ททท. ผลักดันตลาด Romance Tourism เจาะตลาดคู่แต่งงานชาวอินเดีย เพราะตลาด wedding & honeymoon มีศักยภาพสูง โดยคู่แต่งงานชาตินี้มักเป็นกลุ่มมหาเศรษฐี นิยมจัดงานขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 2-5 วัน และบางรายทุ่มเงินจัดงานแต่งที่โรงแรมหรูครั้งละ 3-7 ล้านบาท
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางแห่งความรักระดับโลก ผลักดันตลาด romance tourism ภายใต้กลยุทธ์คุณค่าและรายได้คุณภาพมากกว่าจำนวน (Value Over Volume) ที่เน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับบน (high value) และกลุ่ม quality leisure
ข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า จากสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยแล้วกว่า 14.03 ล้านคน สร้างรายได้สะสมกว่า 6.79 แสนล้านบาท
กลุ่มตลาดที่มีการเติบโตและกําลังซื้อสูงมากคือ กลุ่มแต่งงาน ฮันนีมูน และคู่รัก (romance tourism) ถือเป็น 1 ใน 4 ตลาดเฉพาะที่ศักยภาพสูง มีระยะเวลาพานักยาวนาน
จากสถิติพบว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มคู่รักมีจำนวนเพิ่มขึ้น 33% มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 79,628 บาทต่อคนต่อทริป และอินเดียเป็นหนึ่งในตลาดเป้าหมายอันดับต้นๆ เพราะตลาด wedding & honeymoon มีศักยภาพสูง เนื่องจากชาวอินเดียให้ความสําคัญกับการจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ ขณะที่ประเทศไทยมีศักยภาพและความคุ้มค่า ค่าใช้จ่ายในการจัดงานต่ำกว่าที่อินเดีย 20-40%
ทั้งนี้คู่รักชาวอินเดียมีรูปแบบที่แตกต่างจากประเทศอื่นอย่างชัดเจน กล่าวคือ งานแต่งงานมีขนาดใหญ่และจัดต่อเนื่องโดยเฉลี่ย 2-5 วัน มีพิธีและกิจกรรมหลายช่วง ทำให้มีการใช้บริการด้านโรงแรม อาหาร และการจัดงานอย่างต่อเนื่อง มีการใช้จ่ายสูงและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมาก ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมงานเฉลี่ย 200-400 คน และบางงานมากกว่า 500 คน
หลังเสร็จพิธีคู่บ่าวสาวและแขก นิยมเดินทางต่อไปท่องเที่ยวยังจังหวัดอื่นๆ เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย เชียงใหม่ ทำให้รายได้กระจายสู่หลายพื้นที่
ตลาดยังเติบโต
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 4 กรกฎาคม ปี 2569 มีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว 1.24 ล้านคน คิดเป็น 48.49% ของเป้าหมายปี 2569 ที่ตั้งไว้ 2.55 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 ตลาดอินเดียยังมีสัญญาณบวก โดยเติบโต 2.55%
กลุ่ม wedding & honeymoon มีประมาณ 10-12 ล้านคน เป็นกลุ่มมหาเศรษฐีหรือผู้มีฐานะดีในเมืองใหญ่และเมืองรองของอินเดีย มีรายได้ระดับปานกลาง-สูง มักเดินทางในช่วงเดือนตุลาคม-มีนาคม ซึ่งเป็นฤดูกาลแต่งงาน และจุดหมายปลายทางที่ชื่นชอบคือ หาดทราย ชายทะเล ห้อง/พื้นที่จัดงานขนาดใหญ่ อาหารอินเดีย และสปา รวมทั้งแหล่งช้อปปิ้ง

ทั้งนี้ ททท. มีสํานักงานดูแลพื้นที่ 2 สำนักงานคือ ททท. นิวเดลี และ ททท. มุมไบ ที่มุ่งส่งเสริมตลาดร่วมกับพันธมิตรบริษัทนําเที่ยว และสายการบิน ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ภาพลักษณ์ของประเทศไทย ผ่านการเสนอสินค้าบริการและกิจกรรมท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม แลtทรัพยากรธรรมชาติ
ตลาด romance tourism สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ Value Over Volume ที่มุ่งเน้นการเพิ่มคุณค่าของรายได้มากกว่าการเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยว ททท. จึงพัฒนาโครงการ Romance in Thailand เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยเป็น world-class romance destination ที่สามารถนาเสนอประสบการณ์ แห่งความรักหลากหลายรูปแบบ
หนึ่งในนั้นคือเส้นทาง Royal Elegance: Where Love Becomes Timeless กรุงเทพฯ-เพชรบุรี เพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมี romantic journey ที่เชื่อมโยงทุกช่วงเวลาสําคัญ ในส่วนของกรุงเทพฯ นําเสนอประสบการณ์ลักชัวรี่และความโรแมนติกของเมืองระดับโลก
ทั้งโรงแรมริมแม่น้าเจ้าพระยา ร้านอาหาร ระดับมิชลิน การล่องเรือดินเนอร์ และมรดกทางวัฒนธรรม ส่วนเพชรบุรีเติมเต็มด้วยเสน่ห์ของวัด วัง วิถีชุมชน ธรรมชาติ เวลเนส และการท่องเที่ยวแบบ slow travel
งบจัดงานแต่งงานขั้นต่ำ 3 ล้าน
เส้นทางหัวหิน-เพชรบุรีมีศักยภาพสูงที่จะเป็น destination wedding venue สำหรับตลาดต่างประเทศ ด้วยความพร้อมของโรงแรมและรีสอร์ตระดับ 5 ดาว สถานที่จัดงานริมทะเลที่หลากหลาย เดินทางโดยรถยนต์สะดวกเพราะอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไม่กี่ชั่วโมง
ทีมผู้ประกอบการมีประสบการณ์รองรับงานแต่งงานระดับนานาชาติ นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีศักยภาพไม่แพ้ภูเก็ต กระบี่ หรือสมุย หนึ่งในสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากคู่บ่าวสาวอินเดียคือ โรงแรม โซ โซฟิเทล หัวหิน

Zaffar Javid Noor ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจัดการอีเวนต์ กล่าวว่า คนอินเดียนิยมจัดงานแต่งงาน 4 วัน 3 คืน ราคาเริ่มต้นที่ 3.8 ล้านบาท สูงสุดที่โรงแรมเคยจัดคือ 7 ล้านบาทต่องาน แพ็กเกจประกอบด้วย ห้องพัก 100 ห้อง และวิลล่า 8 หลัง อาหารและเครื่องดื่ม และพื้นที่จัดงาน โดยระหว่างงานจะปิดโรงแรมไม่รับลูกค้าอื่น ค่าใช้จ่ายขึ้นกับอาหารและจำ นวนมื้อ บางงานเคยจัดถึง 5 มื้อต่อวัน
"งานแต่งงานอินเดียเขาชอบความสนุกและใช้เวลาอยู่กับครอบครัว...มีเคสหนึ่งเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาดูสถานที่และไปดูที่อื่นด้วย หลังจากนั้นกลับมาบอกว่า พ่อชอบอีกแห่งและเซ็นสัญญาแล้ว แต่ก็กลับมาที่เรา
"เหตุผลที่เปลี่ยนใจคือ เพื่อนบอกว่าเคยไปงานแต่งที่นั่นหลายครั้งแล้ว แต่โรงแรมนี้เป็นครั้งแรก...ความคิดของคู่บ่าวสาวคือถ้าเพื่อนเคยจัดงานแล้วก็อยากทำ ให้ดีกว่าเดิม หรืออยากได้สถานที่ใหม่ และที่นี่เป็นสถานที่ใหม่ของหลายคู่" Noor กล่าว
ส่วน บาบา บีช คลับ หัวหิน ที่เพิ่งเปิดให้บริการจัดงานแต่งงานชาวอินเดียเป็นปีที่ 3 และมีลูกค้ามาใช้บริการทุกปี มียอดจองและจัดงานแล้ว จำนวน 8 คู่ ณ เดือนกรกฎาคม ปี 2569 เป็นแพ็กเกจ 4 วัน 3 คืน (รวมห้องพัก 82 ยูนิต พร้อมอาหารและเครื่องดื่มและพื้นที่จัดงาน) ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคืนละ 1 ล้านบาท
ทั้งนี้ wedding & romance tourism ถือเป็นหนึ่งในตลาดท่องเที่ยวคุณภาพที่มีศักยภาพสูงที่สุดในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก เนื่องจากมีอัตราการใช้จ่ายสูง มีระยะเวลาพำนักนาน และสร้างการใช้จ่ายต่อเนื่องในหลากหลายธุรกิจ ในระดับโลกตลาดมีมูลค่าหลายหมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
สำหรับประเทศไทยยังไม่มีการจัดเก็บมูลค่าตลาดนี้อย่างเป็นทางการ แต่จากข้อมูลของผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ต และบริษัทรับจัดงานพบว่า ประเทศไทยสามารถรองรับงานแต่งงานของนักท่องเที่ยวต่างชาติได้หลายพันงานต่อปี สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนหลายพันล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดอินเดีย จีน ตะวันออกกลาง ยุโรป และออสเตรเลีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีกาลังซื้อสูง
ภาพ: ททท., โรงแรมบาบา บีช คลับ หัวหิน และ istockphoto
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Plaza Premium ทุ่ม 3.8 ล้านเหรียญ! เปิดเลานจ์แห่งแรกที่สุวรรณภูมิ เชื่อมั่นศักยภาพไทย ฮับการบินอาเซียน ตกแต่งดีไซน์หรู ชูอาหารไทย-องค์ประกอบท้องถิ่น
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


