​Riyadh Air รุกตลาดเอเชีย หลังเห็นดีมานด์พุ่ง! เปิดเส้นทางบินตรง ริยาด-กรุงเทพฯ สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน คาดภายในเดือน พ.ย. 2026 เร่งขยายบริการเพิ่มทุกวัน

​Riyadh Air รุกตลาดเอเชีย หลังเห็นดีมานด์พุ่ง! เปิดเส้นทางบินตรง ริยาด-กรุงเทพฯ สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน คาดภายในเดือน พ.ย. 2026 เร่งขยายบริการเพิ่มทุกวัน

Riyadh Air รุกตลาดเอเชีย ด้วยการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวและการค้าระหว่างไทย เปิดเส้นทางใหม่บินตรง ริยาด-กรุงเทพฯ พร้อมเร่งเพิ่มความถี่จาก 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์เป็นทุกวันภายในเดือนพฤศจิกายนปลายปีนี้ คาดจะเดินหน้าขยายเครือข่ายสู่ 100 เมืองภายใน 5 ปี มั่นใจการใช้กลยุทธ์และจุดขายด้านราคาที่แข่งขันได้ บริการระดับพรีเมียม และเทคโนโลยีดิจิทัลระดับเนทีฟ จะช่วยขยายฐานลูกค้ากลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่ของซาอุดีอาระเบียและตลาดเอเชีย


    Riyadh Air (ริยาด แอร์) สายการบินแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Public Investment Fund (PIF) ที่รัฐบาลซาอุฯ ถือหุ้นทั้งหมด ก่อตั้งขึ้นในเดือนมีนาคม 2023 โดยให้บริการแบบฟูลเซอร์วิสระดับโลก 

    ล่าสุดประกาศเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงปฐมฤกษ์แห่งที่ 12 เพื่อเชื่อมต่อการค้าและการท่องเที่ยวระหว่าง กรุงริยาด ท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิด (RUH) กับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ (BKK) อย่างเป็นทางการ 

    โทนี ดักลาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินริยาด แอร์ กล่าวว่า "การเปิดเส้นทางบินตรงมากรุงเทพฯ ครั้งนี้ นอกจากจะช่วยขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ Saudi Vision 2030 ที่มีเป้าหมายเปิดให้บริการเส้นทางครบ 100 เมือง ภายใน 5 ปี แล้ว ยังช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างซาอุดีอาระเบียกับไทย และยังเป็นอีกก้าวสำคัญในการเปิดประตูธุรกิจสู่ภูมิภาคเอเชีย

    "หลังจากข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในปี 2025 ระบุว่า มีนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและแอฟริกาเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยเกิน 1 ล้านคนเป็นครั้งแรก และในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 มีนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเดินทางมาไทยแล้วกว่า 2 แสนคน 

    "ทั้งนี้ ในเบื้องต้นเราจะเปิดให้บริการ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ก่อน หลังจากนั้นจะเพิ่มความถี่ให้บริการเที่ยวบินทุกวันตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป ด้วยเครื่องบิน Boeing  787-9 Dreamliner รุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมห้องโดยสาร 4 ชั้นโดยสาร ได้แก่ Business Elite, Business, Premium Economy และ Economy"


พร้อมสู้ในสมรภูมิรบ ด้วยศักยภาพการขยายฝูงบิน 

    ท่ามกลางการแข่งขันสูงของสมรภูมิสายการบินในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าสายการบินคู่แข่งเจ้าเก่ารายอื่นๆ มีบริการเที่ยวบินริยาด-กรุงเทพฯ มากกว่าถึงวันละ 5-6 เที่ยวบิน แต่ทาง Riyadh Air ก็มั่นใจในศักยภาพมากว่าจะสามารถเพิ่มความถี่ในการบริการเที่ยวบินได้อย่างรวดเร็ว

    เห็นได้จากตัวเลขคำสั่งซื้อเครื่องบินรวมทั้งสิ้นราว 182 ลำ แบ่งเป็น Boeing 787 Dreamliner: 72 ลำ Airbus A320neo: 60 ลำ Airbus A350-1000: 50 ลำ ซึ่งระหว่างนี้จะทยอยรับเครื่องบินใหม่อย่างต่อเนื่อง และปีหน้าคาดว่าจะมีการส่งมอบเครื่องบินประมาณเดือนละ 2 ลำอีกด้วย

    "กรุงเทพฯ เป็นตลาดที่มี demand ความต้องการสูงมาก จึงเป็นเหตุผลให้เราทยอยเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินได้อีกในอนาคต และอีกปัจจัยสำคัญก็คือ ผู้โดยสารส่วนใหญ่บนเที่ยวบินของคู่แข่งจำนวนมากเป็น ผู้ถือพาสปอร์ตซาอุฯ ดังนั้นหาก Riyadh Air มีเที่ยวบินตรงจากเมืองริยาดที่สะดวกกว่า กลุ่มลูกค้าเหล่านั้นก็น่าจะหันมาใช้บริการสายการบินแห่งชาติได้ไม่ยาก" โทนี กล่าวเสริม

โทนี ดักลาส


ชูจุดขายด้าน ราคา ประสบการณ์ การเดินทางที่ราบรื่น

    ซีอีโอ Riyadh Air บอกว่า กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเส้นทางบิน ริยาด-กรุงเทพฯ จะเน้นกลุ่มประชากรซาอุฯ เป็นหลักที่มักที่นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยเป็นจำนวนมาก อีกทั้งอายุเฉลี่ยของประชากรประเทศนี้ มีอายุต่ำกว่า 30 ปี มีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลสูง

    ดังนั้น Riyadh Air จึงต้องการนำเสนอทั้ง ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม + digital experience + บริการที่ดี ซึ่งในส่วนของกลยุทธ์การแข่งขันด้านราคาจะเป็นแบบ dynamic pricing ในการตั้งราคาแบบยืดหยุ่น ที่ราคาสินค้าหรือบริการสามารถเปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้แบบเรียลไทม์ตามความต้องการของตลาด (Demand) และปริมาณสินค้าที่มีอยู่

    ขณะที่ประสบการณ์ การเดินทางที่ราบรื่น คือ การเน้นเรื่องวัฒนธรรมการบริการด้วย service mind ทาง Riyadh Air มองว่าความเป็นไทย เช่น รอยยิ้ม การต้อนรับ และการบริการ สามารถผสมกับวัฒนธรรมการต้อนรับของซาอุฯ ได้อย่างลงตัว 

    บริษัทจึงเปิดรับสมัครลูกเรือจำนวนมหาศาล และมีบุคลากรจาก 76 สัญชาติ ซึ่งรวมถึงพนักงานที่เป็นคนไทย นอกจากนี้ ยังสร้างสรรค์ประสบการณ์สำหรับการใช้งานผ่านระบบดิจิทัลออนไลน์ในการจองซื้อตั๋วให้เป็นไปด้วยความสะดวกราบรื่นตั้งแต่ต้น

    "เรามีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีแบบ Digitak Native แอปพลิเคชันของเราถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย คล้ายแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ โดยลูกค้าสามารถเลือกบริการต่างๆ ใส่ลงตะกร้าได้อย่างสะดวก, สามารถจัดการการเดินทางได้ยืดหยุ่น เช่น จองกรุ๊ปเดียวกัน แต่เลือกคนละคลาส/คนละวัน 

    และการยกเลิกยังสามารถทำเรื่อง refund รับเงินคืนได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมี Sfeer โปรแกรมสะสมคะแนนที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ สมาชิกจะได้รับสิทธิ Best Offer Guarantee คะแนนสะสมไม่มีวันหมดอายุ และบริการ Wi-Fi บนเครื่องโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นต้น" ซีอีโอ Riyadh Air กล่าวทิ้งท้าย


 ภาพ : Riyadh Air




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ตั๋วเครื่องบินก็ผ่อนได้! “เวียตเจ็ท” ผนึก ShopeePay ให้บินก่อน จ่ายทีหลังผ่าน SPayLater ผ่อนสูงสุด 12 เดือน

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine