AWC ไตรมาส 2 ยังแกร่ง! รายได้ 5.5 พันล้าน กำไร 1.4 พันล้าน โต 4.6% กางแผนปั้น 11 แลนด์มาร์กริมน้ำ เตรียมให้บริการเรือท่องเที่ยวเชื่อมเจ้าพระยา-อ่าวไทย

AWC ไตรมาส 2 ยังแกร่ง! รายได้ 5.5 พันล้าน กำไร 1.4 พันล้าน โต 4.6% กางแผนปั้น 11 แลนด์มาร์กริมน้ำ เตรียมให้บริการเรือท่องเที่ยวเชื่อมเจ้าพระยา-อ่าวไทย

AWC โชว์ผลงานไตรมาส 2/2569 รายได้ 5,502 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,468 ล้านบาท โต 4.6% รับแรงหนุนธุรกิจโรงแรม-คอมเมอร์เชียล เดินหน้าปรับโฉม “เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น” ครั้งใหญ่ ปรับแผนพัฒนาอาคารจาก 100 ชั้นเหลือ 56 ชั้นติดถนนเจริญกรุง พร้อมกางแผนเชื่อม 11 แลนด์มาร์กริมน้ำ และเตรียมให้บริการเรือท่องเที่ยวแบบมีห้องพัก เชื่อมเส้นทางเจ้าพระยาถึงอ่าวไทย


    วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เผยผลประกอบการไตรมาส 2 ของปี 2569 ซึ่งสะท้อนการเติบโตอย่างของพอร์ตธุรกิจโรงแรมและคอมเมอร์เชียล ภายใต้กลยุทธ์ “Sustainable Growth-Led Strategy” ผ่านการต่อยอดทรัพย์สินคุณภาพในจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วประเทศ

    โดยบริษัทมีรายได้รวม 5,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% และมีกำไรสุทธิ 1,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) อยู่ที่ 2,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดัยวกันของปีก่อน จากการขยายตัวของผลการดำเนินงานในทั้งสองกลุ่มธุรกิจหลัก

    กลุ่มโรงแรมและการบริการได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกลุ่มโรงแรมในกรุงเทพฯ ควบคู่กับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของกลุ่มรีสอร์ทระดับลักชัวรี่และโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวสำคัญนอกกรุงเทพฯ พร้อมกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

    ขณะที่กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลยังคงทำผลการดำเนินงานโดดเด่น ทั้งธุรกิจศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน โดยเฉพาะความสำเร็จจากการยกระดับโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ผ่านการเปิด “Jurassic World: The Experience” ตามมาด้วย “SkyFlyers: Wings of Garudapterus” และ “Better World Better Future” รวมถึงการเดินหน้าปรับกลยุทธ์และยกระดับประสบการณ์ของศูนย์การค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้และความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว

    ทั้งนี้ AWC ยังคงรักษาโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีมูลค่าสินทรัพย์รวม (Gross Asset Value: GAV) อยู่ที่ 224,100 ล้านบาท จากการลงทุนในโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและการขยายพอร์ตสินทรัพย์คุณภาพตามแผนการลงทุนของบริษัท ขณะที่ IBD/E (Interest Bearing Debt to Equity Ratio) อยู่ที่ 0.92 เท่า สอดคล้องกับการบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างมีวินัย ซึ่งช่วยรักษาศักยภาพในการจัดหาเงินทุนเพื่อรองรับการลงทุนและการขยายพอร์ตสินทรัพย์ในอนาคต


ธุรกิจโรงแรม-บริการ ทำรายได้ 2,761 ล้าน

    สำหรับกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการของ AWC ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยรับแรงหนุนจากการท่องเที่ยวคุณภาพ รีสอร์ทระดับลักชัวรี่และโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวที่เติบโตต่อเนื่อง ทั้งนี้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ ดังนั้น บริษัท ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อขยายฐานกลุ่มลูกค้าคุณภาพ 


    ส่งผลให้ในไตรมาส 2/2569 กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการของ AWC มีรายได้ 2,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% โดยกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) อยู่ที่ 3,173 บาทต่อคืน เพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกลุ่มโรงแรมในกรุงเทพฯ ควบคู่กับการเติบโตของกลุ่มรีสอร์ทระดับลักชัวรีและโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ

    การเติบโตดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจากการขยายขนาดของพอร์ตธุรกิจ แต่ยังสะท้อนประสิทธิภาพของสินทรัพย์ที่เปิดดำเนินงาน โดยรายได้จากทรัพย์สินที่เปิดดำเนินงานตามปกติเพิ่มขึ้น 7.4% ขณะที่ EBITDA ของกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการอยู่ที่ 742 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเติบโตเร็วกว่ารายได้ ส่งผลให้อัตรากำไร EBITDA Margin เพิ่มขึ้นจาก 25.9% เป็น 26.9% สะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการทำกำไรของพอร์ตโรงแรมได้อย่างต่อเนื่อง

    สำหรับโรงแรมในกรุงเทพฯ มี RevPAR เพิ่มขึ้น 7.4% และกลับมาเติบโตเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 12 เดือน ขณะที่พอร์ตโรงแรมในต่างจังหวัดมี RevPAR เพิ่มขึ้น 8.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นำโดยพัทยาที่เพิ่มขึ้น 169% จากการรับรู้ผลการดำเนินงานของโรงแรมใหม่ 2 แห่งที่เปิดให้บริการในปี 2568 ประกอบกับอุปสงค์จากนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ตามด้วยเชียงใหม่ที่เพิ่มขึ้น 31% จากการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ส่วนเกาะสมุยและหัวหินเพิ่มขึ้น 10% และ 3% ตามลำดับ

    ทั้งนี้ รายได้ของพอร์ตธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเติบโตสู่ 900 ล้านบาทในไตรมาสนี้ 7.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย “เอ-ญ่า” รูฟทอป แอท ดิ เอ็มไพร์” มีรายได้ 116 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.3% สะท้อนความสำเร็จในการพัฒนาจุดหมายปลายทางด้านร้านอาหาร



กลุ่มคอมเมอร์เชียล ทำรายได้ 2,517 ล้านบาท

    สำหรับกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลของ AWC ก็เติบโตโดดเด่นเช่นกันจากผลการดำเนินงานของเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น 
ทั้ง Jurassic World, SkyFlyers Wings of Garudapterus และ Better World Better Future

    โดย AWC ขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลผ่านกลยุทธ์ “AWC’s Lifestyle Destination” พัฒนาสินทรัพย์จากพื้นที่เชิงพาณิชย์สู่จุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ที่สามารถดึงดูดผู้ใช้บริการ เพิ่มระยะเวลาและการใช้จ่ายภายในโครงการ ตลอดจนสร้างโอกาสทางรายได้ให้แก่ผู้เช่าและพันธมิตรทางธุรกิจ

    ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลมีรายได้ 2,517 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 2,137 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

    ด้านจำนวนผู้เข้าในเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่นใช้บริการเพิ่มขึ้น 36% พร้อมผลักดันให้รายได้ค่าเช่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 6.3% และอัตราการเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น 1.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

    ด้านธุรกิจคอมมูนิตี้ช้อปปิงมอลล์ มีผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่องจากการปรับตำแหน่งทางการตลาดและพัฒนาส่วนผสมผู้เช่า ส่งผลให้อัตราการเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น 13.3% และรายได้ค่าเช่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์และศักยภาพของโครงการที่เพิ่มขึ้น

    ขณะที่ธุรกิจอาคารสำนักงานมีรายได้เพิ่มขึ้น 2.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการบริหารสินทรัพย์เชิงรุก การพัฒนาประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ และการดึงดูดและรักษาฐานผู้เช่าคุณภาพอย่างต่อเนื่อง



เดินหน้าเปิดตัวครึ่งปีหลัง

    ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 AWC ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนศักยภาพกลุ่มธุรกิจโรงแรมและคอมเมอร์เชียล ด้วยการเปิดตัวโรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท และการผนึกกำลังกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง พร้อมสนับสนุนมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐ

    ไม่ว่าจะเป็น ความร่วมมือกับ Universal Destinations & Experiences พัฒนา “Kung Fu Panda” ใจกลางเยาวราช และ “DreamWorks Water Park” ริมหาดพัทยา ความร่วมมือกับ EMM Williams Productions เตรียมเปิดตัว Avatar: Guardians of EYWA, THE MAGIC WALK ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ในปี 2570

    รวมถึงโครงการ “เคเบิ้ลคาร์รักษ์โลกข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา” และ MONA Bangkok ร่วมกับ MONA จากออสเตรเลีย ตลอดจนการขยายความร่วมมือกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัว Moxy Pattaya The Aquatique


ปรับแผนลงทุนเอเชียทีค สร้างตึึก 56 ชั้นติดเจริญกรุง

    วัลลภา กล่าวว่า AWC ได้ปรับแผนการพัฒนาโครงการอาคารสูงภายใน เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น จากเดิมที่วางแผนก่อสร้างอาคารสูง 100 ชั้นริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยปรับลดความสูงเหลือ 56 ชั้น และย้ายตำแหน่งอาคารมาอยู่บริเวณติดถนนเจริญกรุง เพื่อให้สอดคล้องกับข้อจำกัดด้านความหนาแน่นของพื้นดินและหลักฮวงจุ้ย

    ขณะที่พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา AWC มีแผนนำ “Blue Dome” สถาปัตยกรรมจากงาน Expo 2025 ที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น มาพัฒนาเป็นพื้นที่แห่งใหม่แทน โดยภายใน Blue Dome จะพัฒนาเป็นประสบการณ์ Avatar

    โดยรวมแล้ว แผนเพิ่มการลงทุนในพื้นที่ เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ในหลายส่วนรวมมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท อาทิ การพัฒนาพื้นที่ใหม่รวม Blue Dome มูลค่าลงทุนกว่า 8,000 ล้านบาท การพัฒนาเคเบิลคาร์รักษ์โลก มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท และโครงการเอเชียทีค 2.2 มูลค่าลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท


เชื่อม 11 แลนด์มาร์ก ลุยธุรกิจเรือท่องเที่ยว

    วัลลภา กล่าวอีกว่า AWC เดินหน้าสร้าง “AWC Riverside Journey” เชื่อมจุดหมายและแลนด์มาร์กสำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่ระบบนิเวศการท่องเที่ยวริมแม่น้ำแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งโรงแรม พื้นที่ค้าปลีก ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวตลอดเส้นทาง ตั้งแต่การเข้าพัก การรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม การช้อปปิ้ง ความบันเทิง ไปจนถึงประสบการณ์ด้านวัฒนธรรม

    สำหรับเส้นทาง Riverside Journey ของ AWC ครอบคลุมจุดหมายหลายแห่ง รวม 11 โครงการในเครือ ทั้งโครงการที่เปิดให้บริการแล้วและโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา เริ่มจาก เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ซึ่งเป็นจุดหมายด้านไลฟ์สไตล์และความบันเทิงริมแม่น้ำเจ้าพระยา มี Jurassic World Experience Bangkok และ Avatar: Guardians of EWA at Blue Dome เป็นไฮไลต์สำคัญ ขณะที่ Mona Bangkok เป็นจุดหมายด้านศิลปะและวัฒนธรรม และ Bangkok Skydride Adventure หรือกระเช้าลอยฟ้าเป็นอีกหนึ่งจุดหมายในเส้นทางดังกล่าว

    ด้านโรงแรม AWC มี The Hotel Plaza Athénée Bangkok และ The Ritz-Carlton Bangkok, The Riverside ขณะที่พื้นที่และจุดหมายอื่นๆ ประกอบด้วย The Songwad Scape, The Songwad Lanes และ Woeng Nakornkasem

    นอกจากนี้ AWC ยังมีแผนเปิดให้บริการเรือท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบรวมกว่า 26 ลำ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ และประเทศไทย พร้อมเชื่อมโยงจุดหมายต่างๆ ภายในโครงการของ AWC เข้าด้วยกัน รวมถึงเชื่อมต่อไปยังลำคลองสายต่างๆ เพื่อเข้าถึงชุมชนและพื้นที่ประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ เช่น ทรงวาดและเยาวราช

    ขณะเดียวกัน AWC ยังมีแผนพัฒนาเรือขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้มีห้องพักภายใน สามารถล่องจากแม่น้ำเจ้าพระยาลงไปถึงอ่าวไทย เพื่อเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการท่องเที่ยวและเชื่อมโยงประสบการณ์ทางน้ำ




ภาพ: AWC




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : AWC ทุ่ม 2.9 พันล้านบาท ผุดโรงแรมหรู Plaza Athénée เติมเต็ม “AWC Riverside Journey” เชื่อม 11 หมุดหมายริมน้ำเจ้าพระยา

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine