IHG กางแผนปี 69 ลุยปักหมุด 4 แบรนด์ "โรงแรมพรีเมียม" ในไทย รองรับดีมานด์โตพุ่ง ยอดเข้าพักตั้งแต่ต้นปีโตสูง 78%

IHG กางแผนปี 69 ลุยปักหมุด 4 แบรนด์ "โรงแรมพรีเมียม" ในไทย รองรับดีมานด์โตพุ่ง ยอดเข้าพักตั้งแต่ต้นปีโตสูง 78%

IHG กางแผนปี 69 ลุยปักหมุด 4 แบรนด์ "โรงแรมพรีเมียม" ในไทย รองรับดีมานด์โตพุ่ง หลังตัวเลขยอดจองเข้าพักตั้งแต่ต้นปีต่อเนื่องถึงปัจจุบันโต 78% นำโดยแบรนด์ voco hotels ที่เพิ่งเปิดตัวแห่งแรกในไทยในเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ณ ย่านสุรวงศ์ พร้อมขยายต่ออีก 3 แห่ง ได้แก่ ย่านป่าตอง และบางเทาใน จ.ภูเก็ต รวมถึงที่กรุงเทพฯ ย่านสยามใจกลางเมือง, ถัดมาคือแบรนด์ Crown Plaza ที่เตรียมเปิดตัวอีก 2 สาขา ในย่านสุขุมวิท ซึ่งคาดว่านี่จะโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดของ IHG ในประเทศไทย และสาขาพระราม 9 โดยทั้ง 2 แห่งจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ Ruby และแบรนด์ Noted Collection ที่จะตอบโจทย์ลูกค้าได้ครบทุกไลฟ์สไตล์อีกด้วย


    IHG Hotels & Resorts (IHG) หนึ่งในบริษัทโรงแรมชั้นนำระดับโลก เดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอกลุ่มโรงแรมระดับพรีเมียมในประเทศไทย เพื่อตอบรับพฤติกรรมของนักเดินทางยุคใหม่และปัจจัยพื้นฐานของตลาดที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสใหม่ ๆ ในการเติบโตและการขยายแบรนด์

    วิเวก บัลลา กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี IHG กล่าวว่า การท่องเที่ยวทั่วโลกรวมถึงในไทยยังคงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความยืดหยุ่นและฟื้นตัวดีได้อย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากตัวเลขรายได้โดยเฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ของ IHG ทั่วโลก ในไตรมาสแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 4.4% ส่วน RevPAR ของประเทศไทย มีอัตราการเติบโตโดดเด่นถึง 2.9% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน โดยได้แรงขับเคลื่อนสำคัญจากยอดนักท่องเที่ยวชาวจีนที่พุ่งสูงขึ้นถึง 23% ควบคู่ไปกับความต้องการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น 2%

    “เรามองเห็นโอกาสการเติบโตที่โดดเด่นในกลุ่มโรงแรมระดับพรีเมียม ครอบคลุมทั้งแบรนด์ระดับ Upscale และ Upper Midscale ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเข้าพักสูงที่สุดในประเทศไทยในปัจจุบัน นอกจากนี้เรายังเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ทั้งรูปแบบการเดินทางของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน ที่หันมาให้ความสำคัญกับประสบการณ์การเข้าพักมากกว่าแค่สิ่งอำนวยความสะดวกควบคู่ไปกับความเป็นเอกลักษณ์ การเข้าถึงเสน่ห์ของท้องถิ่นที่ออกแบบมาอย่างเฉพาะตัว” วิเวก กล่าวเสริม


    ทั้งนี้ ในช่วง 12 เดือนของปีที่ผ่านมา กลุ่มโรงแรมระดับพรีเมียมมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 69.6% สูงกว่าทั้งกลุ่มโรงแรม Luxury & Lifestyle (66.8%) และกลุ่ม Mainstream โรงแรมเชนระดับกลางถึงบนที่เน้นความคุ้มค่า ได้มาตรฐาน และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน (64.4%) อีกทั้งตัวเลขตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน อัตราการเข้าพักของกลุ่มพรีเมียมยังพุ่งสูงอย่างต่อเนื่องถึง 78.7% พร้อมกับความต้องการของตลาดที่เติบโตแซงหน้าซัพพลายโดยความต้องการเข้าพักปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 4.5% เมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของจำนวนห้องพักเปิดใหม่ที่มีเพียง 0.8%

