วรยุทธ กิตติอุดม ยุคใหม่อาร์เค “Modern Minimal” - Forbes Thailand

วรยุทธ กิตติอุดม ยุคใหม่อาร์เค “Modern Minimal”

ด้วยความที่คลุกคลีกับแวดวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาตั้งแต่เกิด นักธุรกิจวัย 40 ปีรายนี้จึงไม่ทิ้งห่างจากธุรกิจเดิมของครอบครัวมากนัก แต่เขาสามารถสร้างความแตกต่างที่่จับต้องได้ในด้านความหรูหราดูเรียบง่ายและทันสมัยฉีกภาพพจน์เดิมของกลุ่มไปเกือบสิ้นเชิง


    การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีรายละเอียดมากมาย เป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงแต่รายละเอียดการพัฒนาก็สูงเช่นเดียวกัน ดังนั้นการส่งต่อธุรกิจนี้จากรุ่นบุกเบิกสู่ทายาทจึงมักรับช่วงต่อที่เป็นเสมือนการสืบทอดเสียเป็นส่วนใหญ่ 

    แต่สำหรับ วรยทุธ กิตติอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเนกซ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำากัด ในกลุ่มอาร์เค พร็อพเพอร์ตี้ นั้นแตกต่างออกไปเพราะเป็นการคิดใหม่ ทำใหม่ ฉีกรูปแบบไปจากเดิม หน้าตาโครงการอสังหาฯ ของวรยุทธเมื่อเทียบกับกลุ่มอาร์เค พร็อพเพอร์ตี้แล้วแทบไม่มีอะไรเหมือนกันเลย 

    โดยเฉพาะรูปแบบสไตล์โครงการที่เปลี่ยนคอนเซ็ปต์ไปจากเดิมค่อนข้างมาก อาร์เค พร็อพเพอร์ตี้ ผู้พัฒนาโครงการรุ่งกิจวิลล่าจะเน้นพัฒนาทาวน์เฮาส์ทำเลชานเมืองในราคาไม่สูงนัก เป็นธุรกิจในรุ่นบิดาของวรยุทธที่สืบทอดมาจากรุ่นคุณปู่ที่เน้นทำางานรับเหมาก่อสร้างและร่วมทุนพัฒนาโครงการกับพันธมิตร 

    “หมู่บ้านจัดสรรทำมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ แต่เน้นเรื่องการรับเหมาก่อสร้างอาคารพาณิชย์ โครงการแรกชื่อหมู่บ้านไทยวันดี สุขุมวิท 101/1 เป็นการร่วมหุ้นระหว่างคุณปู่กับเพื่อนๆ” 

    วรยุทธบอกว่า นอกจากหมู่บ้านในยุคแรกแล้ว คุณปู่ยังได้ร่วมกับเพื่อนๆ สร้างตลาดปัฐวิกรณ์โดยเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างและงานก่อสร้างในทำเลถนนสุขาภิบาล 1 ซึ่งปัจจุบันคือถนนนวมินทร์ 

    ส่วนใหญ่สร้างอาคารพาณิชย์เป็นหลัก “ผมเป็นลููกคนโตอยากที่่จะพัฒนาความเป็นตัวเองและด้วยความที่่เป็นคนที่ทำอะไรก็ต้องทำให้สุดจึงได้ออกมาเป็นผลงานอย่างที่่เห็น” 

    จากรุ่นปู่มาถึงรุ่นบิดาของวรยุทธซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดอาร์เค พร็อพเพอร์ตี้ ยังคงเน้นทำโครงการบ้านจัดสรร แต่เป็นโครงการที่มีขนาดไม่ใหญ่มากใช้ชื่อว่ารุ่งกิจวิลล่า ซึ่งต่อมาเน้นทำทาวน์เฮาส์เป็นหลักในทำเลชานเมืองโซนตะวันออกของกรุงเทพฯ ทำมานานนับ 10 ปี วรยุทธคลุกคลีกับธุรกิจของครอบครัวในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาตั้งแต่เด็ก 

    “เสาร์-อาทิตย์ไม่ได้หยุดไปเล่นกับเพื่อน แต่ตามคุณพ่อมาดูมาช่วยทำงาน คุณพ่อมีลูก 5 คน ผมเป็นคนโตที่เหลือคือมีทั้งน้องชาย 3 คน และน้องสาวคนเดียว” วรยุทธเผยชีวิตในวัยเด็กแทนที่จะเล่นสนุกกับเพื่อนเขากลับชอบมาช่วยงานบิดา 

    ด้วยความที่เป็นบุตรชายคนโตของบ้าน การสืบทอดแนวคิดและการทำงานจึงเป็นไปโดยธรรมชาติ เรียกได้ว่าคุ้นเคยรู้จักงานด้านก่อสร้างและพัฒนาอสังหาฯ มายาวนาน


Modern Minimal

    “ผมกับน้องชายคนที่ 2 แยกออกมาทำเองส่วนคนอื่นก็ยังช่วยคุณพ่ออยู่ ผมแยกมาทำโครงการในบริษัทซีเนกซ์ ทำาโครงการ RK PARK, RK HOME PARK ก่อนที่จะแยกมาเต็มตัว” ถือเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์น้องใหม่เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว 

    วรยุทธได้เปิดบริษัทพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มา 13 โครงการ หลังจากมีโอกาสได้ไปเรียนรู้งานภายนอกอยู่ 3 ปี หลังจบการศึกษาด้านวิศวคอมพิวเตอร์เขาเคยทำงานที่กลุ่มเดอะมอลล์ กลับมาช่วยงานที่อาร์เคตอนอายุ 26 ปี หลังจากนั้นก็ทำต่อเนื่องจนกระทั่งแยกบริษัทออกมาพัฒนาโครงการของตัวเอง ซึ่งทำเองมาแล้วประมาณ 10 โครงการ รวมเวลาที่อยู่ในแวดวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากว่า 20 ปี

    ในวัย 47 ปี วรยุทธยังดูสดใสและมีไฟในการทำงาน เห็นได้ชัดจากโครงการที่เขาเปิดตัวสู่ตลาดถือเป็นการปฏิวัติรูปแบบการพัฒนาโครงการออกไปจากโครงการอาร์เคเกือบสิ้นเชิง เขากล้าที่จะพัฒนาโครงการที่มีสไตล์เฉพาะตัว มีความเป็นมินิมอลออกแนวโมเดิร์นและเปิดราคาขายที่สูงกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป 

    ความแตกต่างทั้งคอนเซ็ปต์และกลุ่มเป้าหมาย ฉีกแนวความเป็นอาร์เคพรอ็พเพอร์ตี้ออกไปค่อนข้างมาก เป็นการพลิกโฉมภาพลักษณ์สินค้าให้มีเอกลักษณ์ภายใต้แนวคิด Simplicity of Living เน้นความเรียบหรู ผ่านการคิด การออกแบบและการใช้วัสดุที่มีคุณภาพ 

    “บริษัทตั้งใจรุกตลาดบ้านเดี่ยวลักชัวรี่ ด้วยราคาที่ดีที่สุด กับโครงการเดอะรักษ์ (The RUX) รามคำแหง-กรุงเทพกรีฑา” โครงการดังกล่าวเป็นการพัฒนาบ้านเดี่ยวสไตล์หรูหรา 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ โดยโครงการมีพื้นที่รวม 11 ไร่ 1 เศษ จำานวน 49 ยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 550 ล้านบาท 

    เน้นการออกแบบให้พื้นที่ทุกตารางเมตรสามารถตอบสนองสมาชิกภายในครอบครัวได้ทุกวัย พร้อมพื้นที่ส่วนกลางรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานเรื่องความสวยงามและความคุ้มค่าไปพร้อมๆ กัน


แตกต่างอย่างมีสไตล์

    ด้วยรูปแบบที่แตกต่างอย่างชัดเจนของโครงการเดอะรักษ์ วรยุทธบอกว่า เป็นการคิดค้นเพื่อให้มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งมาจากความชอบและการสำรวจตลาดประกอบกับการที่มีโอกาสได้ช่วยงานบิดามานาน ทำให้เขามองเห็นโอกาสและช่องว่างตลาดบ้านจัดสรรที่ยังมีในกลุ่มสินค้าบ้านหรูที่ทันสมัยและราคาจับต้องได้ 

    กลั่นกรองมาเป็นโครงการเดอะรักษ์ที่มีทั้งความหรูหรา สวยงาม ทันสมัย และตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่ดี “ผมเป็นลูกคนโตจึงอยากที่จะพัฒนาความเป็นตัวเอง และด้วยความที่เป็นคนทำอะไรก็ต้องทำให้สุดจึงได้ออกมาเป็นผลงานอย่างที่เห็น” วรยุทธอธิบายความเป็นตัวเขากับผลงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ฉีกแนวการออกแบบไป 

    "ผมเคยถามเพื่อนว่ามองผมเป็นคนอย่างไร เพื่อนบอกว่าเป็นคนสุดโต่งเต็มที่" แต่สำาหรับตัวเขาเองคิดแต่เพียงว่าลงมือทำอะไรก็จะต้องทำาให้เต็มที่ ซึ่งนอกจากการทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่แล้ววรยุทธยังมีหลักคิดที่ใช้มาตลอดนั่นคือความซื่อตรง 

    ซึ่งเขาหมายถึงความซื่อตรงทั้งต่อตัวเองและคนอื่น การพยายามทำอะไรให้สำเร็จด้วยตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งคนอื่นเป็นแรงผลักดันให้เขาลุกขึ้นมาคิดใหม่ทำใหม่ในธุรกิจเดิมของครอบครัวให้มีความแตกต่าง มีสไตล์ที่ชัดเจนเป็นแนวคิดของนักธุรกิจวัย 47 ที่ต้องทำธุรกิจในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงที่มาจากหลายปัจจัย

    เขามองว่าคน “ส่วนใหญ่คนจะแพ้เรื่องความไม่กล้าทำให้จุดยืนของตัวเองไม่มั่นคง เพราะมัวแต่ไปตามคนอื่น หรือกังวลว่าลูกค้าจะชอบหรือเปล่า แต่เรามั่นใจในสิ่งที่เราทำและประสบการณ์ที่พบลูกค้ามีความ unique สูง” 

    นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้วรยุทธกล้าออกแบบเดอะรักษ์ให้มีความต่างอย่างชัดเจน ซึ่งไม่เพียงรูปแบบหน้าตาของตัวบ้าน แต่ยังควบไปถึงฟังก์ชั่นการใช้งาน พื้นที่ใช้สอยต่างๆ ภายใน

    นอกเหนือจากเรื่องของต้นทุนสูงแล้ว อีกปัญหาที่พบในธุรกิจก่อสร้างก็คือแรงงานหายาก หลังเกิดเหตุการณ์โควิด-19 ทำให้แรงงานต้องกลับถิ่นฐานเดิม เพราะมีช่วงปัญหาที่ทำการก่อสร้างไม่ได้ต้องปิดไซต์งานตามมาตรการภาครัฐ 

    “ตอนนั้นโครงการต่างๆ ก่อสร้างไม่ได้ เป็นประสบการณ์ที่ท้าทายตลอด 2ปี” เป็นช่วงปัญหาที่วรยุทธเปลี่ยนมุมมองวิกฤตให้เป็นโอกาส มองเป็นจังหวะของการพัก เขาหันมาออกแบบ ปรับเปลี่ยนตามสภาวะเศรษกิจ คือมองที่ความเป็นอยู่แบบเรียบง่ายไม่ฟุ่มเฟือย เป็นความหรูที่เรียบง่าย เพราะในช่วงโควิด-19 คนส่วนใหญ่มีรายได้ลดลง แต่ก็ปรับตัวให้อยู่ได้ปรับเปลี่ยนไปตามสภาพเศรษฐกิจ


ปรับตัวสู้วิกฤต

    มุมมองของวรยุทธต่อสภาพเศรษฐกิจในช่วงโควิด-19 ที่ทำาให้หลายๆ ธุรกิจหยุดชะงัก แต่เขายังคงยืนหยัดพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง “คติประจำใจที่ว่า คนเก่งเท่านั้นที่จะเอาตัวรอดได้ แต่ในความหมายของผมคือ จะปรับตัวที่สมบูรณ์แบบอย่างไรให้ก้าวผ่านวิกฤตต่างๆ ไปได้” 

    วรยุทธขยายความถึงการปรับตัว อย่างแรกต้องปรับทัศนคติและมุมมองให้กว้างขึ้น โดยมองทุกอย่างให้เห็นข้อเท็จจริง ถ้ามองเห็นความต้องการและความจำเป็นก็จะสามารถพัฒนาต่อไปได้ เป็นการมองทะลุจากตัวเองไปถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย 

    วรยุทธยังบอกเพิ่มเติมว่า แผนงานในอนาคตยังมีอีกหลายแนวคิดในวงการอสังหาฯ ซึ่งทุกวันนี้มีความร้อนแรงจากการแข่งขันธุรกิจ หลายคนเข้ามาทำ บางคนขยายไปทำโรงพยาบาล ทำเวลเนส ตัวเขาเองก็มีแนวคิดการพัฒนาจากธุรกิจเดิมไปธุรกิจใหม่ด้วยการเข้าไปเทคโอเวอร์ธุรกิจที่จะมาสนับสนุนธุรกิจหลัก

    “ที่ผ่านมาเราเป็นผู้บริหารและเป็นลูกที่ดีแต่อาจจะหลงลืมบางอย่าง หันมาทำสิ่งที่ตัวเองชอบ คือการดีไซน์บ้านที่ต่างไปจากเดิม” คือค่อยๆ เรียนรู้ว่าตรงนี้ต้องใช้อะไร ตรงนั้นต้องเปลี่ยน ติดตามความเปลี่ยนแปลง ดูข่าว ดูจากยูทูปเบอร์ ดูคนซื้อบ้านมารีโนเวตขาย มีอะไรใหม่ๆ ที่เปลี่ยนไป วัสดุเปลี่ยนลูกค้าชอบแบบไหน ดูความนิยมของผู้บริโภคด้วยการสังเกตตลาดแบบเฉพาะเจาะจงจนทำให้รู้ได้ว่าคนชอบอะไร 

    วรยุทธเก็บมาเป็นข้อมูลและพัฒนาโครงการที่ไม่ได้ใหญ่มากมีเพียง 49 ยูนิต สร้างเป็นบ้านตัวอย่างและตกแต่งตามสไตล์ที่เป็นโมเดิร์นลักชัวรี่ในแบบที่เหมาะสมกับคนรุ่นใหม่ 

    “บ้านที่ทำก็จะมีแบบตกแต่งเสร็จแล้วพร้อมเข้าอยู่เลยราคาที่ 10 ล้านบาทนิดๆ คือลูกค้าไม่ต้องปรับปรุงอะไรแล้วอินทีเรียร์ดีไซน์มาพร้อมสรรพ ทำาวอลล์ชาร์จเผื่อรถไฟฟ้าให้ด้วย และทำห้องให้เหมาะกับคนหลากหลายวัย” 

    เขาอธิบายคอนเซ็ปต์และแบบบ้านพร้อมตกแต่งให้เข้าใจง่ายๆ พร้อมย้ำว่า เป็นแบบที่ได้มาจากการสำรวจความต้องการจริง และเห็นว่าเทรนด์ของบ้านสไตล์มินิมอลเหล่านี้ไปกันได้ดีกับกระแสรักษ์โลก เป็นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบโจทย์เรื่องสิ่งแวดล้อมไปด้วยในตัว

ภาพ: วรัชญ์ แพทยานันท์ และ RK Property


คลิกอ่านเพิ่มเติม: พิริยะ วัชจิตพันธ์ The Art Auction Center สปริงบอร์ดศิลปินไทย


คลิกอ่านฉบับเต็มและบทความทางด้านธุรกิจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ในรูปแบบ e-magazine