แสนสิริ ปรับกลยุทธ์ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ปั้น Well-Being Ecosystem ผ่าน 4 องค์ประกอบหลักเซ็ตมาตรฐานใหม่ให้อสังหาฯ ไทย ด้วยการเน้นสร้างมาตรฐานสิ่งแวดล้อมภายในบ้านและโครงการเพื่อสุขภาพที่ดีทั้งกายใจ รวมถึงบริการหลังการขายช่วยสร้างความสะดวกสบายแบบยั่งยืน
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าปรับกลยุทธ์สร้างมาตรฐานใหม่ ด้วยแนวคิด "Sansiri WELL, IN EVERY DAY ชีวิตดี รู้สึกดีได้ทุกวัน" ด้วยการสร้างชีวิตและประสบการณ์การอยู่อาศัย พร้อมยกระดับ well-being ให้เป็นปัจจัยพื้นฐานของการอยู่อาศัยที่สัมผัสได้จริง ตอบโจทย์ทุกเจนเนอเรชัน
ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวประกอบด้วย 4 หลัก ได้แก่ Well-sensed เริ่มต้นจากที่บ้านและสภาพแวดล้อมภายในโครงการ ผ่านองค์ประกอบพื้นฐาน ทั้งแสง อากาศ เสียง สัมผัส และสายลมที่ถ่ายเท เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายตั้งแต่สัมผัสแรก
Well-balanced สมดุลชีวิตในทุกวัน เชื่อมต่อการใช้ชีวิตเข้ากับพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกอารมณ์และไลฟ์สไตล์ เช่น multi-space, co-creative lounge, backyard หรือมุมสงบสำหรับฝึกสติและผ่อนคลาย, ทางเดินในสวน, ลู่วิ่ง และ pet park สำหรับน้องๆ ที่เชื่อมต่อกับสวนส่วนกลาง ตลอดจน kid zone และ educational playground สำหรับเด็กๆ เป็นต้น

Well-connected สร้างสังคมอบอุ่นและปลอดภัย เพราะเราเชื่อว่าสุขภาพจิตใจและความสัมพันธ์ที่ดี คือเกราะคุ้มกันใจที่ดีที่สุดสำหรับการอยู่อาศัย
และ Well-lived เพื่อส่งต่อให้เกิดการดูแลอย่างยั่งยืนในระยะยาว ผ่านบริการหลังการขายและสิทธิพิเศษจากพันธมิตรชั้นนำของแสนสิริ ให้การดูแลสุขภาพและการใช้ชีวิตเป็นเรื่องง่าย สะดวกสบาย และยั่งยืนในทุกช่วงเวลา
เจาะลึก 3 ศาสตร์ดีไซน์ "เมื่อ คน ธรรมชาติ และดีไซน์" ทำงานร่วมกัน
ทีมดีไซน์ผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแสนสิริ วทัญญู ตันติวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่าย Creative House, ปัทมาวดี ดีซอน รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ และ พีร์ โปษยานนท์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ร่วมเปิดเผยเบื้องหลังกระบวนการคิดที่ประสาน 3 ศาสตร์ดีไซน์อย่างไร้รอยต่อ :
Landscape Architecture (ภูมิทัศน์) : ออกแบบระบบนิเวศเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และคืนธรรมชาติสู่เมือง นำเสนอแนวคิด "Daily Dose of Nature" โดยอ้างอิงงานวิจัยระดับโลกจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่พบว่าการอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติช่วยลดอัตราการเสียชีวิตและเพิ่มอายุขัยได้ถึง 12% การดึงคนให้ออกมาสัมผัสธรรมชาติเพียง 17 นาทีต่อวัน (2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) พร้อมการออกแบบ soundscape (เสียงน้ำตก/เสียงนก) ซึ่งมีงานวิจัยรองรับว่าช่วยให้อารมณ์ดีต่อเนื่องถึง 8 ชั่วโมง
Architecture (สถาปัตยกรรม) : มุ่งเน้นการวางผังอาคารที่ป้องกันสิ่งที่ไม่ต้องการ (มลภาวะ/ความร้อน) แต่เปิดรับทิศทางแสง อากาศ บริสุทธิ์ และสายลมธรรมชาติ พร้อมวางโครงสร้างเพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero Vision ของประเทศ
Interior Design (ตกแต่งภายใน) : ปรับเปลี่ยนจากการเน้นความหรูหรา เฟอร์นิเจอร์ราคาสูง มาเป็นการออกแบบพื้นที่ที่ตอบสนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัย "จินตนาการเห็นภาพตัวเองยามใช้งานจริง" เชื่อมโยงช่องแสงและวิวธรรมชาติภายนอกเข้าสู่ภายในบ้านได้อย่างผ่อนคลาย
ทั้งนี้ "หัวใจสำคัญของบ้านในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องของขนาดบ้านที่มีพื้นที่ใหญ่โตหรือสถาปัตยกรรมที่หรูหราเกินความจำเป็น แต่คือความรู้สึกดีในการใช้ชีวิต และบ้านต้องเป็นสถานที่ที่เติมพลังกาย พลังใจ สร้าง well-being ให้เกิดขึ้นจริงได้ในทุกๆ วัน" ผู้อำนวยการฝ่าย Creative House ของแสนสิริ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน แสนสิริ มีคอมมูนิตี้ที่เชื่อมโยงกับเหล่าลูกบ้านทั่วประเทศอยู่ 17 แห่ง คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1 แสนล้านบาท โดยล่าสุดเตรียมยกระดับ Sansiri Community แห่งใหม่สู่การพัฒนาสังคมการอยู่อาศัยภายใต้แนวคิด "Sansiri WELL, IN EVERY DAY - ชีวิตดี รู้สึกดีได้ทุกวัน" พร้อมเปิดตัว Sansiri Wellscape Krungthep Kreetha Community, บุราสิริ เวลล์ กรุงเทพกรีฑา และเปิดตัว S Quarter สปอร์ตคอมเพล็กซ์ ย่านกรุงเทพกรีฑา เพื่อเติมเต็ม Ecosystem การใช้ชีวิตที่ดีให้สมบูรณ์แบบ เร็วๆ นี้
ภาพ : แสนสิริ
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : “ออริจิ้น โฮเทล” ปิดดีล ขาย Staybridge Suites Bangkok Sukhumvit ให้ครอบครัวเศวตสมภพ รับกระแสเงินสดกว่า 550 ล้านบาท
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


