ออริจิ้น ตั้งเป้ารายได้ 1 หมื่นล้าน! กางแผนปี 69 กระจายพอร์ต บ้าน คอนโด โรงแรม คลังสินค้า ลดเสี่ยง สร้างการเติบโตระยะยาว

ออริจิ้น ตั้งเป้ารายได้ 1 หมื่นล้าน! กางแผนปี 69 กระจายพอร์ต บ้าน คอนโด โรงแรม คลังสินค้า ลดเสี่ยง สร้างการเติบโตระยะยาว

“ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” กางแผนปี 2569 ตั้งเป้ารายได้รวม 10,000 ล้านบาท ลุยเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งบ้าน คอนโด โรงแรม และคลังสินค้า มูลค่ากว่า 19,400 ล้านบาท กระจายพอร์ตธุรกิจ ลดความเสี่ยง สร้างการเติบโตระยะยาว


    พีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ประเมินภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ว่า “ยังเป็นปีที่เติบโตเล็กน้อย” เนื่องจากต้องเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งล้วนเป็นโจทย์ที่ภาคธุรกิจไทยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ประกอบกับเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักของประเทศอย่างการส่งออก การบริโภค และการลงทุนยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง

    อย่างไรก็ตาม ตลาดอสังหาฯ ยังเริ่มเห็นสัญญาณบวกจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง รวมถึงมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้และการรวมหนี้ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการกู้ ลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ และประคองกำลังซื้อในระบบได้ดีขึ้น

    ปี 2568 ที่ผ่านมาอาจเรียกว่า “ต้นร้ายปลายดี” เพราะเรื่องเหนือความคาดหมายคือ GDP ของไตรมาส 4 ที่บวก 2.5% ซึ่งเหนือกว่าคาดการณ์ค่อนข้างมาก “เรียกว่ายังมีแสงสว่าง” ขณะเดียวกัน ยังเริ่มเห็นการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่อย่าง Data Center และ Cloud Service รวมถึงการลงทุนในโรงงานใหม่ๆ เช่น ภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและชิปอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

    ที่สำคัญ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและการเมืองโลก ประเทศไทยกลับมีบทบาทเด่นในฐานะจุดหมายของการย้ายถิ่นฐานของชาวต่างชาติ ด้วยการเป็น “Global Safe Zone” และ “บ้านหลังที่สองของโลก” ซึ่งจะช่วยพยุงและสร้างดีมานด์ใหม่ให้กับตลาดที่อยู่อาศัย

    ภาพดังกล่าวสะท้อนชัดผ่านตลาดที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติในไทย ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของออริจิ้น โดยในปี 2568 บริษัทมียอดขายจากลูกค้าต่างชาติรวมกว่า 6,300 ล้านบาท จากผู้ซื้อ 68 ประเทศ ปัจจัยหลักมาจากการย้ายถิ่นฐานเพื่อหลีกเลี่ยงสภาพอากาศหนาวจัด ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ และสถานการณ์สงครามในหลายภูมิภาค

    นอกจากนี้ โครงสร้างลูกค้าต่างชาติยังการกระจายตัวอย่างชัดเจน โดยชาวรัสเซียมีสัดส่วนสูงสุดราว 20% รองลงมาคือจีนและฮ่องกง 13% ไต้หวัน 12% และเมียนมา 4% ขณะที่อีก 43% มาจากประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง

    สำหรับออริจิ้นเอง ปีนี้ดำเนินธุรกิจเข้าสู่ปีที่ 17 แล้ว และได้ปรับทิศทางการเติบโตให้ก้าวพ้นการเป็นผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว ด้วยการขยายพอร์ตธุรกิจออกเป็น 5 แกนหลัก เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มความทนทานต่อความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น

    ประกอบด้วย Origin Vertical ที่ดูแลธุรกิจพัฒนาและขายคอนโดมิเนียม, Britania (บริทาเนีย) ดูแลธุรกิจบ้านจัดสรรและโครงการแนวราบ, Primo Service Solutions ดูแลธุรกิจบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร, Origin Hotel ดูแลธุรกิจโรงแรม โครงการเชิงพาณิชย์ และสร้างรายได้ประจำ และ ALPHA Industrial Solutions ดูแลธุรกิจคลังสินค้า 

    “ปี 2569 นี้ ออริจิ้นจึงได้ดำเนินกลยุทธ์ ORIGIN Portfolio Evolution 2026 โดยตั้งเป้ายอดพรีเซลรวม 25,000 ล้านบาท ควบคู่กับมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ 16,000 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย Backlog จากโครงการของบริษัท 11,707 ล้านบาท และโครงการร่วมทุนอีก 9,000 ล้านบาท ขณะที่เป้ารายได้รวมอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท และเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่มูลค่ารวม 19,400 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งที่อยู่อาศัยเพื่อขาย โรงแรม อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ และธุรกิจคลังสินค้า” พีระพงศ์ กล่าว


เปิด 3 คอนโดใหม่ กรุงเทพฯ-พัทยา-ภูเก็ต มูลค่า 4,200 ล้านบาท

    อภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชัน จำกัด เผยว่า ในปี 2569 ออริจิ้นมีแผนเปิดตัวคอนโดมิเนียม 3 โครงการใหม่บนทำเลกรุงเทพมหานคร พัทยา และภูเก็ต มูลค่ารวม 4,200 ล้านบาท ประกอบด้วย The Origin Yaek Kor Por Aor Station (แยก คปอ.) มูลค่า 1,800 ล้านบาท จำนวน 868 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 1.49 ล้านบาท, Origin Branded Residence Pattaya มูลค่า 1,400 ล้านบาท จำนวน 306 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 3.49 ล้านบาท และ Origin Wellness Residence Phuket มูลค่า 1,000 ล้านบาท จำนวน 238 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 3.79 ล้านบาท

    โดยตั้งเป้า Presale 20,000 ล้านบาท รายได้ 4,500 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 12,000 ล้านบาท ซึ่งรวมทั้งโครงการที่บริษัทฯ พัฒนาและโครงการร่วมทุน

    สำหรับ Backlog จากโครงการคอนโดมิเนียมเสร็จใหม่ที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าในปี 2569 รวมมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของมูลค่าโครงการรวมจาก 7 โครงการ 14,440 ล้านบาท เริ่มจากไตรมาส 1 มูลค่า 3,650 ล้านบาท จากโครงการ The Origin Kathu-Patong, The Origin Bangkae และ Origin Place Khon Kaen-Kanlapaphruek 

    ไตรมาส 2 มูลค่า 2,722 ล้านบาท จาก So Origin Siriraj และ Origin Place Phetkasem ส่วนไตรมาส 3 มูลค่า 3,000 ล้านบาท จาก So Origin Bangtao Beach และปิดท้ายไตรมาส 4 มูลค่า 4,200 ล้านบาท จาก Origin Thonglor World (Tower C)

    ทั้งนี้ ออริจิ้นยังมีโครงการที่เลี้ยงสัตว์ได้มากถึง 25 โครงการ รวมจำนวนกว่า 4,966 ยูนิต และยังมุ่งตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการรายได้สม่ำเสมอ เปลี่ยนคอนโดเป็นสินทรัพย์ทำเงิน โดยไม่ต้องบริหารเอง แต่มีทีมบริหารและดูแลโดย Hampton Hotel & Residence Management (HHR) ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนกว่า 1,737 ยูนิต จาก 14 โครงการ พร้อมทั้งมีพอร์ตต่างชาติรอโอนรับรู้รายได้มูลค่ารวมกว่า 6,300 ล้านบาท



บริทาเนีย เปิด 3 โครงการใหม่ บ้านลักชัวรี่-Business Park

    กฤษณ์ เตชะสัมมา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) เผยว่า กลยุทธ์หลักของบริทาเนียในปี 2569 คือการขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 4 แกนสำคัญ ได้แก่ Investment Property, Wellness Residence, Community และ Care Service 

    โดยบริทาเนียเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 3,200 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 5,000 ล้านบาท รายได้ 3,400 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 4,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี่และโครงการเชิงพาณิชย์

    เริ่มจาก Belgravia Exclusive Pinklao-Boromratchachonnani โครงการบ้านหรูมูลค่า 800 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท ตามด้วย Brilliant Avenue โครงการเชิงพาณิชย์ระดับพรีเมียม มูลค่า 1,200 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 50 ล้านบาท

    สุดท้ายคือโครงการ Brilliant Business Park (Managed by Alpha) มูลค่า 1,200 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นพื้นที่บริหารธุรกิจแบบ Multi-functional ที่ผสานโชว์รูม สตูดิโอ ออฟฟิศ และที่อยู่อาศัยเข้าไว้ในพื้นที่เดียวกัน โดยนำร่อง 5 ทำเลยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ พระราม 2, บางนา-ตราด, อมตะซิตี้, แหลมฉบัง และระยอง



ขยายพอร์ตโรงแรม-พื้นที่เชิงพาณิชย์ สร้างรายได้ประจำ

    อีกแกนสำคัญของออริจิ้น คือ บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่องครอบคลุมทั้งโรงแรม อาคารสำนักงานให้เช่า และธุรกิจพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์

    ที่ผ่านมา มีโครงการที่พัฒนาและเปิดดำเนินการแล้วรวม 9 โรงแรม คิดเป็นจำนวนทั้งหมด 2,306 ห้องพัก กระจายอยู่ในทำเลท่องเที่ยวและย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญทั่วประเทศ ตลอดจนโครงการรีเทลที่พัฒนาและบริหารเองจำนวน 2 โครงการ รวมพื้นที่เช่าประมาณ 6,829 ตารางเมตร

    สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 ชาญชัย พันธุ์โสภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จำกัด (มหาชน) เผยว่า ออริจิ้น โฮเทล ได้เดินหน้าขยายพอร์ตควบคู่การบริหารสินทรัพย์ตามโมเดล Build-Operate-Exit-Reinvest เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

    โดยมีแผนเริ่มเปิดดำเนินการโรงแรมใหม่จำนวน 4 แห่ง รวม 762 ห้องพัก มูลค่า 5,915 ล้านบาท ประกอบด้วย Hotel Indigo และ Holiday Inn Express Bangkok Phayathai ซึ่งเป็นโครงการ Mixed-brand ใจกลางเมือง จำนวน 411 ห้อง, Moxy Phuket Chaofah จำนวน 249 ห้อง และ Moxy Chiang Mai Nimman จำนวน 102 ห้อง

    นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดอาคารสำนักงานและโครงการพื้นที่เชิงพาณิชย์ 4 แห่ง มูลค่ารวม 3,100 ล้านบาท ประกอบด้วย Portobello Chaengwattana, Portobello Srinakarin และ Portobello Rayong รวมพื้นที่ให้เช่าทั้งหมด 13,860 ตารางเมตร มูลค่า 600 ล้านบาท ส่วนอาคารสำนักงานอีก 1 โครงการ คือ Origin Complex Sanmapao ซึ่งมีพื้นที่ให้เช่า 35,801 ตารางเมตร มูลค่า 2,500 ล้านบาท

    ทั้งนี้ ยังมีแผนการขายสินทรัพย์ออกในปีนี้อีก 4 โรงแรม รวม 1,011 ห้อง มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดพิเศษเพิ่มกว่า 1,300 ล้านบาทให้กับกลุ่มธุรกิจ




มุ่งสู่ Warehouse 1 ล้านตารางเมตร

    ด้าน ปราน สมบูรณสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จํากัด เผยว่า ณ สิ้นปี 2568 Alpha มีโครงการคลังสินค้ารวมทั้งสิ้น 10 โครงการ พื้นที่รวมประมาณ 403,859 ตารางเมตร 

    โดยกระจายอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ของประเทศ ได้แก่ ปทุมธานี สมุทรปราการ ชลบุรี และระยอง ซึ่งเปิดดำเนินการแล้ว 382,000 ตารางเมตร มีอัตราการเช่ากว่า 95%

    สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ เตรียมเปิดคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าเพิ่มอีก 5 โครงการ คิดเป็นพื้นที่ 150,000 ตารางเมตร มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ คลังสินค้าแบบสร้างเสร็จพร้อมใช้งาน (Ready Built Warehouse) และโครงการแบบ Built-to-Suit ที่ออกแบบตามความต้องการของลูกค้า

    ทั้งนี้ ออริจิ้้นมีแผนนำสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) 4 โครงการ ขนาดพื้นที่ 211,682 ตารางเมตร ในชื่อ “ALPHA REIT”



ภาพ : ออริจิ้น



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : TITLE ในเครือ ASW ผนึก IHG ขยายพอร์ตโรงแรมภูเก็ตต่อเนื่อง เตรียมเปิดโรงแรมบูทีคระดับพรีเมียม ‘Hotel Indigo Phuket Nai Yang Beach’

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine