LHMH ทุ่ม 4.3 พันล้าน ปั้น “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา” โรงแรมใหม่ 494 ห้อง วิวทะเลทุกห้อง หวังรายได้ปีแรก 1.3 พันล้าน

LHMH ทุ่ม 4.3 พันล้าน ปั้น “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา” โรงแรมใหม่ 494 ห้อง วิวทะเลทุกห้อง หวังรายได้ปีแรก 1.3 พันล้าน

FORBES THAILAND / ADMIN
01 Sep 2026 | 02:39 PM
READ 306

LHMH ทุ่ม 4.3 พันล้านบาท เปิด “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา” โรงแรมแห่งที่ 10 ของกลุ่มในเดือนตุลาคมนี้ วางตัวเป็นจุดหมายปลายทางที่รวมทั้งที่พัก สวนน้ำ ร้านอาหาร wellness และศูนย์ประชุมไว้ในโครงการเดียว ตั้งเป้ารายได้ปีแรก 1.3 พันล้านบาท พร้อมดันรายได้รวมธุรกิจโรงแรมแตะ 8 พันล้านบาทในปี 2569


    บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด (LHMH) เปิดเกมรุกครั้งใหญ่ในสมรภูมิอสังหาริมทรัพย์เพื่อการท่องเที่ยว ประกาศทุ่มเม็ดเงินลงทุนกว่า 4.3 พันล้านบาท เปิดตัว “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา” จิ๊กซอว์ชิ้นที่ 10 ของกลุ่ม และเป็นแห่งที่ 3 ในเมืองพัทยาภายใต้คอนเซปต์ Themed Hotel

    การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการขยายพอร์ตโฟลิโอ แต่คือกลยุทธ์สำคัญในการยกระดับเมืองพัทยาจากจุดหมายปลายทางชายทะเล สู่การเป็น “World-Class Family & MICE Destination” เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูงและตลาดการจัดประชุมระดับโลก โดยเตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนตุลาคม 2569 นี้


กางแผนการเงิน ดันรายได้พอร์ตโฟลิโอสร้างสถิติใหม่

    เพื่อต่อยอดจากเป้าหมายดังกล่าว LHMH ได้วางบทบาทให้โปรเจกต์นี้เป็นเรือธงลำใหม่ในการสร้างกระแสเงินสด โดยตั้งเป้ารายได้ปีแรกของ "วอยาจ พัทยา" ไว้ที่ 1.3 พันล้านบาท พร้อมคาดการณ์ระยะเวลาคืนทุนที่ประมาณ 7 ปี

    กลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยเร่งผลตอบแทนคือการเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ห้องพัก (non-room revenue) ให้ถึง 30% เพื่อช่วยพยุงกระแสเงินสดในช่วงโลว์ซีซัน นอกจากนี้ การเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนตุลาคม ยังเป็นแรงบวกสำคัญที่คาดว่าจะดันรายได้รวมของกลุ่มโรงแรม LHMH ในปี 2569 ให้แตะระดับ 8 พันล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 35% จากปีก่อน

    ควบคู่ไปกับการเติบโตของรายได้ บริษัทฯ ประเมินอัตราการเข้าพักในปีแรกไว้ที่ 75-80% และคาดว่าจะขยับขึ้นเป็น 90-95% ในช่วงไฮซีซัน โดยรูปแบบโครงการที่เป็น integrated destination จะช่วยให้สามารถทำราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) ได้สูงกว่าโรงแรมระดับ 5 ดาวทั่วไปในพื้นที่ราว 15-20%


แข่งขันระดับเชนโลกด้วย “Ecosystem”

    สำหรับทิศทางการบริหาร สุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LHMH กล่าวว่า การพัฒนาแบรนด์แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ มุ่งสร้างจุดหมายปลายทางที่ผู้คนอยากกลับมาใช้บริการซ้ำ โดยยึด 4 แกนหลัก คือ คุณภาพอาคาร การออกแบบที่เน้นประสบการณ์ การบริการที่ผสานเอกลักษณ์ไทยกับมาตรฐานสากล และการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

    เป้าหมายของ LHMH คือการยกระดับแบรนด์โรงแรมสัญชาติไทยให้แข่งขันกับเชนระดับโลกได้ พร้อมทั้งสร้างงานในท้องถิ่นกว่า 1,000 ตำแหน่ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

สุวรรณา พุทธประสาท


    ในส่วนของการเจาะตลาดพื้นที่พัทยา กิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ LHMH อธิบายว่า ปัจจุบันโรงแรม 2 แห่งแรกของกลุ่มมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงกว่า 90% การเปิดตัวแห่งที่ 3 จึงต้องใช้กลยุทธ์แบ่งส่วนตลาดให้ชัดเจน เพื่อให้แต่ละแห่งเสริมจุดแข็งซึ่งกันและกัน ได้แก่

    - แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา : เน้นความสะดวกสบาย เชื่อมต่อศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา

    - แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา : เน้นประสบการณ์เทคโนโลยีและอวกาศ เจาะกลุ่มครอบครัวและเด็กเล็ก

    - แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา : วางตัวเป็น integrated destination ตอบโจทย์คนทุกเจเนอเรชันและตลาด MICE ระดับสากล

กิตติ วรบรรพต


สร้าง Brand IP และลดความเสี่ยงพึ่งพาตลาดเดียว

    เพื่อสร้างความแตกต่างและลดการแข่งขันด้านราคา เมสินี แก้วราตรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร กล่าวว่า วอยาจ พัทยา วางคอนเซปต์ "The Borderless Journey" เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวหลากหลายวัย และกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังซื้อสูง ครอบคลุมทั้งครอบครัว คู่รัก ตลาดสัมมนา และกลุ่มพำนักระยะยาว

    โดยเครื่องมือสำคัญที่นำมาใช้ดึงดูดลูกค้าคือการสร้าง brand IP และ storytelling ผ่านจักรวาลสมมติ "Xentier" และตัวละคร "12 Guardians" เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์ตั้งแต่ระบบโฮโลแกรมต้อนรับในห้องพัก ไปจนถึงการขายสินค้าที่ระลึก


    อีกหนึ่งเป้าหมายคือการเพิ่มยอดจองตรงผ่านระบบ Voyage Member และ Voyage Tokens เพื่อรักษาฐานลูกค้าในระยะยาว ขณะที่สัดส่วนลูกค้าในปีแรกวางเป้าหมายชาวไทยไว้ที่ 65% และต่างชาติ 35% โดยเน้นทำตลาดเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง เพื่อกระจายความเสี่ยงหากเกิดความผันผวนในตลาดใดตลาดหนึ่ง

เมสินี แก้วราตรี


ดึงดูดทุกเจเนอเรชันบนพื้นที่ 1.1 แสน ตร.ม.

    ด้านพื้นที่ใช้สอย กิตติพงษ์ วงค์วาร ผู้จัดการทั่วไปของโครงการ กล่าวว่า โครงการนี้มีพื้นที่รวมกว่า 111,100 ตารางเมตร ออกแบบให้เป็นจุดหมายปลายทางแบบครบวงจร ประกอบด้วยห้องพัก 494 ห้องที่มองเห็นวิวทะเลทั้งหมด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับลูกค้าทุกกลุ่ม ได้แก่

    - Entertainment & Leisure : สวนน้ำ Time Traveller Water Park ขนาด 20,000 ตร.ม., สนามโกคาร์ทไฟฟ้า, เกมรูม Midnight Nebula พร้อม Interactive Game และ The Sand Theatre


    - MICE & Events : ศูนย์ประชุม Halo Convention Centre แบบไร้เสา เพดานสูง 8 เมตร พร้อมจอ LED ขนาด 28.5 x 5.5 เมตร รองรับผู้ร่วมงานได้ 1,600 คน

    - Wellness & Fitness : Crimson Canyon Wellness พื้นที่ 1,400 ตร.ม. พร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกาย หน้าผาจำลอง และเวทีมวยไทย


    - F&B Destination : ร้านอาหารและบาร์ 9 แห่ง ชูไฮไลต์ "Chef Man Seafood" สาขาแรกนอกกรุงเทพฯ, Blue Atlantis Rooftop ชั้น 33 และ The Portrait of Voyage Sky Bar


    นอกจากการผลักดันโปรเจกต์ในพัทยาแล้ว LHMH ยังเตรียมแผนลงทุนต่อเนื่อง โดยเตรียมงบอีก 3.6 พันล้านบาท สำหรับพัฒนาโครงการ "แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ไชน่าทาวน์ กรุงเทพฯ" โครงการดังกล่าวจะตั้งอยู่ในย่านเศรษฐกิจสำคัญ โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในช่วงไตรมาส 2 ปี 2571 เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจของกลุ่มบริษัทอย่างต่อเนื่อง


ภาพ : LHMH




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ทุนใหญ่ “A Asset” บุกสุขุมวิท ทุ่ม 1.2 หมื่นล้าน ผุด “SKV53” มิกซ์ยูสพรีเมี่ยมติด BTS ทองหล่อ ดึงธรรมชาติ-Wellness เจาะคนเมือง

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine