“นิมิต ลุมพินี พาร์ค นอร์ท” โครงการที่พักอาศัยระดับลักชัวรี่ มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท พัฒนาโดย PACE ได้รับอนุมัติสินเชื่อโครงการวงเงิน 9 พันล้านบาท จากธนาคารกรุงเทพ โดยปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ มียอดขายแล้ว 75% และเตรียมทยอยโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในช่วงปลายปี 2569
ชาญศักดิ์ เฟื่องฟู กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารให้การสนับสนุนสินเชื่อแก่โครงการนิมิต ลุมพินี พาร์ค นอร์ท ซึ่งเป็นโครงการที่พักอาศัยระดับลักชัวรี่ในกรุงเทพฯ โดยพิจารณาจากปัจจัยด้านทำเลที่ตั้งบนที่ดินกรรมสิทธิ์แบบฟรีโฮลด์ใกล้สวนลุมพินี รวมถึงการออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมโครงสร้าง ปัจจุบันโครงการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์และเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์

ด้าน สรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PACE กล่าวว่า ธนาคารกรุงเทพเป็นพันธมิตรทางการเงินที่ให้การสนับสนุนครอบครัวมาอย่างยาวนาน การอนุมัติสินเชื่อครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนโครงการและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า พันธมิตร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ก่อนส่งมอบห้องชุดตามกำหนด
สำหรับโครงการนิมิต ลุมพินี พาร์ค นอร์ท เดิมใช้ชื่อว่านิมิต หลังสวน ตั้งอยู่บนถนนหลังสวน ใกล้สวนลุมพินี โดยเป็นโครงการที่พักอาศัยระดับลักชัวรี่บนที่ดินกรรมสิทธิ์แบบฟรีโฮลด์ มูลค่าโครงการ 1.5 หมื่นล้านบาท ทำเลโครงการสามารถเข้าออกได้ทั้งจากถนนหลังสวนและถนนสารสิน ซึ่งเป็นพื้นที่พักอาศัยระดับบนใจกลางกรุงเทพฯ
โครงการวางแนวคิดให้ความสำคัญกับสุขภาวะองค์รวม (holistic health) และการใช้ชีวิตที่ส่งเสริมสุขภาพ (wellness) สอดคล้องกับแนวโน้มการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (longevity) โดยพื้นที่รอบสวนลุมพินีมีองค์ประกอบทั้งพื้นที่สีเขียว การเดินทาง และสิ่งอำนวยความสะดวกในเมือง ซึ่งอาจเอื้อต่อการพัฒนาเป็นย่านสุขภาพ หรือ wellness district ในอนาคต

ในด้านทัศนียภาพ โครงการสามารถมองเห็นสวนลุมพินี ราชกรีฑาสโมสร แม่น้ำเจ้าพระยา และเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ โดยแนวคิดทางสถาปัตยกรรมออกแบบโดย ACPV ARCHITECTS บริษัทสถาปัตยกรรมและออกแบบตกแต่งภายในจากอิตาลี มี The Beaumont Partnership เป็นสถาปนิกโครงการ และ Ramboll เป็นที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมหลายสาขา
สำหรับสถานะการขาย ปัจจุบันโครงการมียอดขายแล้วประมาณ 75% ของโครงการทั้งหมด เหลือห้องชุดที่เปิดจำหน่ายอีกราว 25% โดยส่วนใหญ่เป็นห้องชุดขนาดใหญ่กว่า 300 ตารางเมตร ปัจจุบันก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ขณะที่แผนงานระยะถัดไปคือการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่ขายแล้วในช่วงปลายปี 2569
ภาพ: บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เรสซิเดนซ์หรูแบรนด์ Upper House โปรเจ็กต์ร่วมทุน “โสภณพนิช-Swire” กวาดยอดขาย 1 หมื่นล้านใน 6 เดือน
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


