เซ็นทารา ประกาศพร้อมเปิด “เซ็นทารา รีเซิร์ฟ กระบี่” โรงแรมแห่งที่สองภายใต้แบรนด์ระดับหรู “เซ็นทารา รีเซิร์ฟ” ในเดือนธันวาคม 2569 หลังใช้งบลงทุนหลายพันล้านบาท อัปเกรดจาก “เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลล่า กระบี่” หวังต่อยอดพอร์ตโรงแรมระดับบน รองรับดีมานด์นักเดินทางกำลังซื้อสูง และยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางลักชัวรี่ระดับโลก คาด RevPar พุ่งแตะ 9,896 บาทในปี 2570
การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวของโรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา ในการเพิ่มสัดส่วนธุรกิจโรงแรมลักชัวรี่ หลังแบรนด์ “เซ็นทารา รีเซิร์ฟ สมุย” ประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และการยอมรับในตลาด
โดยเซ็นทารามองว่าตลาดท่องเที่ยวลักชัวรี่ของไทยยังมีศักยภาพเติบโตจากแนวโน้มนักท่องเที่ยวที่พักนานขึ้น มีอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) สูงขึ้น และให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของจุดหมายปลายทางมากกว่าความหรูหราแบบดั้งเดิม
ไมเคิล เฮนสเลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพก้าวสู่การเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางลักชัวรี่ชั้นนำของโลก ทั้งจากความโดดเด่นด้านวัฒนธรรม ธรรมชาติ และมาตรฐานการบริการ โดยแบรนด์ “เซ็นทารา รีเซิร์ฟ” จะเป็นหัวหอกในการนำเสนอประสบการณ์ลักชัวรี่ในแบบไทย ผ่านการบริการเฉพาะบุคคลและการเชื่อมโยงผู้เข้าพักกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งเซ็นทารา รีเซิร์ฟ กระบี่ จะเป็นอีกหมุดหมายสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้พอร์ตโฟลิโอโรงแรมระดับบนของบริษัท
เซ็นทาราระบุว่า ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับพฤติกรรมของนักเดินทางระดับไฮเอนด์ทั่วโลกที่เปลี่ยนไป โดยรายงาน American Express Global Travel Trends Report ระบุว่า 59% ของนักเดินทางกลุ่มกำลังซื้อสูง ให้นิยาม “ความหรูหรา” จากประสบการณ์และปฏิสัมพันธ์ที่มีความหมาย มากกว่าการบริโภคสินค้าหรือบริการราคาแพงเพียงอย่างเดียว
สำหรับแบรนด์ “เซ็นทารา รีเซิร์ฟ” เปิดตัวแห่งแรกที่เกาะสมุยเมื่อปี 2564 และสามารถสร้างผลตอบรับเชิงบวกทั้งด้านภาพลักษณ์และผลประกอบการ โดยรีสอร์ตได้รับรางวัลระดับนานาชาติกว่า 28 รางวัล มีคะแนนรีวิวเต็ม 5 บน Tripadvisor อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในปี 2568 มีรายได้เติบโต 7.5% จากปีก่อน พร้อมอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์การรุกตลาดลักชัวรี่ของบริษัท
ทั้งนี้ ในงานแถลงข่าวผลประกอบการเมื่อต้นปี 2568 เซ็นทาราระบุว่าการอัปเกรดรีสอร์ตที่สมุยมาสู่แบรนด์เซ็นทารา รีเซิร์ฟ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ราคาห้องพักเฉลี่ยในเดือนมกราคม 2568 ขึ้นมาแตะระดับ 2 หมื่นบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 20%YoY
สำหรับโครงการ “เซ็นทารา รีเซิร์ฟ กระบี่” เป็นการพลิกโฉมจากโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีชรีสอร์ทและวิลล่า กระบี่ เดิม มาสู่โรงแรมลักชัวรี่เต็มรูปแบบ โดยโครงการตั้งอยู่บริเวณอ่าวไผ่ปล้อง บนชายหาดส่วนตัวที่สามารถเดินทางได้ทางเรือเท่านั้น ประกอบด้วยห้องพัก ห้องสวีท และพูลวิลล่ารวม 120 ห้อง (จากเดิม 192 ห้อง) ขนาด 75-388 ตารางเมตร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม ทั้งสปา ห้องอาหาร 3 แห่ง บาร์ 3 แห่ง และ Salt Society Beach Bar & Kitchen

เซ็นทาราประเมินว่ากระบี่กำลังกลายเป็นหนึ่งในตลาดโรงแรมลักชัวรี่ที่มีศักยภาพสูงของไทย จากการเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มคุณภาพ ระยะเวลาพำนักที่ยาวนานขึ้น และศักยภาพในการสร้างอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยในระดับสูง ประกอบกับภาพลักษณ์ของจังหวัดที่ยังคงความสงบ เป็นส่วนตัว และสอดรับกับเทรนด์การท่องเที่ยวแบบ quiet luxury ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มนักเดินทางระดับบน
ในเอกสารคำวิเคราะห์ผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ของ CENTEL หรือบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) ระบุว่า บริษัทฯ ได้กำหนดงบประมาณการลงทุนเพื่อรองรับแผนการปรับปรุงโรงแรมเดิม ควบคู่กับการพัฒนาโครงการใหม่ตามแผนการขยายธุรกิจ โดยมีงบประมาณ 4.5-4.6 พันล้านบาท ซึ่งโครงการหลัก ได้แก่ การปรับปรุงโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน และโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลล่า กระบี่
Forbes Thailand ได้สอบถามถึงงบประมาณเฉพาะในส่วนของการปรับปรุงโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลล่า กระบี่ แต่เซ็นทาราขอไม่ให้ข้อมูลในประเด็นนี้
อย่างไรก็ตาม เซ็นทาราประเมินว่า หลังปรับโฉมสู่เซ็นทารา รีเซิร์ฟ กระบี่แล้ว จะทำให้รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPar) เพิ่มเป็น 9,896 บาทในปี 2570 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากในปี 2566 ซึ่งเป็นช่วงก่อนรีโนเวต และมี RevPar อยู่ที่ 4,445 บาท

ขณะที่ภาพรวมปีนี้ ในเอกสารเอกสารคำวิเคราะห์ผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ คาดว่าผลการดำเนินงานยังคงเติบโตจากปีก่อน โดยคาดการณ์อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (รวมโรงแรมร่วมทุน) 70 - 75% และคาดว่า RevPAR จะอยู่ที่ 4,300 - 4,500 บาท และรายได้รวม (รวมโรงแรมร่วมทุน) คาดว่าจะเติบโตประมาณ 5 - 7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นเป้าหมายรายได้รวม (รวมโรงแรมร่วมทุน) ประมาณ 1.45 - 1.48 หมื่นล้านบาท (ปี 2568: 1.38 หมื่นล้านบาท)
ในอนาคต เซ็นทารามีแผนขยายแบรนด์รีเซิร์ฟไปยังจุดหมายปลายทางสำคัญทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยนอกจากรีสอร์ตริมทะเลแล้ว บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโรงแรมภายใต้แบรนด์ดังกล่าวในเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น กรุงเทพฯ รวมถึงตลาดต่างประเทศอย่างญี่ปุ่นและยุโรป เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรมลักชัวรี่ในอนาคต
ทั้งนี้ ปัจจุบันโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา มีโรงแรมและรีสอร์ตภายใต้การบริหารของแบรนด์ ซึ่งตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญรวมทั้งสิ้น 92 แห่งทั่วโลก ได้แก่ ไทย มัลดีฟส์ เวียดนาม ลาว ญี่ปุ่น เนปาล โอมาน กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งใช้ชื่อ 6 แบรนด์ ประกอบด้วย เซ็นทารา รีเซิร์ฟ, เดอะ เซ็นทารา คอลเลคชั่น, เซ็นทารา แกรนด์, เซ็นทารา, เซ็นทารา ไลฟ์ และโคซี่
อ้างอิง:
- https://forbesthailand.com/news/travel/centara-to-open-9-new-hotels-in-2025
- https://forbesthailand.com/news/travel/marketing/centel-q-1-2026-revenue
- https://forbesthailand.com/news/travel/centara-business-plan-2026
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : กระแส Staycation ในไทยมาแรง “กระบี่” ครองแชมป์มียอดจองที่พักผ่าน Traveloka พุ่ง 2 เท่า
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


