นิชดา แจ้งเร็ว ซีอีโอเจน 2 ต่อยอด Nichada Group: มากกว่าหมู่บ้าน แต่คือเมืองที่เติบโตไปพร้อมชีวิต

นิชดา แจ้งเร็ว ซีอีโอเจน 2 ต่อยอด Nichada Group: มากกว่าหมู่บ้าน แต่คือเมืองที่เติบโตไปพร้อมชีวิต

    หนึ่งในภาพจำที่ชัดเจนของนิชดาธานี คือการเป็นชุมชนคุณภาพใจกลางนนทบุรี ที่ไม่ได้เป็นเพียงหมู่บ้านจัดสรร แต่คือ Global Town ที่เชื่อมโยงบ้าน โรงเรียน พื้นที่สีเขียว ความปลอดภัย และวิถีชีวิตของผู้คนไว้ภายในรั้วเดียวกัน จนได้รับความไว้วางใจจากครอบครัวชาวต่างชาติหลากหลายสัญชาติ

    จากประสบการณ์กว่า 40 ปีในการบริหารจัดการชุมชนคุณภาพ Nichada Group กำลังต่อยอดแนวคิดดังกล่าวสู่ Nichada 2.0 ภายใต้การบริหารของคุณแต๊ป-นิชดา แจ้งเร็ว ซีอีโอของ Nichada Group โดยเธอยังคงมุ่งมั่นในการรักษาดีเอ็นเอเดิมของนิชดาธานีไว้ พร้อมเติมมุมมองใหม่ให้สอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบัน ตั้งแต่ความยั่งยืน เทคโนโลยี การออกแบบเพื่อคนทุกช่วงวัย ไปจนถึงการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่มีคุณค่าในระยะยาว

    เพราะสำหรับนิชดา การต่อยอดธุรกิจครอบครัวไม่ใช่การรื้อสิ่งเดิมเพื่อสร้างสิ่งใหม่ทั้งหมด แต่คือการทำให้จุดแข็งเดิมของนิชดาธานีชัดเจนขึ้นในบริบทของโลกวันนี้ ทั้งในฐานะชุมชนคุณภาพ ระบบนิเวศการอยู่อาศัยครบวงจร และพื้นที่ที่ผู้คนเลือกใช้ชีวิตได้จริงในระยะยาว 


จากหมู่บ้าน สู่ Integrated Ecosystem เมืองที่ออกแบบให้ชีวิตเกิดขึ้นได้จริง

    ย้อนไปสู่จุดเริ่มต้นของนิชดาธานี นิชดาเล่าว่า ครอบครัวของเธอมีพื้นเพอยู่ในนนทบุรีมายาวนาน ขณะที่คุณพ่อคุณแม่ได้สั่งสมประสบการณ์จากการลองผิดลองถูกในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์หลายรูปแบบ ก่อนจะเกิดจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 1992 เมื่อ International School Bangkok หรือ ISB ย้ายมายังวิทยาเขตปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

    การย้ายเข้ามาของ ISB ไม่เพียงเปลี่ยนภาพจำของพื้นที่โดยรอบ แต่ยังทำให้ย่านปากเกร็ดเริ่มถูกมองในฐานะทำเลศักยภาพสำหรับครอบครัวนานาชาติ เป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตใกล้โรงเรียน อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และมีพื้นที่ให้ลูกหลานเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ

    “โครงการแรกอย่างนิชดา พาร์ค เริ่มต้นจากการเปลี่ยนบ่อทรายเป็นทะเลสาบขนาด 250 ไร่ ซึ่งกลายเป็นซิกเนเจอร์ของโครงการมาจนถึงปัจจุบัน ก่อนจะค่อยๆ ขยายตัวเป็นชุมชนที่มีองค์ประกอบของชีวิตครบถ้วนมากขึ้น ทั้งบ้านพักอาศัย โรงเรียน สโมสร พื้นที่กิจกรรม ถนนภายใน พื้นที่สีเขียว และระบบรักษาความปลอดภัย”

    อีกสิ่งที่ทำให้นิชดาธานีแตกต่างจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป คือที่นี่ไม่ได้มองการพัฒนาเพียงการสร้างบ้านเป็นหลังๆ แล้วจบไป แต่ให้ความสำคัญกับการออกแบบองค์ประกอบของชีวิตให้ทำงานร่วมกัน เช่น บ้านต้องเชื่อมโยงกับโรงเรียน ถนนต้องปลอดภัยพอให้เด็กเดินหรือปั่นจักรยานได้ และพื้นที่สีเขียวต้องเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ไม่ใช่เพียงองค์ประกอบตกแต่งภายในโครงการ

    ด้วยแนวคิดนี้ทำให้ Nichada Group ไม่ได้แข่งขันในสนามเดียวกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่วัดกันเพียงจำนวนโครงการ ทำเล หรือดีไซน์ของบ้าน แต่ยืนอยู่ในฐานะหนึ่งในต้นแบบของการพัฒนาระบบนิเวศการอยู่อาศัยแบบครบวงจร ที่ให้ความสำคัญกับการบริหารชุมชนไม่ต่างจากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

    ดังนั้น ในมุมของนิชดา หากจะนิยาม Nichada Group ว่าเป็นเพียงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เธอมองว่าอาจยังไม่ครอบคลุมสิ่งที่ทำทั้งหมด เพราะมูลค่าของทุกโครงการภายใต้ Nichada Group ไม่ได้เกิดจากที่ดินหรือบ้านเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากระบบนิเวศทั้งหมดที่ถูกออกแบบ วางรากฐาน และดูแลอย่างต่อเนื่อง

    “ที่ผ่านมากลุ่มลูกค้าของเราไม่ได้มองโครงการของเราเป็นเพียงสินทรัพย์สำหรับอยู่อาศัย หลายครอบครัวเริ่มต้นจากการซื้อเพื่อการลงทุนหรือปล่อยเช่า แต่เมื่อได้สัมผัสวิถีชีวิตภายในชุมชน ก็เลือกย้ายเข้ามาอยู่อาศัยเอง ขณะที่บางครอบครัว เมื่อถึงวันที่ลูกเติบโต บ้านหลังเดิมก็ยังสามารถเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ในระยะยาวได้ต่อไป”


Nichada 2.0 การต่อยอด DNA เดิมให้ตอบโจทย์โลกใหม่

    สำหรับบทบาทในการขับเคลื่อนนิชดาธานีสู่ Nichada 2.0 นิชดาเล่าว่า เธอไม่เพียงเติบโตและใช้ชีวิตอยู่ในโครงการมาตั้งแต่เด็ก แต่ยังได้เข้ามาเรียนรู้งานในแผนกต่างๆ ของบริษัทในทุกช่วงซัมเมอร์

    นิชดาเล่าว่า คุณพ่อเป็นคนเลือกให้เธอเข้ามาเรียนรู้การทำงานในหลายแผนก แม้บางงานจะไม่ใช่สิ่งที่ถนัดหรือชอบตั้งแต่แรก แต่ประสบการณ์เหล่านั้นสอนให้เธอเข้าใจว่า ไม่มีงานใดที่ถูกใจเรา 100% สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้และปรับตัวไปกับงานที่ได้รับ

    บทเรียนนี้กลายเป็นพื้นฐานสำคัญของการบริหาร Nichada Group เพราะการดูแลนิชดาธานีไม่ใช่เพียงการสร้างบ้าน แต่ยังครอบคลุมทั้งงานบริการ งานกฎหมาย งานดูแลลูกค้า การบริหารพื้นที่ส่วนกลาง ไปจนถึงรายละเอียดของการใช้ชีวิตของผู้พักอาศัยในทุกมิติ

    “ตอนที่ต้องเข้ามารับหน้าที่ซีอีโอ เป็นช่วงที่คุณพ่อไม่สบาย ขณะเดียวกันธุรกิจก็กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน โจทย์ในเวลานั้นจึงไม่ได้มีเพียงการรับบทบาทผู้นำหรือการพัฒนาโครงการใหม่ แต่ยังรวมถึงการรับมือกับการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งจากสภาพตลาดที่เปลี่ยนไป และผลกระทบจากกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่ต้องย้ายกลับประเทศตามบริษัทที่ย้ายฐานออกไป จนเกิดเป็นคำถามสำคัญว่า นิชดาธานีจะยังยึดปรัชญาเรื่องคุณภาพต่อไปได้แค่ไหน หรือควรปรับตัวไปแข่งขันในตลาดแมส เพื่อให้ธุรกิจเดินต่อได้ง่ายขึ้น” นิชดาเล่าอย่างออกรส


    คำตอบที่ได้วันนั้น คือ “เราจะเลือกสนามที่ Nichada Group ถนัดที่สุด เพราะโมเดลธุรกิจของบริษัทเราไม่ได้เหมือนบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วไปที่เน้นการสร้างจำนวนมากแบบ mass production แต่เลือกพัฒนาโครงการในจำนวนจำกัด เน้นการอยู่อาศัยจริง และให้ความสำคัญกับ quality มากกว่า quantity แม้จะเป็นทางเลือกที่เสี่ยงกว่าในเชิงธุรกิจ แต่ก็เป็นทางเลือกที่ทำให้แบรนด์ยังรักษาจุดยืนของตัวเองไว้ได้”


    จุดยืนนี้เองคือแกนสำคัญของ Nichada 2.0 การต่อยอดนิชดาธานีจากรากฐานเดิมให้สอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบัน โดยไม่ทิ้งความเป็นตัวเอง เพราะสำหรับนิชดา การพัฒนาบ้านไม่ได้จบที่ดีไซน์หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ แต่ต้องมองไกลถึงชีวิตของครอบครัวในระยะยาว ตั้งแต่วันที่ลูกยังเล็ก วันที่พ่อแม่เริ่มสูงวัย ไปจนถึงวันที่บ้านอาจถูกส่งต่อให้คนรุ่นถัดไป

    ด้วยเหตุนี้ ความยั่งยืนจึงเป็นแนวคิดที่นิชดาธานีให้ความสำคัญมาตั้งแต่ยุคแรกๆ ตั้งแต่การใช้ระบบพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับอุ่นน้ำในบางโครงการ ก่อนที่คำว่า sustainability จะเป็นกระแส มาจนถึงวันนี้ที่แนวคิดเดียวกันถูกต่อยอดผ่าน solar panel, EV charger วัสดุที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และ Universal Design เพื่อให้บ้านใช้งานได้สะดวก ปลอดภัย และรองรับครอบครัวได้หลากหลายช่วงวัย



โครงการบ้านแฟลกชิปที่กลั่นจากประสบการณ์ 40 ปี

    เมื่อปรัชญาเดิมถูกต่อยอดให้ชัดขึ้นในบริบทของโลกวันนี้ Alexandrite จึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญของ Nichada 2.0 โครงการแฟลกชิปล่าสุดที่ Nichada Group ตั้งใจพัฒนาขึ้นในวาระครบรอบ 40 ปีของนิชดาธานี เพื่อสะท้อนประสบการณ์ด้านการพัฒนาโครงการ การบริหารชุมชน และความเข้าใจชีวิตของผู้พักอาศัยจริงที่สั่งสมมาตลอดหลายทศวรรษ

    นิชดาเล่าว่า Alexandrite ไม่ได้เกิดจากคำถามว่า โครงการต่อไปควรใช้ธีมอะไร หรือจะสร้างบ้านแบบไหนให้ดูแตกต่างจากตลาด แต่เกิดจากการกลั่นประสบการณ์ตลอดหลายทศวรรษของนิชดาธานี ทั้งการพัฒนาโครงการ การบริหารชุมชน และความเข้าใจชีวิตของผู้พักอาศัยจริง ออกมาเป็นบ้านจำนวนจำกัดเพียง 6 หลัง ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความเป็นส่วนตัว ธรรมชาติ และรายละเอียดของการอยู่อาศัยในระยะยาว เป็นโปรเจ็คที่เป็นตัวแทนสะท้อนบรรยากาศของหมู่บ้านนิชดาธานีได้ชัดเจนที่สุด

    หัวใจสำคัญของโครงการคือการทำให้บ้านอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างแนบเนียน พื้นที่สีเขียวไม่ได้ถูกวางไว้เพียงเพื่อความสวยงาม แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การใช้ชีวิต บ้านจึงถูกออกแบบให้เปิดรับแสงธรรมชาติ เชื่อมต่อกับวิวสระว่ายน้ำและพื้นที่สีเขียวภายนอก เพื่อให้ธรรมชาติกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

    ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีและวัสดุต่างๆ ก็ถูกเลือกจากหลักคิดเดียวกับที่ Nichada Group ยึดถือมาตลอด คือ ต้องใช้งานได้จริงและเป็นประโยชน์ต่อผู้พักอาศัย ไม่ใช่เพียงสิ่งที่ทำให้บ้านดูทันสมัยบนหน้าสื่อ ไม่ว่าจะเป็นการต่อยอดแนวคิดด้านพลังงานผ่าน solar panel, EV charger หรือการเลือกวัสดุที่เหมาะกับการอยู่อาศัยในระยะยาว

    สำหรับอนาคต นิชดากล่าวว่า เป้าหมายของ Nichada Group ไม่ใช่การเติบโตด้วยจำนวนโครงการเพียงอย่างเดียว แต่คือการรักษาแก่นของนิชดาธานีให้ชัดเจนในโลกที่เปลี่ยนไป ทั้งในฐานะชุมชนคุณภาพ และพื้นที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงในระยะยาว

    “สำหรับเรา งานไม่ได้จบลงในวันที่ส่งมอบบ้าน แต่วันนั้นคือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างโครงการกับผู้พักอาศัย เราต้องดูแลให้ชุมชนยังน่าอยู่ รับฟังสิ่งที่ลูกบ้านต้องการ และปรับตัวไปพร้อมกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา เพราะสำหรับ Nichada Group การดูแลชุมชนไม่ใช่เพียงการรักษาความเรียบร้อยของพื้นที่ แต่คือการรักษาคุณค่าของทั้งการอยู่อาศัยและสินทรัพย์ของผู้พักอาศัยไปพร้อมกัน”

    ดังนั้นความสำเร็จของนิชดาธานีจึงไม่ได้วัดเพียงยอดขายหรือจำนวนโครงการใหม่ แต่วัดจากการที่ผู้พักอาศัยยังรู้สึกว่า ที่นี่คือบ้านที่ไว้วางใจได้ อยากอยู่ต่อ อยากกลับมา และอยากส่งต่อให้คนรุ่นถัดไป

สนใจนัดหมายเข้าชมโครงการ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

โทร 02-0010202 press 1

Line OA: @nichadaofficial

Website: www.nichada.com

E-mail: reservation@nichada.com