โฉมใหม่แอป Amazing Thailand สู่หมุดหมาย “แอปท่องเที่ยวแห่งชาติ” งบลงทุนเฟสแรก 30 ล้านบาท แต่ฟีเจอร์ (อาจยัง) ไม่ว้าว

โฉมใหม่แอป Amazing Thailand สู่หมุดหมาย “แอปท่องเที่ยวแห่งชาติ” งบลงทุนเฟสแรก 30 ล้านบาท แต่ฟีเจอร์ (อาจยัง) ไม่ว้าว

งบลงทุนเฟสแรก 30 ล้านบาท กับหมุดหมาย “แอปท่องเที่ยวแห่งชาติ” Amazing Thailand เวอร์ชั่นใหม่กำลังจะมา รวมแรงบันดาลใจ วางแผนทริป ค้นหาร้านอาหาร อีเวนต์ มี AI แชตบอต + ดีลจาก Mastercard แต่ในยุคที่นักท่องเที่ยวใช้ OTA และ AI วางแผนทริปเองหมดแล้ว ฟีเจอร์เฟสแรก… จะ “ว้าว” พอไหม?


    คนไทยเราอาจไม่คุ้นเคยกับ “แอปเพื่อการท่องเที่ยว” จากภาครัฐสักเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่เราหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจาก search engine หรือจากโซเชียลมีเดีย เราจองที่พัก ร้านอาหาร หรือกิจกรรมจากแอป OTA ของเอกชน ทำแผนการเดินทางทั้งหมดด้วยตัวเอง หรือบางคนก็ใช้ AI ทำให้ไปแล้วในยุคนี้

    จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว แอปพลิเคชั่น “Amazing Thailand” จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. เป็นที่รู้จักในฐานะแอปพลิเคชั่นท่องเที่ยวจากภาครัฐที่ต้องลงทะเบียนสำหรับโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” แทนที่แอปเดิมอย่าง “เป๋าตัง” ที่เคยมีบทบาทในครั้งก่อน

    ล่าสุดในปีนี้ ททท. ได้ประกาศเปิดตัวโฉมใหม่ของแอปพลิเคชั่นนี้ ซึ่งวางหมุดหมายว่าจะเป็น “แอปท่องเที่ยวแอปเดียวเท่านั้นจากภาครัฐ” ซึ่งโฉมใหม่พร้อมจะให้ดาวน์โหลดในวันที่ 15 มีนาคม 2569 นี้ ขณะที่แอปเก่าในชื่อเดียวกัน จะถูกลบทิ้งออกจากระบบไป


แอปใหม่ที่ฟีเจอร์อาจยังไม่ว้าว

    ในงานแถลงข่าวเปิดตัวแอปเวอร์ชั่นใหม่เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ระบุว่าแอปพลิเคชัน Amazing Thailand โฉมใหม่นี้จะทำหน้าที่เสมือนเป็น “เพื่อนร่วมเดินทาง” แบบครบจบในแอปเดียวสำหรับนักท่องเที่ยว พร้อมอำนวยความสะดวกในทุกช่วงเวลาของการเดินทาง ตั้งแต่การค้นหาแรงบันดาลใจ การวางแผนทริป การเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ไปจนถึงการชำระเงิน

    โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวดำเนินงานการภายใต้แนวคิด “Amazing 5 Economy” ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของประเทศไทยในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับโลกผ่านดิจิทัลโซลูชันที่น่าเชื่อถือและใช้งานได้จริง

    ทั้งนี้ ภายในงานแถลงข่าวไม่มีเวอร์ชั่นแอปมาให้ทดลอง แต่มีการนำเสนอบนเวทีซึ่งอธิบายฟีเจอร์หลักๆ ของแอป Amazing Thailand ได้แก่

    -Stay: ผู้ใช้สามารถค้นหาและสำรวจที่พัก อ่านข้อมูล และเพิ่มที่พักที่สนใจก่อนแล้วเข้าพักที่หลังได้ นอกจากนี้ยังสามารถปักหมุดที่พักที่ชอบไว้ใน map สำหรับวางแผนทริปได้

    -Restaurants & Shopping: ในแง่ของร้านอาหาร ผู้ใช้สามารถค้นหา กรอง และสำรวจตัวเลือกร้านอาหาร ดูข้อมูลรายละเอียด บันทึกร้านโปรด และค้นพบประสบการณ์อาหารที่หลากหลายของประเทศไทยได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ ด้านการช็อปปิ้ง ผู้ใช้สามารถสำรวจประสบการณ์ร้านค้าต่างๆ ของประเทศไทย ตั้งแต่ตลาดน้ำไปจนถึงห้างสรรพสินค้าระดับลักชัวรี่ โดยมีฟังก์ชันค้นหา แผนที่ บันทึกรายการโปรด และการวางแผนทริปเดินทาง

    -Inspire: ฟีเจอร์นี้นำเสนอคอนเทนต์เชิงบทบรรณาธิการและเนื้อหาแบบเล่าเรื่อง (story-driven) ที่กระตุ้นให้นักเดินทางค้นพบวัฒนธรรมไทย สถานที่ท่องเที่ยว อาหาร และกิจกรรมต่างๆ โดยผู้ใช้สามารถเลือกชมเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจผ่านแถบเลื่อนบนหน้าโฮม หรือสำรวจรายการทั้งหมดที่สามารถค้นหาได้ โดยสามารถบันทึกคอนเทนต์ไว้เป็นรายการโปรดและกลับมาดูภายหลัง เพื่อช่วยในการตัดสินใจวางแผนการเดินทาง

    -Experiences & Events: ฟีเจอร์นี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สำรวจกิจกรรมที่คัดสรรมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทัวร์ ประสบการณ์ด้านอาหาร เทศกาล คอนเสิร์ต และงานเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรมทั่วประเทศไทย ผู้ใช้สามารถเลือกดู ค้นหา และกรองตามวันที่หรือเมือง ดูข้อมูลรายละเอียด บันทึกรายการโปรด และเพิ่มกิจกรรมลงในแผนการเดินทางของตนเองได้ โดยประสบการณ์ต่างๆ สามารถจองผ่านพันธมิตรภายในแอป


    นอกจากนี้ ในเฟสแรก ททท.ทำงานร่วมกับมาสเตอร์การ์ด ทำให้แอปพลิเคชัน Amazing Thailand ยังประกอบด้วย 2 ฟีเจอร์หลักที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับความเชื่อมั่นและประสบการณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทย ได้แก่

    -แชตบอต AI อัจฉริยะ (AI-powered Chatbot) ที่คอยให้ความช่วยเหลือด้านการท่องเที่ยวแก่ผู้ใช้งานแบบเรียลไทม์ พร้อมให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และรูปแบบการเดินทางของนักท่องเที่ยวแต่ละคน

    -Mastercard Priceless ที่มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษจากมาสเตอร์การ์ด ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ มื้ออาหารที่คัดสรรเมนูมาอย่างพิถีพิถัน รวมไปถึงข้อเสนอพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย


    รวมๆ ฟีเจอร์ในเฟสแรก เรียกได้ว่าแอป Amazing Thailand ค่อนข้างเน้นหนักไปที่การเป็นแอปที่ “ให้ข้อมูลการเดินทาง” ซึ่งยังไม่ค่อยแตกต่างจากแอปเวอร์ชั่นเดิมเท่าไหร่นัก ที่มีการให้ข้อมูลที่พัก แหล่งท่องเที่ยวแต่ละจังหวัด ร้านอาหาร แหล่งช็อปปิ้ง อีเวนต์ ข่าวสารและบทความ inspire สถานที่ท่องเที่ยว

    ซึ่งทำให้ผู้เขียนมองว่าสำหรับการบอกว่าเป็นโฉมใหม่และแตกต่างจากเดิมนั้น ฟีเจอร์อาจยังไม่ได้ “ว้าว” ขนาดนั้น

    อย่างไรก็ตาม ททท.บอกว่านี่เป็นเพียงเฟสแรกของแอปนี้ ใช้งบลงทุนกว่า 30 ล้านบาท และยังมีเฟสถัดๆ ไปรออยู่ เพื่อให้ไปถึงหมุดหมายสำคัญคือการตั้งเป้าเป็นแอปท่องเที่ยวเพียงแอปเดียวจากภาครัฐของไทย

แอปเวอร์ชั่นเก่า


    กิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า จากการประชุมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่รัฐบาลดิจิทัล มีการมอบหมายให้ ททท.ทำแอปพลิเคชั่นท่องเที่ยว สิ่งที่จะเห็นต่อจากนี้คือจะไม่มีแอปหลายๆ แอปแล้ว มีแอปนี้เพียงแอปเดียว ซึ่ง ททท.พยายามทำให้ไม่เป็นแอปพลิเคชั่นโบราณที่โหลดมาแล้วใช้ดูอย่างเดียวหรือหาข้อมูล

    “ด้วยความร่วมมือกับมาสเตอร์การ์ดและพาร์ทเนอร์อื่นๆ อีกในอนาคต จะทำให้แอปนี้ทำงานตลอดเวลา อาจจะจองที่พักหรือร้านอาหารได้ในอนาคต ซึ่งต้องมีหลังบ้านและมีคลาวด์ที่ต้องใช้ แต่เรามีหมุดหมายไปทางนั้น และแอปนี้จะไม่เหมือน OTA ไม่ได้แข่งกับเขา แต่เป็นแอปที่สามารถช่วยผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถเข้ามาในระบบได้ง่ายขึ้น เป็นช่องทางที่ถ้าในอนาคตจะมีโปรโมชั่นที่เกิดขึ้นจากภาครัฐ หรือแม้กระทั่งแคมเปญที่จะเกิดขึ้น เราวางหมุดหมายปลายทางไว้แบบนั้น ตอนนี้เป็นเฟสแรก”

ผู้บริหารมาสเตอร์การ์ด และ กิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง (ขวา)


    กิตติพงษ์ยังบอกอีกว่า สิ่งที่ ททท.ต้องการคือความร่วมมือจากภาครัฐในหลายหน่วยงาน และมีหน้าที่กำกับดูแลในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม สำนักงานการตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อผลักดันให้แอปนี้เป็นแอปที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องดาวน์โหลดเมื่อต้องเดินทางเข้าประเทศไทย โดยยืนยันว่า ททท.จะไม่ข้องเกี่ยวกับข้อมูลที่เป็นส่วนของการตรวจคนเข้าเมือง

    “แอปนี้มี benefit มากมายก่ายกองที่จะให้นักท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยวที่อยู่ในแอปเรา ลงทะเบียนกับเรา เราก็สามารถให้เขามาเป็นลูกค้าเรา แล้ว journey ของเขาที่อยู่ในแอปเราก็จะเป็นดาต้าที่เราเก็บได้ ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่เคยมีการ track ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางหรือการจับจ่าย ซึ่งต่อไปแอปนี้อาจจะสามารถซื้อสินค้าแล้วจ่ายผ่าน QR Code ในแอปได้ด้วย และไม่จำเป็นต้องเป็นมาสเตอร์การ์ด เราเปิดรับพาร์ทเนอร์จากหลากหลาย คาดว่าจะได้เห็นในเร็วๆ นี้”

    กิตติพงษ์บอกอีกว่า สำหรับในเฟสแรกคาดหวังยอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นในระดับที่ใกล้เคียงกับแฟนเพจเฟซบุ๊ก Amazing Thailand ซึ่งอยู่ที่ราวๆ 3 ล้านผู้ติดตาม

    “แอปตัวนี้จะไม่ไปไหน จะไม่ถูกทิ้งๆ ขว้างๆ แบบที่เราเคยเห็น” กิตติพงษ์ย้ำ

    ท้ายที่สุดคงต้องติดตามว่าเฟสแรกที่จะออกมาให้ใช้จริง โดยพร้อมให้ดาวน์โหลดในวันที่ 15 มีนาคม จะมีฟีเจอร์มากไปกว่าการให้ข้อมูลหรือเปล่า รวมถึงในเฟสถัดไปจะสามารถใช้จองและจ่ายได้อย่างที่ตั้งเป้าหรือไม่ ซึ่งถ้าสามารถทำได้จริง เชื่อว่า “แอปท่องเที่ยวแห่งชาติ” แอปนี้คงสร้างมิติใหม่และส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยได้อย่างแน่นอน



Image by Wiroj Sidhisoradej on Freepik



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : True Money เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ให้บริการด้าน "ท่องเที่ยว" ครบจบในแอปฯ เดียว หลังปี 2025 ยอดใช้จ่ายในต่างประเทศโตพุ่ง 45%

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine