“หัวหิน” ยังคงเป็นเมืองพักผ่อนที่มีศักยภาพ ตอบโจทย์ทั้งทริปสุดสัปดาห์และพักผ่อนระยะยาว “ไมเนอร์ โฮเทลส์” เผยนี่คือโอกาสสำหรับธุรกิจโรงแรม เร่งเกมลงทุน รีเฟรชใหญ่ในรอบ 25 ปี “อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท” พร้อมเปิด “NH Hua Hin” เติมเต็มทุกระดับราคา
หากพูดถึงเมืองพักผ่อนใกล้กรุง “หัวหิน” น่าจะเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ที่คนไทยนึกถึง ปัจจุบันหัวหินเป็นเมืองที่มีจุดแข็งในฐานะเมืองพักผ่อนใกล้กรุงเทพฯ เหมาะกับการเดินทางระยะสั้นและทริปสุดสัปดาห์ โดยข้อมูลจาก Agoda ในช่วงต้นปี 2568 พบว่าหัวหินติด 1 ใน 5 จุดหมายปลายทางสำหรับการเดินทางระยะสั้น (2 วัน 1 คืน) ที่คนชอบไปมากที่สุด
ไม่ใช่เพียงเฉพาะคนไทย แต่หัวหินก็ยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดยุโรปที่นิยมเดินทางมาพักระยะยาวในช่วงฤดูหนาว
สอดรับกับข้อมูลจากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งระบุว่าในช่วงเดือนมกราคม-กันยายน 2568 มีจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 8.55 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 39,020 ล้านบาท และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 72.97% ส่งผลให้จังหวัดติดอันดับ 5 ของประเทศด้านจำนวนผู้เยี่ยมเยือน สะท้อนถึงศักยภาพของหัวหินในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย และโอกาสในการเติบโตของธุรกิจโรงแรมที่สามารถรองรับดีมานด์จากนักเดินทางทั้งกลุ่ม Leisure และ Long-Stay จากตลาดต่างประเทศ
โอกาสดังกล่าวทำให้ “ไมเนอร์ โฮเทลส์” เดินหน้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ในหัวหินต่อเนื่อง ล่าสุดกับการรีโนเวทครั้งใหญ่ในโอกาสครบรอบ 25 ปีของ “อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท” ซึ่งเป็นรีสอร์ทแห่งแรกของแบรนด์อนันตรา พร้อมขยายแบรนด์ NH มาสู่หัวหินครั้งแรกกับ “NH Hua Hin” ซึ่งเป็นโรงแรม NH แห่งที่ 4 ในไทย ตอกย้ำความเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำด้านการท่องเที่ยวพักผ่อนใกล้กรุงของหัวหิน
อนันตรา หัวหิน รีโนเวทใหญ่ “ห้องพัก 2 ห้องนอน” ฮิตสุด!
เจมส์ ซัตคลิฟฟ์ ผู้จัดการทั่วไป อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท กล่าวว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับลักชัวรี่กำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่นักเดินทางมองหาประสบการณ์ที่ออกแบบเฉพาะตัวมากขึ้น จากเดิมที่เน้นเพียงจุดหมายปลายทาง สู่การเลือกที่พักที่สามารถสะท้อนตัวตน ไลฟ์สไตล์ และความหมายของการเดินทางได้อย่างแท้จริง แนวโน้มดังกล่าวทำให้รีสอร์ทระดับลักชัวรี่ทั่วโลกปรับตัวจากการนำเสนอที่พัก ไปสู่การสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ครบมิติ
“โรงแรมอนันตราถือกำเนินมาตั้งแต่ปี 2544 การปรับโฉมในโอกาสครบรอบ 25 ปีครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับสถานที่ การบริการ และประสบการณ์การพักผ่อนที่หลากหลาย พร้อมชูบทบาทของรีสอร์ทในฐานะแลนด์มาร์คริมทะเลของหัวหินที่ผสานเอกลักษณ์หมู่บ้านไทยเข้ากับความหรูหราร่วมสมัยได้อย่างลงตัว โดยใช้งบประมาณในการรีโนเวทครั้งนี้กว่า 400 ล้านบาท”

การรีโนเวทอนันตราครั้งนี้มีตั้งแต่การทาสีใหม่โดยใช้สีที่ทันสมัยมากขึ้น ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ในห้องใหม่ เช่น ระบบตัดแอร์เมื่อลูกค้าไม่อยู่ในห้องพัก เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวห้องพักรูปแบบใหม่ ได้แก่ Pool Access Room, Two-Bedroom Family Suites และ Two-Bedroom Family Pool Side ที่มีการขุดสระว่ายน้ำขึ้นมาใหม่เพื่อรองรับห้องพักประเภทนี้โดยเฉพาะ โดยออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งกลุ่มคู่รัก ครอบครัว และนักเดินทางที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและพื้นที่พักผ่อนที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น

เรียกได้ว่าการรีโนเวทครั้งนี้ทำให้อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท มีห้องพักที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันมีห้องพักรวม 171 ห้อง สามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่หมุนเวียนเข้ามาได้ตลอดทั้งปี
นอกจากนี้ หลังการปรับโฉม ที่นี่ยังยกระดับประสบการณ์การเข้าพักผ่านสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ห้องอาหารริมทะเล Sea.Fire.Salt, Kid’s Club, Mini Farm และกิจกรรม Active Zone

หลังรีโนเวทแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา เจมส์ระบุว่าอนันตรา หัวหิน รีสอร์ท มีอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 40% หรือมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 7,000 บาท ขณะที่ห้องพักแบบ 2 ห้องนอนราคาอยู่ที่ 18,000-20,000 บาท และที่น่าสนใจคือห้องพักประเภท 2 ห้องนอนกลายเป็นห้องที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน
“เนื่องจากในหัวหินไม่มีห้องพักประเภท 2 ห้องนอนมากนัก ส่วนใหญ่มักเป็นวิลล่าที่มีห้องนอนและห้องน้ำเยอะ แต่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ แบบที่รีสอร์ทมี ทำให้ห้องประเภทนี้ได้รับความนิยมจากนักเดินทาง โดยห้องประเภทนี้รองรับผู้เข้าพักได้ถึง 6 คน และปัจจุบันกลุ่มที่มาพักห้องนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มครอบครัว” เจมส์กล่าว
เขายังบอกอีกว่า Occupancy Rate สำหรับอนันตรา รีสอร์ท หัวหิน อยู่ที่ 70% ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ที่น่าสนใจคือหลังรีโนเวทแล้วนักท่องเที่ยวชาวไทยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 35% เป็น 50% เรียกได้ว่าการมีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยมากขึ้น ก็ช่วยเป็นส่วนซัพพอร์ตหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินที่กระทบกับนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ
“สำหรับเหตุการณ์อุบัติเหตุบนถนนพระราม 2 ก็มีผลกระทบบ้างในช่วงสัปดาห์ที่มีเหตุเกิดขึ้น แต่หลังจากนั้นสัปดาห์ถัดไปการท่องเที่ยวก็กลับมาเป็นปกติ และเชื่อว่าหากถนนพระราม 2 ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ การท่องเที่ยวในหัวหินคงกลายเป็นเหมือนช่วง holiday ทุกวัน”

เจมส์ยังกล่าวถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางด้วยว่า ตอนนี้อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท ยังไม่ได้รับกระทบมากนัก เนื่องจากนักท่องเที่ยวในเดือนมีนาคมและเมษายนมาจากยุโรปและสหราชอาณาจักร มียกเลิกการจองเข้ามาบ้างจากกลุ่มที่ต้องเดินทางแล้วต้องต่อเครื่องที่ตะวันออกกลาง แต่เดือนเมษายนยังไม่เห็นการยกเลิกเข้ามา นอกจากนี้ก็มีแขกบางส่วนที่ยังไม่สามารถเดินทางกลับได้เพราะเที่ยวบินยกเลิก ทำให้เขาตัดสินใจอยู่ต่อ จึงได้อานิสงส์จากตรงนี้
ขยายพอร์ตฯ ในหัวหิน ส่ง NH ตอบโจทย์
นอกจากการรีโนเวทอนันตรา หัวหิน รีสอร์ทแล้ว ไมเนอร์ โฮเทลส์ยังเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอโรงแรม เอ็นเอช โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ทส์ (NH Hotels & Resorts) ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Select ของเครือ โดยผลักดันโรงแรม เอ็นเอช หัวหิน (NH Hua Hin) ซึ่งเป็นโรงแรมเอ็นเอชแห่งที่ 4 ในประเทศไทย เข้าเจาะตลาดโรงแรมระดับอัพสเกลด้วยโมเดลการเซ็นสัญญาบริหารโรงแรม
โอมาร์ โรเมโร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ไมเนอร์ โฮเทลส์ เผยว่า แบรนด์ NH Hotels & Resorts เป็นแบรนด์ในกลุ่ม Select ของเครือไมเนอร์ โฮเทลส์ ที่มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์การเข้าพักที่มีคุณภาพ สะดวกสบาย และคุ้มค่าให้กับนักเดินทาง
โดยแบรนด์ก่อตั้งขึ้นในปี 2561 ปัจจุบันมีโรงแรม NH มากกว่า 200 แห่ง ใน 26 ประเทศ ซึ่งในประเทศไทยที่เป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของบริษัท มีโรงแรม NH เปิดให้บริการแล้ว 4 แห่งในภูเก็ต กรุงเทพฯ และหัวหิน

“การเปิดโรงแรม NH ในหัวหิน นอกจากจะสะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของหัวหินในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยังเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการขยายแบรนด์ NH Hotels & Resorts ในตลาดเอเชีย”
โอมาร์กล่าวอีกว่า การร่วมมือในการเข้าบริหารโรงแรมครั้งนี้ เนื่องจากฝั่งเจ้าของอาคารมองว่าเครือไมเนอร์มี ownership mindset หรือการบริหารโดยคำนึงถึงผลประกอบการของเจ้าของอาคารด้วย นอกจากนี้ NH ยังมีเครือข่ายโรงแรมที่แข็งแกร่งจากโรงแรมที่มีอยู่ทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรป ทำให้เป็นแบรนด์เป็นที่รู้จักดีสำหรับนักเดินทางกลุ่มนี้
นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมสมาชิก Minor Discovery ของเครือไมเนอร์ โฮเทลส์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมสมาชิกระดับโลกของ Global Hotel Alliance ที่ครอบคลุมโรงแรมกว่า 800 แห่งทั่วโลก ช่วยเสริมศักยภาพในการเข้าถึงฐานลูกค้านานาชาติ พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ที่หลากหลายให้กับสมาชิกของโปรแกรมผู้เข้าพัก

“ส่วนไมเนอร์มองว่าในหัวหิน เรามีโรงแรมในกลุ่มลักชัวรี่คืออนันตรา หัวหิน รีสอร์ท และโรงแรมระดับพรีเมี่ยมคือ อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท ถ้ามีพร็อพเพอร์ตี้ที่ลงตัวกับเซกเมนต์ Select ของไมเนอร์ ก็ทำให้ไมเนอร์สามารถทำตลาดได้อย่างครอบคลุมในหัวหินได้ ทำให้เราสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ในทุกระดับราคา”
ด้าน นาถสุภัค ทวีวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม เอ็นเอช หัวหิน กล่าวว่า “เอ็นเอช หัวหิน เป็นโรงแรมที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ โดยมีห้องพักและห้องสวีทรวม 152 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันในบรรยากาศที่ผ่อนคลายและทันสมัย บนทำเลศักยภาพตามมาตรฐานของแบรนด์เอ็นเอช โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ทส์

“ที่นี่จึงเหมาะสำหรับนักเดินทางหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย นักเดินทางจากเอเชียและตลาดระยะไกลจากยุโรป ซึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของโรงแรมครอบคลุมทั้งคู่รัก ครอบครัว กลุ่มเพื่อน ผู้เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง นักกอล์ฟ รวมถึงผู้เข้าพักระยะยาว โดยตลาดหลักประกอบด้วยประเทศไทย จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ ตลอดจนตลาดยุโรป อาทิ สหราชอาณาจักร เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์”

นาถสุภัค กล่าวเพิ่มเติมว่า “กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของเอ็นเอช หัวหิน มุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพด้านรายได้ (Revenue Optimisation) การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานและประสบการณ์ของผู้เข้าพัก เพื่อวางตำแหน่งของโรงแรมให้เติบโตอย่างมั่นคงในตลาดโรงแรมของหัวหินในระยะยาว”

สำหรับตลาดโรงแรมระดับอัพสเกลในหัวหินยังคงมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมนักเดินทางที่มองหาที่พักที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ ประกอบกับความได้เปรียบของหัวหินในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับการเดินทางระยะสั้นจากกรุงเทพฯ ซึ่งช่วยสร้างดีมานด์ด้านการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี
ภาพ: ไมเนอร์ โฮเทลส์
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ส่องอาณาจักรแสนล้าน “ไมเนอร์” มีธุรกิจอะไรบ้าง?
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

