นงานออกแบบระดับไอคอนแห่งโลกการผลิตนาฬิกาจนถึงปัจจุบัน


มรดกที่สืบทอดผ่านบุคคล ผู้สร้างแรงบันดาลใจ

    “Proof by trial” คือปรัชญาของ Wilsdort ซึ่งเชื่อว่าความเป็นเลิศที่แท้จริงจะต้องได้รับการพิสูจน์ผ่านการใช้งานในสภาพแวดล้อมจริง แนวคิดนี้ได้รับการพิสูจน์อย่างเป็นรูปธรรมครั้งแรกในปี 1927 เมื่อ Mercedes Gleitze นักว่ายน้ำชาวอังกฤษที่ว่ายข้ามช่องแคบอังกฤษโดยสวมนาฬิกา Oyster ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการกันน้ำของเรือนเวลาอันเชื่อถือได้ และเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่าง Rolex กับบุคคลผู้เปี่ยมด้วยความสามารถอันโดดเด่น

    ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา Oyster ได้รับการทดสอบในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผ่านการสวมใส่โดยนักสำรวจ นักวิทยาศาสตร์ และนักผจญภัย

    ประสบการณ์จากการใช้งานจริงเหล่านี้ไม่เพียงเปิดทางให้ Rolex พัฒนาเทคโนโลยีใหม่และยกระดับสมรรถนะของนาฬิกาอย่างต่อเนื่อง หากแต่หล่อหลอมสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับเหล่าผู้บุกเบิกและผู้กล้าท้าทายขีดจำกัด พร้อมขยายองค์ความรู้และสร้างคุณูปการอันยั่งยืนไว้ให้แก่โลก

    มรดกดังกล่าวยังคงสะท้อนอยู่ในพันธกิจของ Rolex จวบจนปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการแสวงหาความเป็นเลิศ ความหลงใหลในการท้าทาย และแรงผลักดันในการก้าวข้ามขีดจำกัด ล้วนถ่ายทอดผ่านการแข่งขันกีฬาที่ Rolex ให้การสนับสนุนผ่านบรรดาสุดยอดนักกีฬาของโลก และส่งต่อแรงบันดาลใจสู่คนรุ่นต่อไป

​

Rolex Testimonees Carlos Alcaraz และ Jannik Sinner


    หลักการเดียวกันนี้ยังสะท้อนผ่านความร่วมมือระหว่าง Rolex กับสถาบันทางวัฒนธรรมชั้นนำและศิลปิน ผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนการสนับสนุนนักสำรวจ นักวิทยาศาสตร์ และนักอนุรักษ์ที่อุทิศตนเพื่อสร้างความเข้าใจและปกป้องโลกแห่งธรรมชาติเพื่ออนาคต ทั้งหมดนี้คือการสืบสานจิตวิญญาณแห่ง Oyster ที่ยังคงจุดประกายความสำเร็จบทใหม่อย่างต่อเนื่อง


รุ่นพิเศษแห่งการเฉลิมฉลอง

    ในวาระแห่งการเฉลิมฉลองนี้ Rolex เลือกนำเสนอ Oyster Perpetual ซึ่งถือเป็นเรือนเวลาที่สะท้อนตัวตนของ Rolex ได้อย่างแท้จริง มาเป็นสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของ Oyster โดยรุ่นพิเศษเพื่อการเฉลิมฉลองนี้ ได้ถูกเพิ่มเข้าเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชัน เพื่อเชื่อมโยงความสำเร็จในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน

​

Oyster Perpetual 41


    Oyster Perpetual 41 ได้รับการนำเสนอในเวอร์ชัน Yellow Rolesor ซึ่งผสานขอบตัวเรือนและเม็ดมะยมที่ทำจากทองคำ เข้ากับตัวเรือนและสายนาฬิกา Oystersteel โดยรายละเอียดการตกแต่งด้วยทองคำเหล่านี้ชวนให้นึกถึงองค์ประกอบของตัวเรือน Oyster รุ่นแรกเริ่มในอดีต


