ในวันที่เศรษฐกิจชะลอตัว ยังมีธุรกิจที่ต้องการเงินทุน และยังมีนักลงทุนที่มองหาโอกาสใหม่อยู่เสมอ สิ่งที่ขาดจึงอาจไม่ใช่เงินทุนหรือโครงการที่ดี แต่คือคนที่เข้าใจว่า เงินทุนรูปแบบใดควรเชื่อมเข้ากับธุรกิจแบบไหน จึงจะสร้างมูลค่าให้ทุกฝ่ายได้จริง
นี่คือมุมมองที่ พชรกฤษฏิ์ ชื่นชม ประธานบริหาร บริษัท พชรกฤษฏิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ตกผลึกจากประสบการณ์การทำงานร่วมกับนักลงทุน ผู้ประกอบการ และโครงการอสังหาริมทรัพย์ ก่อนนำมาต่อยอดเป็น Pacharakrit Property ธุรกิจที่เริ่มจากการเชื่อมผู้ประกอบการเข้ากับแหล่งเงินทุน และค่อย ๆ ขยายสู่การวางโครงสร้างทางการเงิน การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และการสร้างเครือข่ายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
แต่กว่าที่ Pacharakrit Property มาถึงจุดนี้ พชรกฤษฏิ์ ต้องผ่านทั้งการลองผิดลองถูกและบทเรียนจากประสบการณ์จริง ซึ่งกลายเป็นรากฐานของแนวคิดและวิธีทำธุรกิจในวันนี้

โอกาสไม่ใช่สิ่งที่ต้องรอ แต่คือสิ่งที่ต้องสร้าง
พชรกฤษฏิ์เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจว่า เขาเริ่มทำงานและหารายได้ด้วยตนเองตั้งแต่อายุ 16 ปี ผ่านประสบการณ์ลองผิดลองถูกในหลายธุรกิจ ก่อนก้าวเข้าสู่วงการอสังหาริมทรัพย์ในฐานะผู้ทำให้ดีลเกิดขึ้น
“ช่วง 1-2 ปีแรก ผมแทบไม่ได้รับค่าคอมมิชชัน จนวันหนึ่งมีนักลงทุนถามว่า ‘ถ้าเป็นคุณ คุณจะปล่อยเงินให้ไหม’ คำถามนั้นทำให้ผมหันกลับมาทบทวนใหม่ และเริ่มลงมือแก้ปัญหาจนสามารถปิดดีลได้สำเร็จ”
ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาเข้าใจว่าในฐานะ “ผู้เชื่อมโยงเงินทุนและโอกาสทางธุรกิจ” ไม่ได้เป็นเพียงคนกลาง แต่ต้องสามารถวิเคราะห์ธุรกิจ วางแผนการเงิน และออกแบบโครงสร้างเงินทุนให้เหมาะสม เพื่อเปลี่ยนโอกาสให้เกิดขึ้นได้จริง
ขณะเดียวกัน เขายังยึดมั่นในแนวคิด “ยิ่งให้ ยิ่งได้” เพราะเมื่อผู้ประกอบการได้ไปต่อ นักลงทุนพบโอกาสที่เหมาะสม และธุรกิจมีทางออกใหม่ ผลลัพธ์ย่อมส่งต่อไปยังพนักงาน ครอบครัว คู่ค้า และผู้คนอีกมากมายในห่วงโซ่ธุรกิจ
“สิ่งที่ทำให้ผมภูมิใจไม่ใช่แค่ความสำเร็จของดีล แต่คือการได้เห็นงานของเราช่วยสร้างโอกาสและเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คน ผมจึงไม่เคยปิดประตูใส่คนที่เข้ามาขอคำปรึกษา เพราะเชื่อว่าทุกคนต้องการโอกาส เพียงแต่แต่ละคนมีโจทย์และทางออกที่แตกต่างกัน”

จากการหาโอกาสให้ตัวเอง สู่การส่งต่อโอกาสให้คนอื่น
ความเชื่อในการสร้างและส่งต่อโอกาส ทำให้บทบาทของพชรกฤษฏิ์ค่อยๆ เติบโตจากการเชื่อมผู้ประกอบการกับแหล่งเงินทุน สู่การเป็นที่ปรึกษาในการแก้โจทย์ธุรกิจที่ซับซ้อนมากขึ้น
เมื่อมูลค่าดีลขยายจากหลักสิบล้านสู่หลักร้อยล้านบาท การพึ่งพานักลงทุนเพียงรายเดียวไม่เพียงพอ เขาจึงเริ่มรวบรวมนักลงทุนหลายกลุ่มเข้ามาร่วมลงทุนอย่างเป็นระบบ ก่อนต่อยอดสู่การก่อตั้ง Pacharakrit Property เพื่อรองรับดีลขนาดใหญ่ และขยายเครือข่ายไปยัง Family Office บริษัทขนาดใหญ่ และนักลงทุนต่างประเทศ
ยิ่งได้ทำงานกับผู้ประกอบการมากขึ้น ผมยิ่งเห็นว่าความท้าทายของธุรกิจไม่ได้อยู่แค่การหาเงินทุน แต่อยู่ที่การเลือกใช้เงินทุนให้เหมาะสม วางแผนบริหารสินทรัพย์ และออกแบบกลยุทธ์การเติบโตในระยะยาว”
ด้วยแนวคิดนี้ Pacharakrit Property จึงไม่ได้เป็นเพียงผู้จัดหาเงินทุน แต่ทำหน้าที่เป็น Opportunity Connector ที่ช่วยวิเคราะห์ปัญหา ออกแบบโครงสร้างทางการเงิน และสร้างทางเลือกที่เหมาะสม เพื่อเปลี่ยนศักยภาพของธุรกิจให้กลายเป็นโอกาสที่เกิดขึ้นได้จริง

จากผู้วางโครงสร้าง สู่ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์
ประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาโครงการอสังหาริมทรัพย์หลากหลายรูปแบบ ทำให้พชรกฤษฏิ์มองเห็นทั้งความต้องการและช่องว่างของตลาดได้อย่างชัดเจน จากเดิมที่วางโครงสร้างธุรกิจและการเงินให้ผู้ประกอบการ จึงต่อยอดสู่การลงทุนและพัฒนาโครงการด้วยตนเอง โดยมุ่งเน้นอสังหาริมทรัพย์ระดับบนที่สามารถสร้างความแตกต่างและรักษามูลค่าได้ในระยะยาว ผ่านการส่งมอบคุณภาพชีวิต ความเป็นส่วนตัว และประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือระดับ
แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่ความร่วมมือกับ The Key Development ในการพัฒนาโครงการวิลล่าและโรงแรมระดับ Super Ultra-Luxury ในกรุงเทพฯ และภูเก็ต เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหามากกว่าที่อยู่อาศัย แต่เป็นสินทรัพย์ที่สะท้อนรสนิยม คุณค่า และไลฟ์สไตล์


ขณะเดียวกัน บริษัทยังมองเห็นโอกาสจากเมกะเทรนด์ด้านสุขภาพและสังคมสูงวัย จึงต่อยอดสู่โครงการ BLESS International Wellness and Sports City ที่ผสานกีฬา สุขภาพ และการอยู่อาศัยไว้ในพื้นที่เดียว ตั้งแต่สนามฟุตบอลมาตรฐานฟีฟ่า ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา ศูนย์ Wellness คลินิกเวชศาสตร์การกีฬา ที่พักสำหรับผู้สูงอายุ ไปจนถึง Waterfront Wellness Residences โดยมีเป้าหมายสร้าง Ecosystem ที่เชื่อมโยงกีฬา สุขภาพ การท่องเที่ยว และการอยู่อาศัยเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างมูลค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

วางรากฐานสู่แพลตฟอร์มการลงทุนระดับสากล
พชรกฤษฏิ์ยังเดินหน้าศึกษาโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ในยุโรป เพื่อเรียนรู้โมเดลธุรกิจที่ผสาน Sports Business, Real Estate และ Wellness เข้าด้วยกัน โดยมีเป้าหมายนำองค์ความรู้และมาตรฐานการบริหารระดับสากลมาต่อยอดในประเทศไทย
เป้าหมายระยะยาวเขา คือการพัฒนา Integrated Property & Investment Platform ที่เชื่อมโยงการลงทุน การพัฒนา และการบริหารสินทรัพย์ไว้ตลอดทั้งวงจร พร้อมต่อยอดสู่บริการด้านการบริหารความมั่งคั่งและการเชื่อมโยงโอกาสการลงทุนสำหรับกลุ่มผู้มีสินทรัพย์มูลค่าสูงในรูปแบบที่ใกล้เคียงกับบริการ Private Banking ในระดับสากล
และไม่ว่าธุรกิจจะเติบโตเพียงใด เขายังเชื่อว่าทรัพยากรที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เงินทุน แต่คือความรู้ เพราะความรู้คือรากฐานที่ทำให้เงินทุนสร้างคุณค่าได้อย่างแท้จริง และในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผู้ที่เติบโตอย่างยั่งยืนไม่ใช่คนที่หลีกเลี่ยงวิกฤตได้ดีที่สุด แต่คือคนที่มองเห็นโอกาสท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง และกล้าลงมือสร้างอนาคตจากโอกาสนั้น
“ผมเชื่อมั่นเสมอว่า “วิกฤตไม่ใช่อุปสรรค” แต่คือจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่ๆ และหน้าที่ของเราคือการมองเห็นโอกาสนั้นก่อนใคร พร้อมเปลี่ยนมันให้กลายเป็นคุณค่าที่เติบโตได้อย่างยั่งยืนยั่งยืน ทั้งสำหรับธุรกิจ นักลงทุน และสังคมในระยะยาว”


