“สยามอะเมซิ่งพาร์ค” ต่อยอดโลเคชันถ่าย MV “CLICK” ของ JISOO ดึงแฟนๆ มาตามรอยสถานที่จริงในไทย เปลี่ยนฐานแฟนคลับสู่โอกาสของการท่องเที่ยวตามวัฒนธรรมป๊อป กระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายพร้อมวาง Music Destination เป็นอีกกลยุทธ์ดึงคนเข้าสวนสนุก
สำหรับ “สยามอะเมซิ่งพาร์ค” การทำธุรกิจสวนสนุกกลางแจ้งในวันนี้ต้องรับมือกับโจทย์หลายด้าน ตั้งแต่สภาพอากาศที่คาดเดาได้ยาก ต้นทุนที่สูงขึ้น ไปจนถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ระมัดระวังมากขึ้น ขณะที่การแข่งขันก็ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะสวนสนุก แต่รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมรูปแบบใหม่ที่เข้ามาแย่งเวลาของผู้บริโภค
จิรวรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา กรรมการบริหาร สายพัฒนาธุรกิจและบางกอกเวิลด์ มองว่า หนึ่งในความท้าทายสำคัญคือการทำงานที่ต้อง “แข่งกับแดด แข่งกับฝน” เพราะเมื่อฝนตกหนัก เครื่องเล่นบางส่วนอาจต้องหยุดให้บริการ ซึ่งนอกจากกระทบรายได้แล้ว ยังทำให้ลูกค้าที่ตั้งใจเดินทางมาเกิดความผิดหวัง ขณะที่แสงแดดและอากาศร้อนก็ส่งผลต่อทั้งประสบการณ์ของผู้เข้าชมและการดูแลเครื่องเล่นและพื้นที่ภายในสวนสนุก
ขณะเดียวกัน ภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคต้องระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นก็สะท้อนมายังธุรกิจ โดยจิรวรรณระบุว่า ภาพรวมของสยามอะเมซิ่งพาร์คในปีนี้ ทราฟฟิกโดยรวมยังอยู่ในระดับทรงตัว แม้การเข้าชมผ่านช่วงที่มีโปรโมชั่นจะเพิ่มขึ้นสูงขึ้นมาก แต่ช่วงที่ไม่มีโปรโมชั่นก็ยังไม่ได้อยู่ในระดับสูง ทำให้สยามอะเมซิ่งพาร์คต้องมองหาวิธีสร้างเหตุผลใหม่ๆ ให้คนตัดสินใจเดินทางมา
จากโจทย์ดังกล่าว สยามอะเมซิ่งพาร์คจึงเริ่มปรับบทบาทของพื้นที่ จากการเป็นสวนสนุกที่มีเครื่องเล่นเป็นหลัก ไปสู่การสร้าง “ประสบการณ์” ที่หลากหลายขึ้น โดยหนึ่งในทิศทางสำคัญคือการวางตัวเองเป็น music destination ใช้ดนตรี ศิลปิน และ pop culture เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ภายในพื้นที่
และ JISOO คือหนึ่งในโปรเจกต์สำคัญที่สะท้อนทิศทางดังกล่าว หลังจากมิวสิกวิดีโอ “CLICK” ของ JISOO เข้ามาถ่ายทำบางส่วนที่สยามอะเมซิ่งพาร์ค สวนสนุกจึงมองเห็นโอกาสในการนำ “โลเคชันจริง” จาก MV มาพัฒนาเป็นประสบการณ์สำหรับแฟนคลับ จึงร่วมกับ BLISSOO รวมถึงพันธมิตรอื่นๆ สร้างกิจกรรม “CLICK at Siam Amazing Park” ระหว่างวันที่ 13 กันยายน-15 พฤศจิกายน 2569
จุดสำคัญของโปรเจกต์นี้ไม่ได้อยู่เพียงการนำชื่อศิลปินระดับโลกมาเป็นแม่เหล็กดึงคนเข้าสวนสนุก แต่คือการนำ “สถานที่ถ่าย MV จริง” มาเปลี่ยนเป็นเดสติเนชันสำหรับแฟนๆ ให้สามารถเดินทางมาตามรอย JISOO และสัมผัสบรรยากาศเดียวกับที่ปรากฏอยู่ใน MV ได้ด้วยตัวเอง

ภายในมีการตกแต่งสถานที่ใหม่ ตั้งแต่ทางเข้าซึ่งมีป้าย JISOO ที่ปรากฏใน MV มีม้าหมุน 2 ชั้น ซึ่งเป็นหนึ่งในฉากสำคัญของ MV ให้แฟนๆ ได้ตามหาม้าตัวที่ JISOO นั่ง รวมถึงที่นั่งรถไฟเหาะที่ JISOO ใช้ในการถ่ายทำ พร้อม CLICK Bear Photo Zone และจุดถ่ายภาพต่างๆ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม CLICK Passport เปิดให้แฟนๆ สะสมแสตมป์ และเชื่อมการตามรอยศิลปินเข้ากับการสำรวจพื้นที่จริงของสวนสนุก

อีกหนึ่งไฮไลต์คือการร่วมมือกับไปรษณีย์ไทย สร้างตู้ ปณ. “JISOO 10230 THAILAND” ซึ่งเป็นที่อยู่จริงในประเทศไทยสำหรับให้แฟนจากทั่วโลกส่งจดหมายถึง JISOO โดยภายในสวนสนุกมีตู้ไปรษณีย์พิเศษ พร้อมโปสการ์ดให้ผู้เข้าชมเขียนข้อความ ส่งความทรงจำ หรือฝากข้อความถึงศิลปินได้ด้วยตัวเอง

โปรเจกต์นี้ยังมาพร้อมแพ็กเกจบัตรเข้าชม 3 รูปแบบ ได้แก่ CLICK Adventure Pass, Super CLICK Adventure Pass และ Annual CLICK Collectible Pass ซึ่งรวมสิทธิ์เข้าสวนน้ำและสวนสนุก รวมถึงกิจกรรม CLICK และของสะสมตามเงื่อนไข เพื่อทำให้กิจกรรมไม่ได้เป็นเพียงจุดถ่ายรูป แต่เชื่อมเข้ากับการใช้เวลาอยู่ภายในสวนสนุกตลอดทั้งวัน ราคา 500-3,000 บาท
จิรวรรณกล่าวว่า เบื้องหลังการสร้างประสบการณ์ดังกล่าวไม่ได้ง่าย เพราะทีมงานมีเวลาจำกัดในการเตรียมพื้นที่ ขณะที่ช่วงก่อสร้างต้องเจอกับฝนตกแทบทุกวัน รวมถึงการทำงานร่วมกับทีมของ JISOO จากเกาหลีและทีมงานระดับนานาชาติ ซึ่งมีมาตรฐานและรายละเอียดในการทำงานค่อนข้างสูง
ทีมงานต้องเดินหน้าก่อสร้างและเตรียมพื้นที่อย่างต่อเนื่องราว 1-2 เดือน โดยช่วงหนึ่งทำงานต่อเนื่องประมาณ 3-4 วัน ขณะเดียวกันสวนสนุกยังต้องเปิดให้บริการตามปกติ ทำให้การสร้างโปรเจกต์นี้ต้องเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการบริหารธุรกิจประจำวัน
“สถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจของคุณพ่อ ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา คุณพ่อ (ชัยวัฒน์ เหลืองอมเลิศ ผู้ก่อตั้งสวยสยาม) ผ่านทั้งความยากลำบาก ทำงานหนัก และมีอุปสรรคมากมาย กว่าจะสร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นมาและเดินทางมาถึงวันนี้ได้” จิรวรรณกล่าว ก่อนจะอธิบายเพิ่มว่า การที่สวนสนุกซึ่งเกิดจากความตั้งใจของผู้ก่อตั้งเมื่อหลายสิบปีก่อน ได้มีโอกาสต้อนรับทั้ง JISOO และทีมผู้สร้างมิวสิกวิดีโอระดับนานาชาติ จึงกลายเป็นอีกช่วงเวลาสำคัญของธุรกิจ
“ปีนี้คุณพ่ออายุ 90 แล้ว คิดว่านี่คงเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่มีความหมายมากๆ สำหรับท่าน ที่สถานที่แห่งนี้ซึ่งท่านสร้างขึ้นด้วยความตั้งใจตลอดชีวิต ได้มีโอกาสต้อนรับการมาถ่ายทำมิวสิกวิดีโอของศิลปินระดับโลก”

จากมุมธุรกิจ สิ่งที่สยามอะเมซิ่งพาร์คกำลังทดลองจึงน่าสนใจตรงการเปลี่ยน “คอนเทนต์” ให้กลายเป็น “สถานที่” และเปลี่ยนฐานแฟนคลับให้กลายเป็นนักเดินทาง เพราะแฟนๆ ไม่ได้เพียงดู MV แล้วจบ แต่สามารถเดินทางมาตามรอยสถานที่จริง ถ่ายภาพ สะสมของที่ระลึก และสร้างประสบการณ์ของตัวเองขึ้นมา
ปรากฏการณ์นี้ยังเชื่อมโยงกับเทรนด์ pop culture tourism และ sub-culture tourism ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเดินทางเพื่อชมสถานที่ท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม แต่รวมถึงการเดินทางตามศิลปิน ภาพยนตร์ ซีรีส์ ดนตรี และคอนเทนต์ที่ผู้คนมีความผูกพันทางอารมณ์
ชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นจุดหมายของการถ่ายทำภาพยนตร์ มิวสิกวิดีโอ และการจัดคอนเสิร์ตจากศิลปินทั่วโลก รวมถึงจีน เกาหลี และไต้หวัน ซึ่งกำลังกลายเป็นโอกาสใหม่ของ sub-culture tourism ที่ไม่ได้ดึงเฉพาะแฟนคลับ แต่รวมถึงทีมงานและกองถ่ายจากต่างประเทศเข้ามาใช้เวลาในไทย
โดยเฉพาะบางกองถ่ายที่เข้ามาอยู่ในไทยนาน 8-9 เดือน ทำให้เกิดการใช้จ่ายต่อเนื่องตั้งแต่โรงแรม อาหาร การเดินทาง ไปจนถึงธุรกิจบริการต่างๆ ขณะที่กลุ่มแฟนคลับเองก็เดินทางมาตามรอยศิลปิน จึงช่วยกระจายรายได้ไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้องมากกว่าการใช้จ่ายเฉพาะในสถานที่จัดกิจกรรม
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบาย “Visitor Economy” ของ ททท. ที่ต้องการมองการท่องเที่ยวผ่านมูลค่าการใช้จ่ายมากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว โดยชูวิทย์ระบุว่า กลุ่ม sub-culture tourism เป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายสูง และอาจสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปถึงประมาณ 5 เท่า จึงถือเป็นอีกกลุ่มที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทย

ทั้งนี้ โปรเจกต์ JISOO ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของกลยุทธ์ music destination ของสยามอะเมซิ่งพาร์ค หลังก่อนหน้านี้ที่นี่เคยร่วมกับ CAT Radio ในการจัดงานเทศกาลดนตรีภายในสวนสนุก และยังคงเดินหน้าจัดต่อในปีนี้หลังเสร็จสิ้นงาน CLICK ซึ่งจะมีศิลปินไทยเข้าร่วมมากมาย
การวางกิจกรรมต่อเนื่องในลักษณะนี้ ทำให้ music destination ไม่ได้หมายถึงการจัดงานดนตรีเพียงครั้งเดียว แต่เป็นการนำคอนเทนต์ ศิลปิน และประสบการณ์เข้ามาสร้างเหตุผลใหม่ให้ผู้บริโภคเดินทางมาที่สวนสนุกตลอดทั้งปี
จากสวนสนุกกลางแจ้งที่ต้อง “แข่งกับแดด แข่งกับฝน” สยามอะเมซิ่งพาร์คจึงกำลังพยายามสร้างเกมใหม่ ด้วยการไม่ได้ขายเพียงเครื่องเล่น แต่ขาย “เหตุผลในการเดินทางมา” ตั้งแต่การตามรอย MV ของศิลปินระดับโลก ไปจนถึงเทศกาลดนตรี ซึ่งอาจทำให้พื้นที่ที่อยู่มานานกว่า 46 ปีสามารถเชื่อมต่อกับผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ได้อีกครั้ง

ภาพ: สยามอะเมซิ่งพาร์ค, ไปรษณีย์ไทย และกนกวรรณ มากเมฆ
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ซีคอนฯ จับมืออินเด็กซ์ฯ ทุ่ม 200 ล้าน ปั้น “Immersive Aquarium” รวมสัตว์น้ำจริงกับศิลปะและเทคโนโลยี เตรียมเปิดที่ MyScape ปลาย ม.ค. 2570
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


