ในวันที่ “ภูเก็ต” กำลังเปลี่ยนผ่านจากเมืองท่องเที่ยวระดับโลกสู่การเป็น Coastal City หรือเมืองชายฝั่งที่ผู้คนทั่วโลกปรารถนาจะย้ายมาพำนักถาวร การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์จึงไม่ใช่แค่เรื่องของทำเล แต่คือการนำเสนอ “วิถีชีวิต” ที่แตกต่างและยั่งยืน
นี่จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ ฐิติวัฒน์ คูวิจิตรสุวรรณ หัวเรือใหญ่แห่ง Capstone Asset ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับ Lifestyle Luxury ซึ่งเคยฝากผลงานมาแล้วมากมาย อาทิ Kimpton Kitalay Samui, Canvas Ploenchit และ Tonson One Residence ฯลฯ มุ่งมั่นสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้วงการอีกครั้ง ด้วยการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส PEYLAA Phuket ภายใต้แบรนด์ Autograph Collection Residences ที่บริหารโดย Marriott International แห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก แน่นอนว่าความพิเศษที่อยู่เบื้องหลังโครงการระดับไอคอนิกนี้ไม่ใช่แค่การันตีด้วยมาตรฐานระดับโลก แต่เป็นผลงานสุดคราฟต์ที่หาไม่ได้จากที่ไหน

ถอดพิมพ์เขียว PEYLAA Phuket เสิร์ฟประสบการณ์ใช้ชีวิตที่สุดแห่งความสมบูรณ์แบบ
จุดเริ่มต้นของโครงการ PEYLAA Phuket เกิดจากวิสัยทัศน์อันเฉียบคมของทีมงาน Capstone Asset ที่มุ่งมั่นจะพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส ที่ผสานจุดแข็งของความเป็น Residential (ที่พักอาศัย), Hospitality (โรงแรม) และ Commercial (พื้นที่เชิงพาณิชย์) เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เชื่อมต่อกันอย่างกลมกลืน ขณะเดียวกันยังต้องสะท้อน “คาแร็กเตอร์” ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

“ด้วยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลากหลายรูปแบบ เรามองว่าโครงการมิกซ์ยูสเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับภูเก็ต PEYLAA Phuket จะได้รับการดูแลโดยทีมงานจาก Marriott International ทั้งในเรื่องการบริหารอาคาร การบริการ และระบบความปลอดภัย พร้อมดูแลบริหารการปล่อยเช่า ในรูปแบบ long term rental ซึ่งยังเป็นตลาดที่มีความต้องการสูงและมีคู่แข่งน้อยมาก สำหรับภูเก็ตเนื่องจากการมีพื้นที่ Commercial จะเข้ามาช่วยเติมเต็มการใช้ชีวิตของทั้งผู้อยู่อาศัยใน Residence และแขกของโรงแรมได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันการมีโรงแรมและที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกันภายใต้การบริหารโดยทีมงานระดับโลก จะช่วยมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ ยกระดับมูลค่าของโครงการในระยะยาว และสร้างความเชื่อมั่นเหนือกว่าคอนโดมิเนียมทั่วไป

หลังจากมีโจทย์ตั้งต้นชัดเจน อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือการเลือกพาร์ตเนอร์ที่มองเห็นภาพเดียวกัน
“เราไม่ได้มองหาพาร์ตเนอร์เพื่อมาบริหารโรงแรมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหาร Residence ด้วย เพื่อให้เกิด Synergy ในการทำงาน เราได้พูดคุยกับพันธมิตรชั้นนำหลายราย จนสุดท้ายมาลงตัวที่ Marriott International ซึ่งได้รับการยอมรับสูงสุดในวงการโรงแรมระดับโลก และเป็นผู้นำด้าน Branded Residences ที่ใหญ่และน่าเชื่อถือที่สุดในโลก โดยมีโครงการในเครือมากกว่า 140 แห่งที่เปิดดำเนินการแล้ว และเกือบ 300 แห่งทั่วโลก”
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังการทำงานร่วมกับแบรนด์ระดับโลก ฐิติวัฒน์นิยามว่า “เขาเลือกเรา เราก็เลือกเขา” การทำงานจึงไม่ใช่เพียงการนำแบรนด์มาใช้ แต่เป็นการทำงานร่วมกันอย่างลงลึก
“การร่วมงานกับ Marriott International ไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากโครงการต้องมีคอนเซปต์ที่น่าสนใจ เขายังพิจารณาคุณสมบัติของพาร์ตเนอร์ ทั้งความสามารถทางการเงินและศักยภาพการก่อสร้าง สำหรับ PEYLAA Phuket ทาง Marriott เห็นศักยภาพของภูเก็ตในฐานะเมืองชายฝั่งระดับโลก และถูกใจคอนเซปต์โครงการ จึงเลือกนำ Autograph Collection Residences ซึ่งเป็น 'Soft Brand' ที่มีจุดเด่นคือการคัดสรรโครงการอย่างพิถีพิถันเพื่อสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวภายใต้ปรัชญา 'Exactly Like Nothing Else' มาใช้ ซึ่งตรงกับแนวคิดของ Capstone ที่ไม่ต้องการ Hotel Brand แบบสำเร็จรูป แต่อยากสร้างโครงการที่มีคาแร็กเตอร์เป็นของตัวเอง เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายภายใต้มาตรฐานบริการระดับ 5 ดาว”
ปัจจุบัน Autograph Collection Hotel มีมากกว่า 330 แห่งทั่วโลก แต่ ในส่วนของ Residence นั้น PEYLAA จะเป็นที่เเรกในเอเชียแปซิฟิค

“เพื่อให้ PEYLAA Phuket กลายเป็นนิยามใหม่แห่งการอยู่อาศัยริมทะเล การทำงานของเราจึงไม่ได้เริ่มจากสเต็ปที่ 1 หรือ การทำตาม Brand Book แต่เราต้องย้อนไปตั้งแต่สเต็ปที่ 0 เพื่อสร้าง Brand Book ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง โดยร่วมกับ Gensler บริษัทออกแบบและวางกลยุทธ์แบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากสหรัฐอเมริกา เชี่ยวชาญในการถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์ สร้างประสบการณ์ที่มีความหมาย และ เล่าเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับผู้คนในระดับอารมณ์ และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังโรงแรมระดับโลกอย่าง Mesm Tokyo และ Pier One Sydney Harbour”
ฐิติวัฒน์กล่าวเสริมว่า การร่วมงานกับ Gensler ในครั้งนี้เน้นการสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับอารมณ์ ตั้งแต่การวางแนวคิด แก่นของแบรนด์ ไปจนถึงการตั้งชื่อโครงการที่ต้องสื่อสารความหมายได้ลึกซึ้ง “ชื่อ PEYLAA ผ่านการตกผลึกอย่างดี ในภาษาไทยอ่านว่า 'เพ-ลา' หมายถึงเวลาแห่งการพักผ่อน แต่ในภาษาอิตาลีและสเปนหมายถึง 'ไข่มุก' ซึ่งสะท้อนคุณค่าความงามของภูเก็ตในฐานะ 'ไข่มุกแห่งอันดามัน' ได้เป็นอย่างดี”
ในส่วนของการออกแบบ โครงการชูแนวคิด Lifestyle-Led Branded Residences ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะการใช้ชีวิตในรีสอร์ตริมชายฝั่งที่สงบเรียบง่ายแต่หรูหรา

“เรานำเสนอสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมบริการ Concierge จากทีมงาน Marriott โดยตรง รวมถึงนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ เช่น ระบบกรองน้ำ UV ทั่วทั้งโครงการ ระบบควบคุมคุณภาพอากาศ และระบบตรวจจับการรั่วซึมของน้ำเพื่อรักษามูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว”
นอกจากประสบการณ์ที่สัมผัสได้จากผลงานการออกแบบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด อีกหนึ่งจุดแข็ง ของโครงการ PEYLAA Phuket ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยวันนี้ และการลงทุนเพื่ออนาคต คือ สิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับระบบการปล่อยเช่า อาทิ ลิฟท์ขนของแยกจากลิฟท์โดยสาร ห้องเก็บของสำหรับแม่บ้านในทุกชั้น smart digital door lock ที่สามาตรเชื่มต่อกับระบบการปล่อยเช่า และ back-of-house ระดับโรงแรม ผู้อยู่อาศัยยังสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์ม Marriott Bonvoy ที่มีสมาชิกกว่า 260 ล้านคนทั่วโลก เพิ่มโอกาสในการปล่อยเช่าที่ต่อเนื่อง อุ่นใจด้วยระบบตรวจสอบทางการเงินจาก Third-Party Auditor แม้จะไม่มีการการันตีผลตอบแทน (Guaranteed Return) แต่เชื่อมั่นได้ว่า Marriott จะรักษาคุณค่าและสร้างดีมานด์ในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน
จาก “Golden Location” สู่ “Thonglor of Phuket”
แม้วันนี้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยจะได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ถดถอยและปัญหาหนี้ครัวเรือน แต่สำหรับ “ภูเก็ต” กลับเติบโตสวนทาง ฐิติวัฒน์เชื่อว่าปี 2026 การแข่งขันจะรุนแรงขึ้น แต่ภูเก็ตยังมีทิศทางบวกจากการเปลี่ยนผ่านสู่ Coastal City มีความเป็นเมืองมากขึ้น ภาครัฐยังให้ความสำคัญการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง
“ผมมองว่าโครงการที่จะเข้ามาเป็นตัวเลือกคือ โครงการที่ลูกค้ามองว่ามีคุณค่า โดยกลุ่ม Branded Residence เป็นกลุ่มที่ตลาดเริ่มให้ความสนใจ ในการทำความเข้าใจว่าแตกต่างจากโครงการที่อยู่อาศัยทั่วไปอย่างไร เห็นได้จากคำถามของลูกค้าที่มีมิติที่ลึกขึ้นกว่าในอดีต เพราะฉะนั้น ในภาพรวมตลาดอสังหาฯ ผมเชื่อว่าโครงการที่พัฒนามาอย่างดียังขายได้ แต่สำหรับโครงการไหนที่ยังใช้มาตรฐานเดิมๆ อาจจะยากหน่อย”

สำหรับโครงการ PEYLAA Phuket เฟสแรกจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2027 และโรงแรมจะเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในปี 2030 ในทำเล 'บางเทา' ซึ่งเปรียบเสมือนกับย่านทองหล่อแห่งเกาะภูเก็ต เป็น Golden Location หรือโซนทองคำของภูเก็ต เนื่องจากมีแลนด์ลอร์ดรายใหญ่เพียง 2 รายที่เป็นผู้ถือครองกรรมสิทธิ์และคัดเลือกเฉพาะผู้พัฒนาที่มีคุณภาพเท่านั้น เพื่อรักษาภาพลักษณ์ย่าน High-end ทำให้บางเทายังคงเป็นทำเลที่ผู้ซื้อทั่วโลกต้องการอันดับต้นๆ อีกทั้งยังมีความต้องการเช่าตลอดทั้งปี เพราะอยู่ใกล้สนามบิน หาดบางเทา และรายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม โรงแรมห้าดาว โรงเรียนนานาชาติ สนามกอล์ฟ ศูนย์สุขภาพ และร้านอาหารระดับ Fine Dining
ฐิติวัฒน์ ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ปัจจุบันเรากำลังพัฒนาอีกโครงการในจังหวัดพังงา เป็นรีสอร์ท ติดหาด ระดับ 5 ดาว และยังมีแผนการขยายโครงการ Branded residences เพิ่มเติมในย่านทำเลทองของกรุงเทพ เช่น เพลินจิต ชิดลม และต้นสน อย่างต่อเนื่อง
“สำหรับการรับมือสมรภูมิการแข่งขันที่ร้อนแรงขึ้น ผมคิดว่าการจะทำโครงการระดับนี้ barriers to entry ค่อนข้างสูง นอกจากความแรร์ของที่ดินบางเทา ที่เวลานี้ ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นสองเท่า การจะพัฒนาโครงการที่ผสานความเชี่ยวชาญจากสามเสาหลักที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ความน่าเชื่อถือและมาตรฐานระดับโลกของ Marriott International ความคิดสร้างสรรค์ทางแบรนด์และดีไซน์จาก Gensler และความเชี่ยวชาญของ Capstone Asset ผู้พัฒนาโครงการระดับพรีเมียมที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด และมุ่งมั่นสร้างคุณค่าในระยะยาว ไม่ง่าย ผลงานนี้จึงถือว่าเป็นหนึ่งในผลงานระดับมาสเตอร์พีชของ Capstone Asset ซึ่งเรายืนหนึ่งในเรื่องของการสร้างความแตกต่างให้กับทุกโครงการที่เราพัฒนา ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยาก แต่ก็เป็นแต้มต่อที่ทำให้เราเติบโตอย่างแตกต่างจากเดเวลอปเปอร์รายอื่นๆ” ฐิติวัฒน์กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโครงการ https://bit.ly/3OgGst7
