"ท่ามกลางนิยามของความสำเร็จที่เพียบพร้อม เราจะรังสรรค์เวลาที่มีความหมาย ให้กับคนที่สำคัญในชีวิตได้อย่างไร?
นี่คือแรงบันดาลใจ ที่ไม่เพียงเป็นจุดเริ่มต้นของ Eden Country Club พื้นที่ทางเลือกใหม่หรือ 'Third Place' ที่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนนิยามการพักผ่อนของผู้คนให้เปี่ยมด้วยพลังบวก เป็นพื้นที่หรือคอมมูนิตี้ สำหรับใช้เวลาอยู่กับตัวเอง เพื่อน และครอบครัวอย่างมีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นจุดตั้งต้นสำคัญที่ทำให้ ธัญทิพ เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีเดน เอสเตท คอร์ปอเรชั่น จำกัด ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของการเป็นผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย สู่การเป็น Luxury Lifestyle Developer ที่ท้าทายตลาด Ultra-Luxury ด้วยการนิยามความหรูหราให้มีค่ามากกว่าแค่การครอบครอง

Third Place: จิ๊กซอว์ที่ขาดหายของคนไทยในยุคปัจจุบัน

ตลาดกลุ่ม HNW ในปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้มองเพียงการลงทุนในสินทรัพย์ที่จับต้องได้อีกต่อไป แต่กำลังมองหาพื้นที่และประสบการณ์ที่สามารถสะท้อนตัวตน สร้างความสัมพันธ์ และให้คุณค่าในระยะยาวได้จริง แนวคิดของ Private Members’ Club หรือ “Third Place” จึงกลายเป็นคำตอบของวิถีชีวิตยุคใหม่ พื้นที่ที่อยู่ระหว่างบ้านและที่ทำงาน ซึ่งเปิดโอกาสให้เกิดทั้งการพักผ่อน การเชื่อมโยง และการสร้าง Community ของคนที่มี Mindset ใกล้เคียงกัน
นอกจากนี้แรงบันดาลใจในการพัฒนาโครงการ Eden Country Club ยังมาจากประสบการณ์ส่วนตัวของธัญทิพที่เติบโตในฮ่องกง เมืองที่วัฒนธรรม "คลับ" ฝังรากลึกจนกลายเป็น Third Place หรือบ้านหลังที่สาม ที่เธอใช้ทำกิจกรรมทุกอย่างทั้งเล่นกีฬา ไปสปา นั่งจิบเครื่องดื่มพักผ่อนริมสระกับกลุ่มเพื่อน หรือจะนัดทานข้าวกับครอบครัว เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำที่อบอุ่นเสมอมา กระทั่งเมื่อเธอย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ กลับพบว่าพื้นที่ที่รวมความรู้สึกแบบนั้นไว้ด้วยกัน มันหายไปจากชีวิตคนเมืองในตอนนี้
"แม้กรุงเทพฯ จะเต็มไปด้วยศูนย์การค้า แต่กลับขาดสถานที่ที่ทุกคนสามารถทำกิจกรรมของตัวเองได้ ในที่เดียวกัน นอกเหนือจากห้าง บ้าน และที่ทำงาน นี่จึงกลายเป็นที่มาของการพัฒนา Eden Country Club ให้เป็นพื้นที่ที่รวมทุกความต้องการไว้ในที่เดียว ทั้งความสะอาด ความปลอดภัย และบริการที่ได้มาตรฐาน เพื่อเป็นจุดเชื่อมโยงที่ดึงดูดให้คนทุกวัยในครอบครัว กลับมาใช้เวลาที่มีค่าร่วมกันอย่างแท้จริง"
อย่างไรก็ตาม แม้ไอเดียเรื่องในการสร้าง Third Place จะอยู่ในใจตั้งแต่วันแรกที่เริ่มธุรกิจเมื่อ 7 ปีที่แล้ว แต่เหตุผลที่ธัญทิพเลือกที่จะเก็บมันไว้ก่อน เพราะในวันที่ก้าวเข้าสู่สมรภูมิอสังหาริมทรัพย์ในฐานะดีเวลลอปเปอร์หน้าใหม่ ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด การจะลุกขึ้นมาสร้างเซกเมนต์ใหม่ทันทีอาจยังไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสม ธัญทิพจึงเลือกที่จะพิสูจน์ตัวเองก่อน ด้วยการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมที่แตกต่างและโดดเด่น เพื่อสะสมประสบการณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด จนกระทั่งวันนี้ เมื่อความพร้อมและความมั่นใจมาบรรจบกัน จึงถึงเวลาที่จะส่งมอบโปรเจกต์ที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่วันแรกให้เป็นจริง"
"จากประสบการณ์ตรงที่หลอมรวมกับประสบการณ์การทำงาน ทำให้ภาพยิ่งชัดเจนว่า เราไม่ได้มุ่งเพียงแค่การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย แต่เราต้องการสร้างคำตอบให้กับดีมานด์ที่แท้จริงของตลาด หลังจากที่เราดูแลชีวิตภายในบ้านของลูกค้าจนสมบูรณ์แล้ว โจทย์ต่อไปที่เราตั้งไว้คือ 'เราจะส่งมอบคุณค่าในการใช้ชีวิตนอกบ้านที่ดีกว่าเดิมให้ลูกค้าได้อย่างไร?' ซึ่งคำตอบนั้น คือ คอนเซปต์ของไพรเวทคลับที่อยากทำมาตลอด จนกลายเป็นที่มาของ Eden Country Club ซึ่งใช้เวลาเข้มข้นถึง 2 ปีเต็มในการตกผลึก จนได้เป็นพื้นที่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการส่งมอบไลฟ์สไตล์ที่หาจากที่ไหนไม่ได้
"พื้นที่ที่ร้อยเรียง 'ทุกจังหวะชีวิต' ของสมาชิกเข้าด้วยกัน"

ความน่าสนใจของ Eden Country Club คือการสร้างนิยามใหม่ให้กับ Private Members’ Club ที่ก้าวข้ามกรอบเดิมของสปอร์ตคลับหรือคลับทางสังคมทั่วไป ด้วยการหลอมรวม 4 เสาหลักแห่งการใช้ชีวิตเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
Togetherness: ศิลปะแห่งการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัว
Movement: การให้กีฬาและการเคลื่อนไหวเป็นส่วนหนึ่งของจังหวะชีวิต
Wellness: การดูแลสุขภาวะแบบองค์รวม
Leisure: การพักผ่อนที่คืนสมดุลให้กับจิตใจ
ทั้งหมดนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นภายใต้การจำกัดจำนวนสมาชิกอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพการใช้งาน และมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดในระยะยาวให้กับสมาชิกทุกคนอย่างแท้จริง
"เราไม่ได้ต้องการสร้าง Social Club แบบเดิม ไม่ได้อยากแค่รีเฟรช Sport Club ให้ดูหรูขึ้น และไม่ได้อยากเพิ่มห้างสรรพสินค้าเข้าไปในกรุงเทพฯ อีกแห่ง แต่สิ่งที่เราตั้งใจสร้าง คือ พื้นที่ทางเลือกใหม่ ที่ตอบโจทย์ชีวิตกว่านั้น เป็นพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกปลอดภัย สะอาด และมีกิจกรรมที่คิดมาให้ครบสำหรับทุกคนในครอบครัว มีความเป็น Third Place ที่สมาชิกแวะมาได้บ่อย จนเกิดความคุ้นเคย ถึงขั้นจำได้ว่าลูกของคุณชอบทานอะไร ชอบนั่งมุมไหน ไปจนถึงความใส่ใจว่าช่วงนี้สมาชิกแต่ละคนกำลังดูแลสุขภาพในด้านใดเป็นพิเศษ"
ทั้งนี้ ธัญทิพยอมรับว่า การเปลี่ยนบทบาทจากผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยแบบดั้งเดิม มาสู่โปรเจกต์ที่มีมิติของคอมเมอร์เชียลมากขึ้นอย่าง Eden Country Club เป็นความท้าทายที่สนุก เพราะเปิดโอกาสให้ได้ใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปในทุกรายละเอียด มากกว่าแค่การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย แต่แน่นอนว่าเบื้องหลังความสนุกนี้คือโจทย์ที่ยากกว่าเดิม เพราะหัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงเรื่องของโครงสร้างอาคารที่จับต้องได้ แต่คือการ ออกแบบประสบการณ์และการบริการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลอกเลียนแบบได้ยากที่สุด แต่คือคุณค่าที่ Eden Country Club ตั้งใจมอบให้กับสมาชิก
"เราให้ความสำคัญสูงสุดกับเรื่อง Hospitality ทั้งในแง่การบริการ การดูแล และที่สำคัญที่สุดคือการสร้าง Sense of Belonging หรือความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งร่วมกัน ดังนั้น แทนที่จะเลือกใช้เชนระดับโลกมาบริหาร เรากลับเลือกที่จะเจาะลึกอินไซต์ของกลุ่มลูกค้าในไทยควบคู่ไปกับการศึกษาโมเดลที่ดีที่สุดจากทั่วโลก โดยดึงที่ปรึกษาระดับสากลมาร่วมถ่ายทอด Know-how เพื่อสร้าง Service Bible ในแบบฉบับของ Eden Country Club ที่นำจะนำไปสู่การสร้าง Living Ecosystem ที่ยั่งยืนและตอบโจทย์ชีวิตของสมาชิกเราได้ตรงจุดที่สุด"
อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ Eden Country Club แตกต่างอย่างชัดเจน คือการปักหมุดบนทำเลบางนาซึ่งเป็นย่านที่แวดล้อมด้วยโรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาลชั้นนำ และคอมมูนิตี้คุณภาพ บนพื้นที่ใช้สอยกว่า 42,000 ตารางเมตร ซึ่งเป็นสเกลที่หาไม่ได้แล้วในย่านใจกลางเมือง ขนาดพื้นที่ที่กว้างขวางนี้เองที่เอื้อให้สามารถออกแบบพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ สระว่ายน้ำมาตรฐานสากล และฟังก์ชันที่เปิดโอกาสให้คนทุกวัยสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างลื่นไหล มอบความรู้สึกโปร่งโล่ง ไม่แออัด และเป็นพื้นที่ที่ให้ทุกคนในครอบครัวได้ใช้เวลาที่มีความหมายร่วมกันอย่างแท้จริง"
Eden Estate เติบโตไปพร้อมกับโจทย์จริงในทุกช่วงวัยของครอบครัว

ท่ามกลางความท้าทายของวงการอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ธัญทิพ กลับมองเห็นโอกาสใน Blue Ocean ในวันที่หลายแบรนด์กำลังขับเคี่ยวกันในสมรภูมิเดิมๆ เธอเลือกที่จะให้ความสำคัญกับการมองหา 'ความต้องการที่ยังไม่ถูกเติมเต็ม' (Unmet Needs) เพราะเธอเชื่อมั่นว่า บทบาทที่แท้จริงของผู้นำ ไม่ใช่เพียงการเดินตามตลาดให้ทัน แต่คือการรังสรรค์สิ่งที่คนอื่นยังมองไม่เห็น ให้เกิดขึ้นอย่างงดงาม มีคุณค่า และมีความหมายต่อชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืน ดังนั้น เบื้องหลังการพัฒนาแต่ละโครงการของ Eden Estate จึงไม่ใช่เพียงการสร้างโปรดักต์จากการเห็นช่องว่างในตลาด แต่คือการสร้างโปรดักต์จาก “ความเข้าใจชีวิต” อย่างแท้จริง และนั่นทำให้สิ่งที่ Eden Estate พัฒนามีมิติทางอารมณ์และความหมาย มากกว่าการเป็นอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป
ธัญทิพค่อยๆ ฉายภาพให้เห็นเส้นทางของ Eden Estate ที่ขับเคลื่อนด้วยเรื่องราวที่เติบโตไปพร้อมกับช่วงวัยของเธอเอง ตั้งแต่ The Strand Thonglor ที่สะท้อนตัวตนในวัยยี่สิบที่มองหาความสงบนิ่งใจกลางเมือง ขยับมาสู่ Eden Ekkamai ที่ตอบโจทย์ชีวิตครอบครัวที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น จนถึงวันนี้ ประสบการณ์ชีวิตที่เปลี่ยนไปได้นำมาสู่คำถามใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิมว่า 'จะมีพื้นที่แบบไหนที่ทำให้สามารถใช้ชีวิตในที่เดียวได้ในทุกวัน?' จึงเป็นที่มาของ Eden Country Club
“ท่ามกลางตัวเลือกที่มากขึ้นทุกปี ลูกค้ากลุ่ม High-Net-Worth เริ่มมองหาสิ่งที่แตกต่างและเอ็กซ์คลูซีฟยิ่งกว่าเดิม พวกเขาไม่ได้มองแค่การลงทุนในบ้านหลังใหญ่ รถยนต์ หรือนาฬิกาหรูเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนในไลฟ์สไตล์ในรูปแบบของสมาชิกภาพที่เข้าถึงยากและไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคน แต่ยังคงความคุ้มค่าที่สมเหตุสมผล และที่สำคัญที่สุด คือ เป็นสินทรัพย์ที่ทรงคุณค่าสามารถ ส่งต่อเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่น”
ในฐานะผู้นำ ธัญทิพ กล่าวทิ้งท้ายถึงการเติบโตที่ไม่หยุดนิ่งของ Eden Estate “วิสัยทัศน์ของเรา คือ การสร้างสิ่งที่ยั่งยืนและส่งต่อได้จากรุ่นสู่รุ่น วันนี้เราไม่ได้แค่สร้างโครงการใหม่ แต่เรากำลังนำเสนอ แนวคิดใหม่ ให้กับตลาด เพราะเราไม่ได้มองอสังหาริมทรัพย์ในกรอบเวลาแค่ 5 หรือ 10 ปี แต่มองไกลไปถึง 50 ปีข้างหน้า เราเชื่อว่าดีเวลลอปเปอร์มีหน้าที่พัฒนาเมือง ไม่ใช่แค่ต่อยอดขาย และสิ่งที่สร้างขึ้นควรมีคุณค่ามากพอที่จะเป็นมรดกได้จริง ดังนั้น Eden Country Club จึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาเติมเต็ม Ecosystem ของ Eden Estate อย่างสมบูรณ์ เปลี่ยนผ่านจาก Boutique Luxury Residential Developer สู่การเป็น Luxury Lifestyle Developer ที่มีจุดหมายชัดเจนคือการสร้าง A Legacy Community for the Next Generation อย่างแท้จริง'"

