66,000 ล้านบาท เดิมพันเวียดนาม! “เซ็นทรัลพัฒนา” เซ็น MOU “ซัน กรุ๊ป” เล็งปั้นรีเทล-มิกซ์ยูส แลนด์มาร์ก 3 เมืองเศรษฐกิจ ดานัง-โฮจิมินห์-ฟู้โกว๊ก

66,000 ล้านบาท เดิมพันเวียดนาม! “เซ็นทรัลพัฒนา” เซ็น MOU “ซัน กรุ๊ป” เล็งปั้นรีเทล-มิกซ์ยูส แลนด์มาร์ก 3 เมืองเศรษฐกิจ ดานัง-โฮจิมินห์-ฟู้โกว๊ก

FORBES THAILAND / ADMIN
29 May 2026 | 02:04 PM
READ 222

“เซ็นทรัลพัฒนา” เซ็น MOU “ซัน กรุ๊ป” วางแผนลงทุนเวียดนาม 66,000 ล้านบาทในอีก 15-20 ปี เดินหน้าศึกษาโอกาสการพัฒนามิกซ์ยูส 3 เมืองเศรษฐกิจ ดานัง-โฮจิมินห์-ฟู้โกว๊ก


    บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ประกาศลงนามข้อบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับ ซัน กรุ๊ป (Sun Group) ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวของเวียดนาม เพื่อศึกษาโอกาสการพัฒนาโครงการรีเทลและมิกซ์ยูสระดับเวิลด์คลาสในประเทศเวียดนาม

    ความร่วมมือในครั้งนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการลงทุน การพัฒนาเมือง และเศรษฐกิจบริการยุคใหม่ของทั้งสองประเทศ ตลอดจนเป็นวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม และเป้าหมายร่วมกันในการผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศสู่ระดับ 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Three Connectivity”

    พิธีดังกล่าวจัดขึ้นภายในงาน Thailand-Vietnam Business Forum 2026 ณ กรุงเทพมหานคร โดยชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามร่วมกับ ดั้ง มิงห์ เจื่อง ประธานบริษัทซัน กรุ๊ป

    โดยมี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย และ พลเอกโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมด้วย วัลยา จิราธิวัฒน์ ประธานกลุ่มเซ็นทรัล และผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองบริษัทร่วมเป็นสักขีพยาน


ทุ่ม 6.6 หมื่นล้าน ปักหมุดแลนด์มาร์ก 3 เมืองใหญ่

    สำหรับเซ็นทรัลพัฒนาและกลุ่มเซ็นทรัลมีความสัมพันธ์อันยาวนานกับประเทศเวียดนาม ผ่านการดำเนินธุรกิจและการลงทุนหลากหลายประเภทอย่างต่อเนื่องใน ความร่วมมือระหว่างเซ็นทรัลพัฒนา และซัน กรุ๊ปในครั้งนี้ ถือเป็น “Regional Strategic Move” ที่สำคัญ ในการต่อยอดศักยภาพร่วมกันระหว่างสององค์กรชั้นนำของภูมิภาค

    นอกเหนือจากความร่วมมือในครั้งนี้ เซ็นทรัลพัฒนา วางแผนลงทุน 2,000 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 66,000 ล้านบาทในอีก 15-20 ปี โดยเปิดกว้างโอกาสในการพัฒนาและต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรเวียดนามผู้มีศักยภาพเพื่อสร้างการเติบโตให้กับภูมิภาคในระยะยาวร่วมกันในอนาคต

    ความร่วมมือดังกล่าวยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของเซ็นทรัลพัฒนาที่มองการเติบโตผ่าน Global Lens โดยเชื่อมั่นว่าการพัฒนาโครงการ Retail-Led Mixed-Use Development ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างพื้นที่เชิงพาณิชย์ แต่คือการสร้างแพลตฟอร์มเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต ที่สามารถเชื่อมโยงผู้คน เมือง การท่องเที่ยว และโอกาสทางธุรกิจเข้าด้วยกัน

    โดยปัจจุบัน เซ็นทรัลพัฒนาเป็นผู้พัฒนาและบริหารโครงการรีเทลและไลฟ์สไตล์เดสติเนชันหลากหลายรูปแบบ ครอบคลุมศูนย์การค้า 45 แห่ง โครงการที่อยู่อาศัย 53 โครงการ อาคารสำนักงาน 11 แห่ง โรงแรม 13 แห่ง และคอมมูนิตี้มอลล์ 16 แห่งทั่วประเทศไทย อีกทั้งยังมีประสบการณ์ในการพัฒนาและบริหารโครงการมิกซ์ยูสทั่วประเทศ โดยมี centralwOrld เป็นต้นแบบสำคัญของการสร้างเดสติเนชั่นที่เชื่อมโยง Retail, Lifestyle, Entertainment และ Tourism เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ สามารถดึงดูดผู้คนจากทั่วโลก พร้อมสร้าง Economic Impact ให้กับเมืองในระยะยาว


    การจับมือกันระหว่าง เซ็นทรัลพัฒนาทและ ซัน กรุ๊ป จึงไม่ใช่แค่การรวมพลังของสองผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังสะท้อนบทบาทของประเทศไทยและเวียดนาม ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยวแห่งอนาคตของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมศึกษาโอกาสในการพัฒนาโครงการระดับแลนด์มาร์กในเมืองเศรษฐกิจสำคัญของเวียดนาม ประกอบด้วย การพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์และไลฟ์สไตล์ขนาดใหญ่บริเวณแม่น้ำฮาน เพื่อสร้างแลนด์มาร์กใหม่ของเมืองดานัง

    การพัฒนาโครงการรีเทลและมิกซ์ยูสในพื้นที่ New CBD และศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งอนาคตที่โฮจิมินห์ ซิตี้ และการสร้าง Luxury Retail & Lifestyle Destination เพื่อยกระดับเกาะฟู้โกว๊กสู่ Shopping Paradise ระดับโลก

    ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาโครงการศูนย์การค้าและมิกซ์ยูสระดับพรีเมียมในเมืองเศรษฐกิจและจุดหมายปลายทางสำคัญของเวียดนาม โดยมุ่งสร้างโครงการขนาดใหญ่ระดับแลนด์มาร์ก ที่จะยกระดับมาตรฐานใหม่ของการใช้ชีวิตเมือง ประสบการณ์รีเทล และไลฟ์สไตล์ในระดับสากล พร้อมสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของเวียดนามในระยะยาว




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : CPN ทุ่ม 110,000 ล้าน กางแผน Mega Project 5 ปี พร้อมปักหมุด "Central" รังสิต ขนาด 750 ไร่ ใหญ่สุดในไทย

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine