การรถไฟยุงเฟรากางแผนลงทุนเพิ่ม 100 ล้านฟรังก์ สร้างกระเช้าลอยฟ้าใหม่ ขยายร้านอาหารและโรงแรม รองรับนักท่องเที่ยวไทยปีละ 8 หมื่นคน

การรถไฟยุงเฟรากางแผนลงทุนเพิ่ม 100 ล้านฟรังก์ สร้างกระเช้าลอยฟ้าใหม่ ขยายร้านอาหารและโรงแรม รองรับนักท่องเที่ยวไทยปีละ 8 หมื่นคน

การรถไฟยุงเฟรากางแผนลงทุนเพิ่ม 100 ล้านฟรังก์ เตรียมสร้างกระเช้าลอยฟ้าใหม่ ขยายร้านอาหารเพิ่ม 400 ที่นั่ง พร้อมลุยธุรกิจโรงแรมขนาด 400 เตียง รองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวไทยนิยมเที่ยวสวิสเพื่อสัมผัสบรรยากาศอันงดงามจาก 4 หุบเขาของการรถไฟแห่งนี้ปีละไม่ต่ำกว่า 8 หมื่นคน


    การรถไฟยุงเฟรา (Jungfrau Railways) กางแผนลงทุนธุรกิจท่องเที่ยวเพิ่มเติม ทั้งในส่วนของการก่อสร้างกระเช้าลอยฟ้าสายใหม่ การขยายพื้นที่ร้านอาหารเพิ่ม พร้อมเดินหน้าสู่ธุรกิจโรงแรม หวังตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยนิยมเดินทางท่องเที่ยวผ่าน 4 หุบเขาของเส้นทางการรถไฟจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์แห่งนี้ปีละไม่ต่ำกว่า 8 หมื่นคน

    Oliver Hammel ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร การรถไฟยุงเฟรา เผยว่า บริษัทมีแผนลงทุนเพิ่มราว 100 ล้านฟรังก์ โดยขณะนี้กำลังทยอยปรับบริการเข้าสู่ระบบออนไลน์ นับตั้งแต่การจองบริการผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ไปจนถึงการนำ AI มาใช้ช่วยนักท่องเที่ยววางแผนการเดินทาง  

    ซึ่งระบบดังกล่าวจะนำข้อมูลความสนใจของนักท่องเที่ยวมาใช้ประกอบการเสนอเส้นทาง เช่น กลุ่มที่ต้องการกิจกรรมผจญภัยสามารถเลือกพื้นที่ Grindelwald-First ขณะที่ผู้ที่สนใจการเดินป่าและกิจกรรมบนภูเขาสามารถเลือกพื้นที่ Eigergletscher และ Kleine Scheidegg ได้อย่างสะดวกมากขึ้น

​

​Oliver Hammel​


สร้างสถานีกระเช้าใหม่ ขยายร้านอาหารเพิ่ม และลุยเปิดโรงแรม

    แผนการลงทุนมูลค่า 100 ล้านฟรังก์ นอกจากบริษัทจะมีแผนปรับปรุงพื้นที่และเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกในหลายจุด ทั้งการเตรียมปรับปรุง 360° Cinema ให้สามารถชื่นชมบรรยากาศของวิว 360 องศาได้มากกว่าเดิมแล้ว

    เป้าหมายหลักของแผนธุรกิจ คือ การปรับปรุงกระเช้าลอยฟ้าขึ้นยอดเขาเฟิร์ส (First Gondola Renewal) โดยจะใช้ระบบใหม่จากผู้ผลิตชั้นนำอย่าง Doppelmayr/Garaventa และ Leitner ที่มีความเสถียรต่อแรงลม ประหยัดพลังงาน และเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่เหล่านักท่องเที่ยวในการเชื่อมต่อโดยตรงกับสถานีรถไฟ Grindelwald หลังจากระบบกระเช้าลอยฟ้าเดิมจะหมดอายุสัมปทานในปี ค.ศ. 2034 

    ขณะเดียวกันบริษัทจะทำการขยายพื้นที่ร้านอาหารบริเวณสถานี Eigergletscher ซึ่งเป็นปลายทางของ Eiger Express ให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวเพิ่มอีกประมาณ 400 ที่นั่ง เพื่อช่วยลดความหนาแน่นของร้านอาหารบนพื้นที่ท่องเที่ยวของยอดเขา Jungfraujoch

    นอกจากนี้ ยังเตรียมเล็งหาพาร์ตเนอร์ที่เหมาะสมเพื่อดึงมาร่วมลงทุนพัฒนาโรงแรมบนพื้นที่ที่มีอยู่บริเวณ Interlaken Ost โดยคาดว่าจะก่อสร้างเป็นโรงแรมขนาด 200 ห้อง หรือราวๆ 400 เตียง ซึ่งถือเป็นการขยายธุรกิจจากการให้บริการระบบรถไฟและกระเช้าไฟฟ้าไปสู่ธุรกิจที่พักที่คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จให้ได้ภายในปี 2028

​



​

ธุรกิจแบบยั่งยืน แต่ละโครงการต้องผ่านการเห็นชอบจากชุมชน

    Hammel ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า นับจากอดีตถึงปัจจุบันการรถไฟยุงเฟราเน้นดำเนินธุรกิจแบบใส่ใจสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนมาโดยตลอด โดยนอกเหนือจากธุรกิจท่องเที่ยวทางบริษัทยังมีธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่เริ่มผลิตไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 1912 ​

    ในช่วงฤดูร้อนบริษัทใช้ประโยชน์จากน้ำที่เกิดจากการละลายของหิมะมาผลิตไฟฟ้า เพื่อนำไปใช้กับรถไฟและกระเช้าลอยฟ้าสำหรับบริการด้านการท่องเที่ยว อีกทั้งไฟฟ้าส่วนหนึ่งที่ผลิตได้ยังสามารถจำหน่ายคืนให้กับรัฐได้ด้วย ขณะที่ช่วงฤดูหนาวบริษัทจะซื้อไฟฟ้าจากภาครัฐเพิ่มเติม

    ขณะเดียวกัน บริษัทกำลังเพิ่มกำลังการผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมีโซลาร์ฟาร์มที่ดำเนินการแล้ว 1 แห่ง และอีก 1 แห่งอยู่ระหว่างก่อสร้าง รวมถึงมีแผนติดตั้งแบตเตอรี่สำหรับเก็บพลังงานไว้ใช้ในช่วงกลางคืน

    "พื้นที่ของการรถไฟยุงเฟราตั้งอยู่บริเวณรอยต่อของ 2 รัฐ ได้แก่ รัฐ Bern และ รัฐ Valais ดังนั้นการพัฒนาโครงการใหม่ๆ บริษัทจะต้องทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นของชุมชนอยู่เสมอ ซึ่งขณะนี้เราอยู่ระหว่างหารือกับกลุ่มชุมชนในพื้นที่ในการย้ายจุดขึ้น Grindelwald First มาอยู่ใกล้สถานีรถไฟ Grindelwald เพื่อเพิ่มความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในการเชื่อมต่อระหว่างรถไฟกับกระเช้าลอยฟ้าในอนาคต"

​


​

คนไทยชอบเที่ยวสวิส ปี 68 เที่ยวยุงเฟราแตะ 8 หมื่นคน

    ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่ชะลอตัวประกอบกับปัญหาสงครามความขัดแย้งในบางประเทศที่ส่งผลกระทบต่อสายการบินและการท่องเที่ยว แต่ภาพรวมในปี 2025 ตลาดนักท่องเที่ยวไทยยังนิมยมเลือกมาเที่ยวสัมผัสอากาศหนาวของ 4 หุบเขาอย่าง Jungfraujoch, Grindelwald-First, HARDER KULM และ SCHYNIGE PLATTE ผ่านเส้นทางการรถไฟยุงเฟราราว 8 หมื่นคน จากจำนวนนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เดินทางมา 3.9 ล้านคน โดยส่วนใหญ่มาจากทวีปยุโรปเป็นหลัก รองมาคือ อเมริกา และเอเชีย

    ทั้งนี้ บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบออนไลน์และเทคโนโลยี AI เพื่อรองรับการวางแผนเดินทางของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มที่เดินทางแบบอิสระและต้องการเลือกกิจกรรมด้วยตัวเองมากขึ้น

    โดยข้อดีของการนำเทคโนโลยีมาใช้นอกจากจะช่วยตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่ต้องการเลือกวางแผนเส้นทางไปยังจุดต่างๆ ด้วยตนเองแล้ว ระบบ AI ยังมีส่วนช่วยแนะนำแผนการท่องเที่ยวเพื่อกระจายนักท่องเที่ยวไปยังจุดต่างๆ ในเครือข่าย เพื่อลดปัญหาความหนาแน่นและการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวอยู่ในจุด Jungfraujoch อยู่ที่เดียวได้ด้วย


​

​


ภาพ : การรถไฟยุงเฟรา




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : 'Swisstainable' เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์อย่างยั่งยืน กับ 'การรถไฟยุงเฟรา'

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine