‘อีเดน เอสเตท’ บริษัทพัฒนาอสังหาระดับอัลตร้าลักชัวรี่ ภายใต้การบริหารของ ‘ธัญทิพ เจียรวนนท์’ เปิดตัว Eden Country Club อย่างเป็นทางการ โครงการคลับสมาชิกส่วนตัวรูปแบบใหม่ที่ทันสมัยแห่งแรกในประเทศไทย มูลค่าลงทุนกว่า 2,400 ล้านบาท บนพื้นที่ 24 ไร่ ทำเลบางนา-ตราด ใกล้โรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียน วางหมุดเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ที่หลอมรวมกิจกรรม การกีฬา สุขภาพ การพักผ่อน รองรับคนทุกเจเนอเรชั่น ตั้งเป้าเป็น “Third Place” พื้นที่การใช้ชีวิตที่อยู่ในใจของสมาชิกทุกคนในครอบครัว นอกจากที่บ้านและที่ทำงาน ค่าสมาชิก 3 ปีเริ่มต้น 8 แสนบาท
ธัญทิพ เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีเดน เอสเตท คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า แนวคิดของอีเดน เอสเตท ในการพัฒนาแต่ละโครงการนั้นเริ่มต้นจากวิธีคิดที่แตกต่าง ก่อนหน้านี้บริษัทพัฒนาโครงการ The Strand ในปี 2017 ก็เป็นโครงการแรกในประเทศที่นำเสนอคอนโดมิเนียมมิกซ์ยูสระดับอัลตร้าลักชัวรี่ ที่มีร้านอาหารและร้านค้าในอาคารเดียว
และเมื่อเปิดตัวโครงการอีเดน เอกมัย ก็ชาลเลนจ์ตลาดด้วยการทำคอนโดโลว์ไรส์ที่ความหนาแน่นน้อย มอบความเป็นส่วนตัว ซึ่งไม่เคยมีใครทำมาก่อน
“เป้าหมายของอีเดน เอสเตท คือการพัฒนาโครงการที่สร้างคุณค่าที่ผู้บริโภคยังหาไม่ได้ในตลาดปัจจุบัน และสิ่งที่ขาดวันนี้ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ไม่ใช่สนามกอล์ฟใหม่ ไม่ใช่ห้างใหม่ สิ่งที่เรามองว่ายังขนาดคือพื้นที่ที่ร่มรื่น ปลอดภัย เป็นส่วนตัว และใช้ได้ในชีวิตประจำวัน นี่คือจุดเริ่มต้นของโครงการ Eden Country Cub”

ธัญทิพกล่าวเพิ่มเติมถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้เธอตัดสินใจเปิดโครงการนี้ เนื่องจากตอนเด็กเธอเรียนและเติบโตที่ฮ่องกง ซึ่งเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมคันทรี่คลับ โดยมีหลายแห่งและมีหลากหลาย ซึ่งเธอใช้เวลากับคันทรี่คลับตลอดในช่วงเสาร์-อาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนว่ายน้ำ อยู่กับครอบครัว หรือได้พบปะเพื่อนๆ
“รู้สึกว่าประเทศไทยยังขาด แม้ว่าจะมีช้อปปิ้งมอลล์ระดับโลก แต่ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นส่วนตัวและไม่ได้ปลอดภัย 100% เมืองไทยยังขาดสิ่งนี้ เลยเป็นเหตุผลที่มาพัฒนาสิ่งนี้” ธัญทิพกล่าว และว่า โลกปัจจุบันนั้นหาเวลายากที่ครอบครัวจะได้อยู่กันครบทุกคน ทั้งความสนใจไม่เหมือนกัน และกรุงเทพฯ ก็การจราจรติดขัด ทำให้การเดินทางมาเจอกันทำได้ลำบาก ซึ่ง Eden Country Club จะมีกิจกรรมสำหรับรองรับทุกช่วงวัย ทุกคนสามารถไปทำกิจกรรมที่ตัวเองสนใจ และมารวมตัวกันที่ร้านอาหารได้

สำหรับโครงการ Eden Country Club ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 24 ไร่ ในซอยบางนา-ตราด 66 หรือซอยราชวินิต บางแก้ว ใกล้กับโรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียน ซึ่งเป็นธุรกิจโรงเรียนนานาชาติของตระกูลเจียรวนนท์
ธัญทิพบอกว่าที่ดินแปลงนี้ครอบครัวซื้อไว้ตั้งแต่ตอนทำโรงเรียน ซึ่งตอนแรกจะแบ่งให้ลูกๆ หลานๆ คนละไร่ แต่เนื่องจากทุกคนอยู่กระจายกันในหลายประเทศ เธอจึงเสนอให้นำที่ดินตรงนี้มาทำเป็นคันทรี่คลับ ซึ่งครอบครัวก็ให้การสนับสนุน โดยใช้งบลงทุนทั้งหมด (รวมที่ดินแล้ว) อยู่ที่ 2,400 ล้านบาท
“เราพบว่าหลายครอบครัวมีทุกอย่างครบถ้วน แต่กลับยังขาด ‘พื้นที่’ ที่สามารถใช้ร่วมกันได้อย่างแท้จริงในชีวิตประจำวัน นอกเหนือจากที่บ้าน พื้นที่ที่ทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ ไปจนถึงผู้สูงวัย สามารถอยู่ร่วมกันเพื่อทำกิจกรรมได้อย่างกลมกลืน โดยไม่ต้องแยกย้ายไปคนละสถานที่
“จากการวิเคราะห์ความต้องการที่แท้จริงนี้เอง เราจึงตั้งใจพัฒนา Eden Country Club ให้เป็น Third Place ที่สมบูรณ์แบบสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับโอกาสพิเศษ แต่เป็น ‘A Place to Come Together’ ที่สมาชิกสามารถกลับมาใช้ซ้ำได้อย่างต่อเนื่องและกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวัน โดยมีหัวใจสำคัญ คือการสร้างและบริหารจัดการพื้นที่ให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เป็นสถานที่ที่มีความหมาย และเป็นที่ที่ผู้คนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นธรรมชาติในทุกๆ วัน ผ่าน 4 แกนแนวคิดหลัก ได้แก่
Togetherness - การใช้เวลาและสร้างความสัมพันธ์ร่วมกัน พื้นที่ที่ทำให้ผู้คนกลับมาใกล้ชิดกันอีกครั้ง และใช้เวลาด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ ง่ายและบ่อยขึ้นในทุกวัน
Movement - การเคลื่อนไหวและการออกกำลังกาย ทำให้การขยับร่างกายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ผ่านสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาที่หลากหลาย รวมถึง Racquet Sport Center ที่ใหญ่และครบครันที่สุดในกรุงเทพฯ รองรับทั้งกีฬาที่เน้นสมรรถนะ และการเคลื่อนไหวแบบผ่อนคลาย
Wellness - การดูแล ฟื้นฟู และสร้างสมดุลของสุขภาพ ออกแบบให้การดูแลตัวเองและการคืนพลังทั้งร่างกายและจิตใจไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากหรือสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง ด้วย Wellness Programs ที่ดูแลและฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งกายและใจ
Leisure - การพักผ่อนและผ่อนคลายอย่างสุนทรีย์ บนพื้นที่สำหรับทั้งการรับประทานอาหารแบบเป็นกันเองหรือเป็นทางการ และพื้นที่นั่งพักผ่อนสบายๆ สร้างบรรยากาศที่ทำให้จังหวะชีวิตที่ช้าลง ในพื้นที่ที่ดื่มด่ำกับช่วงเวลา กับธรรมชาติ และชาร์จพลังในแบบที่เป็นตัวเอง

จรัส เกียรติเจริญวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารโครงการ บริษัท อีเดน เอสเตท คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวเสริมถึงความสำคัญของการนำวิสัยทัศน์นี้มาสู่การปฏิบัติจริงในเชิงทำเลและการวางแผนโครงการว่า “เราเลือกปักหมุดบนพื้นที่กว่า 24 ไร่ บนถนน บางนา-ตราด ซึ่งเป็นแนวแกนที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี่แห่งอนาคตที่รายล้อมด้วยโรงเรียนนานาชาติและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
“โดยโครงการ Eden Country Club ถูกพัฒนาขึ้นจากการสร้าง Community ที่มีคุณภาพ เพื่อมอบความเป็นส่วนตัวและคุณภาพของการใช้งานในทุกมิติ โดยจำกัดจำนวนสมาชิก เพื่อคงมาตรฐานการบริการในระดับสูงสุด โดยวางสัดส่วนกลุ่มสมาชิกที่หลากหลาย เพื่อสร้างสมดุลของคอมมูนิตี้ที่มีมาตรฐานการใช้ชีวิตในระดับเดียวกัน

“ที่สำคัญ โครงการนี้ถือเป็นการเปิดน่านน้ำใหม่ให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่ ที่ก้าวข้ามกรอบของคันทรีคลับและสปอร์ตคลับแบบดั้งเดิม โดยไม่ทับซ้อนกับคลับสังคมเฉพาะกลุ่ม หากแต่หลอมรวมศาสตร์ของ Luxury Hospitality, Sport, Wellness, Leisure และ Community เข้าไว้ในประสบการณ์เดียวอย่างประณีต สะท้อนแนวคิดของการใช้ชีวิตที่ครบถ้วน สมดุล และมีคุณค่าในทุกมิติ”

ปพน เหลืองวารินกุล ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท อีเดน เอสเตท คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “การออกแบบ Eden Country Club อยู่ภายใต้แนวคิดที่ว่าสถานที่ที่ดีไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ต้องสร้างช่วงเวลาที่มีความหมายในทุกวัน เป็นพื้นที่ที่ทำให้สมาชิกอยากกลับมาใช้เวลาอยู่เสมอ เป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถออกแบบการใช้ชีวิตให้ครบถ้วนและลงตัวได้ในทุกวัน ทุกการเคลื่อนไหว ทุกกิจวัตร และทุกช่วงเวลาที่สมาชิกใช้ร่วมกัน
ภายใต้ปรัชญาดังกล่าว ถูกถ่ายทอดสู่แนวคิดการออกแบบพื้นที่ ผ่านการแปลงแนวคิดเชิงนามธรรมให้กลายเป็นประสบการณ์จริงอย่างไร้รอยต่อ โดยอาศัยความร่วมมือกับทีมนักออกแบบระดับแนวหน้าของโลก อาทิ SCDA Architects จากสิงคโปร์ ร่วมกับ Tandem Architects ในงานสถาปัตยกรรม ที่เน้นความเรียบหรูร่วมสมัย
นอกจากนี้ยังมี Landscape Tectonix Limited ในงานภูมิสถาปัตยกรรมที่หลอมรวมธรรมชาติและพื้นที่ใช้งานได้อย่างละเมียดละไม และ Blink Design Group ในงานออกแบบภายใน ทุกองค์ประกอบล้วนถูกออกแบบให้สถาปัตยกรรมทำหน้าที่มากกว่าการสร้างพื้นที่ หากแต่เป็นศิลปะแห่งการเชื่อมโยงชีวิต ผู้คน และความสัมพันธ์เข้ากันอย่างแนบเนียน”

บนเนื้อที่ 24 ไร่ที่ตั้งโครงการ ประกอบด้วย 6 อาคารหลัก ได้แก่ อาคาร Clubhouse ที่เป็นส่วนของ Main Lobby และศูนย์รวมกิจกรรมไลฟ์สไตล์ อาคาร Sport Building ที่ผสนผสานพื้นที่ของฟิตเนส, สระว่ายน้ำในร่ม, Racquet Courts และ Multicourt ที่สามารถรองรับกีฬาหลากหลายประเภท เช่น บาสเกตบอล และฟุตซอล อาคาร Tennis Building จำนวน 2 อาคาร ที่รวมสนามเทนนิสและพาเดลไว้ด้วยกัน เป็นศูนย์ Racquet Sport ที่ใหญ่และครบวงจรที่สุดในประเทศไทย
อาคาร Wellness Building ที่ออกแบบพื้นที่ให้มีทั้งส่วนของสปา และ Wellness Café และอาคาร Banquet Hall ที่เป็นส่วนของพื้นที่สำหรับจัดงานอีเวนต์ส่วนตัวโดยเฉพาะ พร้อมบริการอาหารเครื่องดื่ม รวมขนาดพื้นที่ใช้สอยทั้ง 6 อาคารกว่า 42,000 ตารางเมตร

โดย Eden Country Club มีกำหนดก่อสร้างในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 พร้อมกับการเปิดขายสมาชิกอย่างเป็นทางการในช่วงเวลาเดียวกัน โดยโครงการใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 2 ปี และคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการ พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2571
ทั้งนี้ Eden Country Club มีสมาชิก 2 แพ็คเกจ คือ
-Chapter สมาชิกระยะสั้น 3 ปี โดย 1 เมมเบอร์มีสมาชิกหลัก 1 คน และผู้ติดตาม 2 คน ค่าธรรมเนียม 800,000 บาท ตั้งเป้าจำนวนสมาชิกกลุ่มนี้เป็นสัดส่วน 70%
-Legacy สมาชิกระยะยาว 15 ปี โดย 1 เมมเบอร์มีสมาชิกหลัก 1 คน และผู้ติดตาม 2 คน (ขยายเพิ่มได้สูงสุดถึง 5 คน) ค่าธรรมเนียม 2,200,000 บาท ตั้งเป้าสมาชิกกลุ่มนี้เป็นสัดส่วน 30%

สำหรับโครงการนี้ อีเดนเอสเตทคาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ในระยะเวลาไม่เกิน 7 ปี ภายใต้การคาดการณ์ว่าจะมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 1,500 สมาชิก โดยการรับสมัครสมาชิกจะเป็นรูปแบบการทยอยขาย ปีแรกจะเปิดขาย 220 เมมเบอร์ และปีถัดไปจะรับสมัครอีกประมาณกว่า 100 เมมเบอร์
“เราต้องการให้พื้นที่แห่งนี้ คือ A Private Members' Club Built For Individuals And Families, Across Generations - คลับสมาชิกส่วนตัวที่ออกแบบมาเพื่อบุคคลและครอบครัว เชื่อมโยงทุกเจเนอเรชัน ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ อีเดน เอสเตท ในการเป็นผู้นำด้านการพัฒนาโครงการที่เป็นมากกว่าการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป แต่คือการวางมาตรฐานใหม่ของการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในระยะยาวอย่างแท้จริง” ธัญทิพกล่าวปิดท้าย
ภาพ: อีเดน เอสเตท
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Happitat ประกาศความสำเร็จ ก่อสร้างคืบหน้าตามแผน เตรียมเปิดจริง เม.ย. 2569 นี้
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