​

    รายละเอียดหลายจุดบนเรือนเวลาได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อสะท้อนวาระฉลองครบรอบ 100 ปีของ Oyster โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นเลข “100” ที่สลักอยู่บนเม็ดมะยมและข้อความ “100 years” บนหน้าปัด ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ซึ่งมาแทนที่คำว่า “Swiss Made” อีกทั้งบนหน้าปัดสีเทาสเลทนี้ ชื่อ “Rolex” และสี่เหลี่ยมขนาดเล็กรอบสเกลนาทีถูกถ่ายทอดด้วยเฉดสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อีกด้วย

    Oyster Perpetual 41 รุ่นนี้ ยังสะท้อนถึงคุณภาพและมาตรฐานการรับรองของ Superlative Chronometer ที่ได้รับการยกระดับใหม่ในปี 2026 ซึ่งตอกย้ำถึงการแสวงหาความเป็นเลิศอย่างไม่หยุดยั้งของ Rolex


มาตรฐานการรับรองรูปแบบใหม่ของ Superlative Chronometer

    ในปี 2026 Rolex ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่มีต่อผู้สวมใส่นาฬิกาของแบรนด์ ด้วยการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการรับรอง Superlative Chronometer โดยเพิ่มเกณฑ์การทดสอบใหม่อันเข้มงวดอีก 3 ด้าน ได้แก่ ความทนทานต่อสนามแม่เหล็ก ความน่าเชื่อถือในการใช้งาน และความยั่งยืน ซึ่งเป็นเกณฑ์สำคัญที่ครอบคลุมคุณภาพในภาพรวม และถูกนำมาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบและการผลิตนาฬิกาแต่ละเรือน

    เกณฑ์ใหม่ดังกล่าวนี้เข้ามาเสริมมาตรฐานที่ได้รับการปรับนิยามไว้ในปี 2015 ซึ่งครอบคลุมด้านความเที่ยงตรง การกันน้ำ ระบบขึ้นลานอัตโนมัติ และพลังงานสำรอง โดยคุณสมบัติทั้งหมดจะได้รับการตรวจสอบผ่านการทดสอบกับนาฬิกาที่ประกอบเสร็จสมบูรณ์แล้ว

​


    มาตรฐานการรับรอง Superlative Chronometer อยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดโดยองค์กรอิสระของสวิตเซอร์แลนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยมีตราสัญลักษณ์สีเขียวเป็นเครื่องรับรองที่สะท้อนถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของนาฬิกา Rolex ทุกเรือนขณะสวมใส่บนข้อมือ ซึ่งตั้งอยู่บน 7 เสาหลักแห่งความเป็นเลิศด้านการประดิษฐ์เรือนเวลาของแบรนด์


นิทรรศการเดินทางแห่งการเฉลิมฉลอง

    เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบของนวัตกรรมสำคัญที่เป็นรากฐานของแบรนด์ Rolex จึงนำเสนอ “Oyster Story” นิทรรศการอันเป็นหมุดหมายครั้งสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวจุดกำเนิดและมรดกอันยั่งยืนของนาฬิกา Oyster

​


    นิทรรศการนี้จัดขึ้น ณ West Bund Dome นคร Shanghai ระหว่างวันที่ 10-28 มิถุนายน 2026 โดย “Oyster Story” จะพาผู้ชมย้อนสำรวจว่า วิสัยทัศน์อันล้ำสมัยในอดีตได้นำไปสู่นวัตกรรมครั้งสำคัญที่ไม่เพียงพลิกโฉมโลกแห่งการผลิตนาฬิกาเท่านั้น หากแต่หล่อหลอมกลายเป็นรากฐานสำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ของ Rolex มาจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่นาฬิกาสะสมหายาก เรือนเวลาทั้งในอดีตและร่วมสมัย บุคคลผู้เป็นดั่งตำนาน นวัตกรรมทางเทคนิค ตลอดจนการจัดแสดงที่สร้างประสบการณ์เสมือนจริง (immersive exhibition) นิทรรศการครั้งนี้เผยถึงเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของ Oyster ผ่านมุมมองใหม่อย่างไม่เคยมีมาก่อน

​



ภาพ: Rolex



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : CORTINA WATCH เปิดตัวบูทีคช็อปแบรนด์ 'ROLEX' ณ ONE BANGKOK ด้วยพื้นที่ 300 ตร.ม. สาขาใหญ่ที่สุดในไทย​

​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

TAGGED ON