    จากแนวโน้มการเติบโตดังกล่าว IHG จึงการแผนเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอแบรนด์พรีเมียมในประเทศไทย นำโดยแบรนด์ voco ที่เพิ่งปักหมุดเปิดตัวในไทยเป็นครั้งแรกที่สาขาสุรวงศ์ จากการนำโรงแรมตะวันนามาปรับปรุงรูปโฉมใหม่ มีห้องพักเปิดให้บริการจำนวน 224 ห้อง ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 เป็นต้นมา ซึ่งขณะนี้ยังมีโครงการภายใต้แบรนด์ voco อีก 3 แห่งที่กำลังอยู่ระหว่างพัฒนาได้แก่ voco ภูเก็ต ป่าตอง, voco ภูเก็ต บางเทา และ voco กรุงเทพฯ สยาม 



    ถัดมาคือแบรนด์ Crowne Plaza ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์ระดับ Upscale ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นผู้นำในด้านการเดินทางยุคใหม่ที่ผสมผสานทั้งการทำงานและการพักผ่อนโดยที่ผ่านมา มีการเปิดตัวสาขาแรกในไทย ได้แก่ Crown Plaza กรุงเทพฯ ลุมพินี ไปแล้ว และทาง IHG ยังเตรียมเปิดตัวโรงแรมใหม่ 2 ภายใต้แบรนด์ Crown Plaza อีกด้วย ได้แก่ Crowne Plaza Bangkok Grand Sukhumvit ซึ่งจะก้าวขึ้นเป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดของ IHG ในประเทศไทย ต่อด้วย Crowne Plaza Bangkok Rama 9 โดยทั้ง 2 แห่งเตรียมเปิดให้บริการเร็วๆ นี้


 Crowne Plaza Bangkok Grand Sukhumvit


 Crowne Plaza Bangkok Grand Sukhumvit Lobby

    นอกจากนี้ การเปิดตัวแบรนด์ใหม่เข้าสู่ตลาดเพื่อรองรับโอกาสการเติบโตในอนาคต ยังถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของการเติบโต IHG ในประเทศไทย โดยแบรนด์ Ruby ซึ่งเป็นโรงแรมแนวเออร์เบินไลฟ์สไตล์ที่ IHG ได้เข้าซื้อกิจการในปี 2568 ที่ผ่านมา มีจุดเด่นเรื่องการออกแบบเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ที่ใส่ใจในเรื่องดีไซน์และสไตล์อันโดดเด่นบนทำเลใจกลางเมืองที่พร้อมปักหมุดให้บริการในกรุงเทพฯ ภูเก็ต และพัทยา รวมถึงแผนการเปิดตัวแบรนด์ Noted Collection สู่ตลาด ซึ่งถือเป็นแบรนด์พรีเมียมคอลเล็คชันแบรนด์แรกของบริษัท เพื่อตอบโจทย์โรงแรมอิสระที่ต้องการรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้ นับตั้งแต่จุดเด่นของโรงแรมที่ชูเรื่องประวัติศาสตร์ หรือการเป็นโรงแรมบูติกในเมือง รีสอร์ตริมทะเล ไปจนถึงที่พักท่ามกลางธรรมชาติ รวมถึงยังได้รับประโยชน์จากเครือข่ายระดับโลกที่แข็งแกร่งจาก IHG


Ruby Stella Hotel London_Bar & Self Check-in


    อย่างไรก็ตาม กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี การดำเนินธุรกิจของ IHG ในประเทศไทย เปิดให้บริการโรงแรมแล้ว 42 แห่ง และมีโรงแรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 39 แห่งในปัจจุบัน ซึ่งสัดส่วนของโรงแรมในไทยที่เปิดให้บริการ ณ ปัจจุบันนี้ จำแนกเป็น Luxury & Lifestyle: 40%, Mainstream: 50%, Premium: 5% และ Suites: 5% โดยตลาดนักท่องเที่ยวหลักของ IHG ในประเทศไทย ได้แก่ ไทย จีน และรัสเซีย ตามลำดับ


ภาพ :  IHG




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : คลับเมด เผย ปี 68 นักท่องเที่ยวไทยนิยมไปสกีรีสอร์ตที่ญี่ปุ่นจำนวนมาก หนุนมูลค่าธุรกิจในไทยโตพุ่ง 15% จากปีก่อนหน้า

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine