'Unfolding Legacies' การเฉลิมฉลองก้าวเข้าสู่ปีประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ เนื่องในวาระครบรอบ 150 ปี โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ และการร่วมมือกับเหล่าพันธมิตรทอดมรดกทางวัฒนธรรมผ่านมุมมองร่วมสมัย อาทิ Margot McKinney แบรนด์ Finest Jewelry ระดับตำนานของออสเตรเลีย ที่ดีไซน์ออกแบบคอลเลกชันเข็มกลัดและต่างหูที่รังสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษ ด้วยแรงบันดาลใจจากโคมไฟระย้าและลายพัดซิกเนเจอร์ของแบรนด์โรงแรม, ความร่วมมือกับ Parfums Dusita ในการนำเสนอ Light of Bangkok น้ำหอมกลิ่นพิเศษ และการร่วมมือครั้งแรกของแบรนด์ในเอเชียกับแบรนด์ Sporty & Rich นำเสนอเสื้อผ้าคอลเลกชันที่มีสไตล์เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยรสนิยม พร้อมโทนสีเขียวศิลาดลของแบรนด์แมนดาริน โอเรียนเต็ล ที่นำเสนอเป็นเฉดสีใหม่ผสานคุณค่าและวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกัน โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นไป
โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีห้องพัก 331 ห้อง พร้อมห้องอาหารและบาร์ 12 แห่ง และยังมีห้องอาหาร แอน โซฟี พิค แอท เลอ นอร์มังดี ซึ่งได้รับดาวมิชลิน โดยโรงแรมแห่งนี้ได้เปิดให้บริการมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2419 และยังคงสร้างความประทับใจให้แก่แขกผู้มาเข้าพักจากทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง
และเมื่อก้าวเข้าสู่ปีประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ เนื่องในวาระครบรอบ 150 ปี การจัดงานเฉลิมฉลองผ่านแคมเปญ “Unfolding Legacies” ที่จัดต่อเนื่องหลายเดือน รังสรรค์ขึ้นเพื่อยกย่องบุคคล สถานที่ และจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิก ซึ่งได้หล่อหลอมเอกลักษณ์ของโรงแรมนับแต่จุดเริ่มต้น ณ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาอันทรงเสน่ห์
แคมเปญ Unfolding Legacies นี้ ได้จัดขึ้นระหว่างเดือนมกราคม ถึง มีนาคม 2569 ด้วยการรังสรรค์สุดยอดประสบการณ์ที่คัดสรรอย่างประณีต ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากอิทธิพลอันยาวนานของโรงแรม และดำเนินไปภายใต้เสาหลักแห่งเอกลักษณ์ที่สะท้อนผ่านห้วงเวลา ที่ยกย่องผู้สร้างสรรค์ และให้นิยามความเป็นปัจจุบันและจุดประกายการสืบสานแห่งอนาคต
งานเฉลิมฉลองระดับโลกครั้งสำคัญเริ่มต้นขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร
วาระแห่งการเฉลิมฉลองอันทรงเกียรติเปิดฉากขึ้นอย่างสง่างามด้วย Opening Gala Dinner ที่จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องโรยัล บอลรูม ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อฉลองการเปิดปฐมบทของ Unfolding Legacies อย่างเป็นทางการ
งานนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือกับ Club des Chefs des Chefs งานกาล่าดินเนอร์สุดพิเศษ ที่ได้รวบรวมเชฟระดับนานาชาติ ผู้รังสรรค์สำรับขึ้นเสิร์ฟประมุขแห่งรัฐและราชวงศ์จากทั่วทุกมุมโลก มื้ออาหารที่เลิศหรูนำเสนอผ่านเมนูทั้งหมดหกคอร์ส รังสรรค์ขึ้นจากการตีความงานเลี้ยงระดับรัฐในห้าประเทศ ที่ปิดท้ายด้วยการเชิดชูมรดกวัฒนธรรมอาหารไทย โดย พัชรา 'ป้อม' พิระภาค Thai Executive Chef ของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ พร้อมด้วยการแสดงศิลปะแสนวิจิตรและดนตรีอเคสตราสุดอลังการร่วมขับกล่อมตลอดมื้ออาหารค่ำสุดพิเศษ
สอดคล้องกับปณิธาน ของ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ที่มีต่อสังคมและวัฒนธรรม รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากการจัดงานกาล่าดินเนอร์นี้ จะมอบให้กับมูลนิธิราชสุดาเพื่อสนับสนุนการศึกษาและเสริมสร้างศักยภาพคนพิการ นอกจากนี้ กลุ่มโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ยังจะมอบเงินสนับสนุนจำนวนหนึ่งล้านบาท ให้แก่มูลนิธิเพื่อการกุศล ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติยังได้รับเชิญให้ได้ร่วมประมูลการกุศล ซึ่งนำเสนอผลงานสั่งทำพิเศษในโอกาสครบรอบ 150 ปีอันทรงคุณค่า โดยแต่ละชิ้นเป็นผลงานที่รังสรรค์อย่างประณีตโดยศิลปินไทย และเรื่องราวอันน่าประทับใจจากโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ลทั่วโลก

เปิดม่านเรื่องราวแห่งจุดกำเนิด ประสบการณ์ร่วมสมัยที่พาย้อนชมสู่จุดเริ่มต้น
Unveiling Our Origins นิทรรศการเชิงประสบการณ์ที่รังสรรค์ขึ้นใหม่อย่างวิจิตรบรรจง ที่เชื้อเชิญแขกผู้มีเกียรติมาร่วมสำรวจห้วงเวลาแห่งการก่อกำเนิด ซึ่งหล่อหลอมประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าของโรงแรมตั้งแต่แรกเริ่มการเล่าเรื่องอันมีชีวิตชีวา ผสานการตีความอย่างร่วมสมัยผ่านเอกสารจดหมายเหตุ การจัดแสดงที่จะพาไปแกะรอยวิวัฒนาการของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ตั้งแต่จุดเริ่มต้น ณ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จนถึงบทบาทในฐานะจุดบรรจบทางวัฒนธรรมสำหรับนักเดินทาง นักเขียน และศิลปิน หลากยุคหลายสมัย
การเดินทางข้ามกาลเวลานี้ได้รับการเติมเต็มด้วยการจัดพิมพ์ The Oriental Book ฉบับใหม่ บันทึกเรื่องราวอันทรงคุณค่าที่ดำรงอยู่เหนือกาลเวลา รวบรวมภาพถ่ายหายาก เรื่องเล่าและงานค้นคว้าส่วนบุคคลอันล้ำค่า ที่เป็นมากกว่าบันทึกเหตุการณ์สำคัญ แต่ยังเป็นหนังสือที่สะท้อนจิตวิญญาณของศาสตร์การต้อนรับอันสง่างามที่ส่งต่อโดยบุคลากรจากรุ่นสู่รุ่น ถือเป็นผลงานของ อันเดรียส ออกัสติน ผู้ประพันธ์หนังสือ The Oriental Book อันทรงคุณค่า


รังสรรค์ร่วมกัน ถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมผ่านมุมมองร่วมสมัย
ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของ Unveiling Our Origins โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ นำเสนอความร่วมมือสุดพิเศษครั้งสำคัญกับพันธมิตรคนพิเศษที่ผลงานได้สะท้อนคุณค่าของมรดก ความทรงจำ และวัฒนธรรมร่วมสมัยได้อย่างลงตัว
มาโกต์ แม็คคินนีย์ (Margot McKinney) ได้รับเชิญร่วมสร้างสรรค์คอลเลกชันเฉลิมฉลองเพื่อเป็นสัญลักษณ์ในวาระครบรอบ 150 ปีของ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ด้วยแรงบันดาลใจที่ได้จากความผูกพันส่วนตัวอันยาวนานที่มีต่อโรงแรมแห่งนี้แม็คคินนีย์ ได้ถ่ายทอดความทรงจำแห่งล็อบบี้อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมโคมไฟระย้าที่งามดุจโคมประทีป ให้กลายเป็นผลงานศิลป์สวมใส่เข้าคู่กับลายพัดซิกเนเจอร์ของแบรนด์แมนดาริน โอเรียนเต็ล การออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากโคมไฟ กลายเป็นคอลเลกชันเข็มกลัดและต่างหูที่รังสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อโอกาสสำคัญในปีนี้


ความร่วมมือกับ Parfums Dusita โรงแรมขอนำเสนอ Light of Bangkok น้ำหอมกลิ่นพิเศษ สร้างสรรค์โดย พลอย ภิสสรา อุมะวิชนี ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Parfums Dusita นักปรุงน้ำหอมชาวไทยชื่อดังในกรุงปารีส ด้วยส่วนผสมหลักจากธรรมชาติ ให้กลิ่นหอมที่สะท้อนถึงความอบอุ่นและการต้อนรับอันเปี่ยมด้วยไมตรีจิตอย่างสง่างามของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ กลิ่นของตะไคร้ มะลิ กระดังงา และไม้จันทน์ ที่ชวนให้นึกถึงสถาปัตยกรรมและบรรยากาศได้อย่างแท้จริง


ปิดท้ายกับ Sporty & Rich ถือเป็นความร่วมมือครั้งแรกของแบรนด์ในเอเชีย นำเสนอแคปซูลคอลเลกชันที่ ถ่ายทอดเรื่องราวของสุขภาวะที่ดี ผนวกมรดกทางวัฒนธรรม และสไตล์ที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยรสนิยม พร้อมโทนสีเขียวศิลาดลของแบรนด์แมนดาริน โอเรียนเต็ล ที่นำเสนอเป็นเฉดสีใหม่สำหรับ Sporty & Rich ผสานคุณค่าและวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกัน ไม่ว่าจะเป็นการให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพ ความเชี่ยวชาญ ความประณีต และความเป็นเลิศ การมีจิตวิญญาณแห่งการเริ่มต้นบุกเบิก พร้อมเปิดรับแนวคิดและเป้าหมายใหม่ๆ ตลอดจนความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน และความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม 2569


ภาพ : โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : "Glacier Express" นั่งรถไฟ จิบไวน์ ดื่มด่ำประสบการณ์สุดหรูระดับ Excellence Class เที่ยวเมือง St. Moritz สวิตเซอร์แลนด์
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

