การยกระดับธุรกิจให้เป็นมากกว่าตัวแทนจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับความปลอดภัยและสุขภาพป้อนโรงงานสู่การเป็นพาร์ตเนอร์ สร้างแต้มต่อผ่านการรวบรวมหลากหลายแบรนด์ สะท้อนภาพร้านสะดวกซื้อของอุตสาหกรรม พร้อมขยายพอร์ตผลธัญญะเพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง
ภาพคนงานกำลังเดินเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยฝุ่นละอองเป็นจุดเริ่มต้นให้เจ้าของกิจการค้าธัญพืชตัดสินใจเปลี่ยนแปลงธุรกิจดั้งเดิมจากการจำหน่ายเมล็ดธัญพืชและสินค้าทางการเกษตรเป็นการนำเข้าถุงมือและหน้ากากป้องกันฝุ่นที่มีประสิทธิภาพมาตรฐาน ช่วยยกระดับสุขภาพคนงาน
พร้อมทั้งเปลี่ยนประเภทธุรกิจสู่ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานแบบเต็มตัวเมื่อปี 2521
“ผลธัญญะเป็นบริษัทที่คุณพ่อ (ชวลิต) ตั้งขึ้นมาในปี 2504 ซึ่งสมัยนั้นเป็นตึกแถวขายส่งธัญพืชย่านทรงวาด และท่านตั้งใจนำไปเสนอขายเป็นวัตถุดิบให้กับโรงงาน แต่เมื่อเข้าไปแล้วเห็นฝุ่นจำนวนมากและถุงมือเลอะเทอะ ท่านเล็งเห็นโอกาสเปลี่ยนเป็นการขายผ้ากันฝุ่น แต่ก็ป้องกันไม่ได้มาก
จนกระทั่งพบหน้ากากกันฝุ่นที่มีมาตรฐานจากต่างประเทศ ท่านจึงลองนำหน้ากากกันฝุ่นเสนอโรงงานให้คนลองใช้ เพราะประสิทธิภาพดีกว่าผ้า ทำให้ความต้องการมากขึ้นและยอดขายเติบโต ส่งผลให้ท่านตัดสินใจเริ่มทำธุรกิจเซฟตี้ในปี 2521"
ธันยา หวังธำรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) หรือ PHOL กล่าวถึงการเบนเข็มเส้นทางธุรกิจในยุคของชวลิต หวังธำรง ซึ่งเป็นบิดาผู้เริ่มต้นบุกเบิกอาณาจักรการนำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาชีวอนามัยและความปลอดภัยรายแรกๆ ในตลาดอุปกรณ์ความปลอดภัยของไทย
พร้อมทั้งขยายธุรกิจด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค ตั้งแต่การให้บริการออกแบบ ผลิต รับก่อสร้าง และติดตั้งระบบบำบัดน้ำ การบำรุงรักษา รวมถึงการจัดจำหน่ายอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่ทายาทธุรกิจได้รับอิสระในการตัดสินใจโดยไม่จำกัดเฉพาะการสานต่อธุรกิจของครอบครัว ธันยาจึงเลือกศึกษาสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทำงานเป็นสถาปนิกประมาณ 6 ปี
ก่อนจะเริ่มต้นช่วยบิดาขยายสาขาจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่การออกแบบก่อสร้างอาคาร และเรียนรู้งานเกี่ยวกับการก่อตั้งบริษัททุกขั้นตอน รวมถึงนั่งเก้าอี้ผู้จัดการสาขาราว 3 ปี จึงศึกษาต่อบริหารธุรกิจบัณฑิต (ระหว่างประเทศ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างเต็มตัว
"ส่วนตัวชอบงานออกแบบดีไซน์และวาดรูปมากกว่าการสานต่อธุรกิจ โดยหลังจากเรียนจบเราทำงานเป็นสถาปนิกประมาณ 5-6 ปี คุณพ่อก็ให้มาช่วยดูแลการออกแบบสาขาที่เชียงใหม่ น่าจะเกือบ 20 ปีที่แล้ว เราจึงเริ่มสนใจเรื่องธุรกิจ เพราะได้เรียนรู้และทำหลายอย่างนอกจากงานดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นการจดทะเบียนก่อตั้งบริษัท การรับสมัครคน การสร้างทีม การดูแลพนักงาน การติดต่อธนาคาร
ทำให้เราตัดสินใจเรียน MBA และกลับมาช่วยงานเต็มตัวด้านการตลาดในช่วงเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ ด้วยการดูแลการปรับภาพลักษณ์องค์กรให้ทันสมัยขึ้นทั้งโลโก้และสื่อโฆษณา รวมถึงดูแลงานส่วนต่างๆ มากขึ้นทั้งฝ่ายบุคคล IT งานขาย และรับตำแหน่ง CEO เมื่อ 2 ปีก่อน"

หลังจากนั่งเก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอย่างเป็นทางการในปี 2567 ธันยาประกาศเดินหน้าขยายการเติบโตทั้งธุรกิจหลักในกลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (occupational safety, health and environment products) หรือ SAFETY
รวมถึงสินค้าด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม (control environment products) หรือ CE ด้วยการพัฒนาสินค้าที่เป็นแบรนด์บริษัท เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมและหน่วยงานภาครัฐ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการซัพพลายเชน และนำระบบ IT เข้ามาใช้เพิ่มความสามารถทางการแข่งขันมากขึ้น
ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการขยายการให้บริการด้านระบบบำบัดน้ำสู่โครงการด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น พร้อมวางแผนขยายธุรกิจใหม่ที่มีโอกาสการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าและบริการทางการแพทย์เพื่อสุขภาพ (medical & healthcare)
ซึ่งแบ่งเป็นอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองที่ใช้ทางการแพทย์ เช่น ถุงมือตรวจโรค ถุงมือผ่าตัด ผ้าคลุมและชุดคลุมสำหรับการผ่าตัด อุปกรณ์ป้องกันเลือดและสารคัดหลั่งต่างๆ ที่ใช้ในห้องผ่าตัด รวมถึงสินค้าเพื่อสุขภาพ เช่น เก้าอี้และเบาะรองนั่งเพื่อสุขภาพ
อุปกรณ์ซัพพอร์ตร่างกาย เช่น เข็มขัดพยุงหลัง อุปกรณ์ดูแลสุขภาพ ซึ่งครอบคลุมสินค้าสำหรับดูแลผู้สูงอายุ เช่น เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ เครื่องวัดออกซิเจน เครื่องวัดความดัน ผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่ เป็นต้น
“เราพยายามเปลี่ยนระบบตั้งแต่ยังอยู่ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขาย ซึ่งหลังจากเป็น CEO ก็ช่วยให้เราเปลี่ยนง่ายขึ้น และตั้งโจทย์ส่วนตัวในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจเดิมที่เน้นการเป็นตัวแทนจำหน่ายให้กลายเป็นพาร์ตเนอร์ของลูกค้า เพราะการเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ผูกติดกับสินค้ามีความเสี่ยง ทำให้เราต้องปรับโฟกัสจากการอิงสินค้าและซัพพลายเออร์เป็นหลัก
โดยเราเข้ามาแบ่งตามกลุ่มลูกค้า และแบรนด์สินค้าเพิ่มได้เรื่อยๆ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าไว้ใจและมองเราเป็นพาร์ตเนอร์จนกระทั่งสามารถขยายฐานลูกค้าจำนวนมาก สุดท้ายเราจะมีแต้มต่อกับตัวแทนจำหน่าย และจุดแข็งของบริษัทที่คนเข้าถึงเหมือนร้านสะดวกซื้อของอุตสาหกรรมที่มีสินค้าหลากหลายให้บริการที่ดีกับลูกค้า"

เปิดกลยุทธ์ต่อยอดพอร์ตยั่งยืน
การสานต่อเส้นทางธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนได้รับการถ่ายทอดถึงทายาทคลื่นลูกใหม่ ซึ่งมุ่งเน้นการนำเสนอสินค้าและบริการที่ครอบคลุมการสร้างความปลอดภัยและสุขภาพให้กับผู้คนทั้งการปฏิบัติงานและการใช้ชีวิตประจำวัน (people safety) การสร้างความปลอดภัยให้กับชิ้นงานหรือผลิตภัณฑ์ในกระบวนการผลิต (product safety)
และการสร้างความปลอดภัยหรือการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยการให้บริการด้านระบบบำบัดน้ำเสีย รวมถึงการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอื่นๆ (environment safety) ภายใต้แบรนด์สินค้าที่มีความหลากหลายมากกว่า 4,000 รายการ และฐานลูกค้ามากกว่า 3,000 ราย ทั่วประเทศ
"รายได้หลักของเรามาจากกลุ่ม SAFETY ประมาณ 75% รองลงมาเป็นกลุ่มคลีนรูมสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องควบคุมความสะอาด อย่างอิเล็กทรอนิกส์ต้องไม่มีฝุ่น เพราะอาจจะทำให้สินค้าเสียหาย ส่วนที่เหลือเป็นกลุ่มอื่นๆ โดยเรามีทั้งสินค้าที่เป็นตัวแทนแบรนด์และแบรนด์ของตัวเอง ได้แก่ SYNOS ชุดป้องกันส่วนบุคคลยกเว้นรองเท้า, ROCC เป็นรองเท้าเซฟตี้ และ ERGOZO สินค้ากลุ่มสุขภาพอย่างเข็มขัดพยุงหลัง
ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนรายได้สินค้าแบรนด์บริษัทอยู่ที่ 25% โดยเราตั้งใจให้ไม่เกิน 30-40% เพราะต้องการเป็นศูนย์รวมแบรนด์ที่ดึงดูดความสนใจลูกค้า รวมถึงเราไม่ต้องการให้ภาพเรากลายเป็นบริษัทที่ขายเฉพาะแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นแบรนด์ที่เราเป็นตัวแทน"

ธันยากล่าวถึงสัดส่วนรายได้หลักในปัจจุบันมาจากกลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งบริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้ามากกว่า 30 แบรนด์ และแบรนด์ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายรายเดียว ได้แก่ Microgard, Ansell และ Chemtex รวมถึงแบรนด์สินค้าของบริษัท ได้แก่ ROCC ในหมวดรองเท้านิรภัย, SYNOS สำหรับถุงมือนิรภัยและแว่นตานิรภัย
นอกจากนั้น กลุ่มสินค้าหรือบริการที่ใช้เพื่อสร้างความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน ผู้ใช้งาน หรือสร้างความปลอดภัยในสถานปฏิบัติงานหรือในสถานที่ต่างๆ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ อุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคล (personal protective equipment) หรือ PPE เช่น หมวกนิรภัย แว่นตานิรภัย
ที่ครอบหู อุดหู หน้ากากป้องกันฝุ่นและสารเคมี อุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ ถุงมือนิรภัย รองเท้านิรภัย ชุดป้องกันสารเคมีและเชื้อโรค ชุดผจญเพลิง
รวมถึงกลุ่มอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน เช่น เครื่องตรวจวัดแก๊สพิษและแก๊สไวไฟในอากาศ อุปกรณ์ล็อกนิรภัย ป้ายและอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยหรืองานจราจร เป็นต้น
ส่วนกลุ่มสินค้าด้านการควบคุมสภาพแวดล้อมเป็นอุปกรณ์ใช้ควบคุมสภาพแวดล้อมให้มีความสะอาด ปลอดภัยในสถานที่ปฏิบัติงานที่ต้องการการควบคุม เช่น ห้องปลอดเชื้อในโรงพยาบาล ห้องปลอดเชื้อในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตยา กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตเครื่องมือแพทย์
โดยสินค้ากลุ่มนี้ได้แก่ ชุดและอุปกรณ์สำหรับใส่ในห้องคลีนรูม อุปกรณ์สำหรับห้องคลีนรูม เช่น ผ้าเช็ดชิ้นงาน อุปกรณ์ทำความสะอาด อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าสถิต เป็นต้น
"เราแบ่งธุรกิจเป็น trading และ non-trading ซึ่งการบริหารจัดการต่างกัน อย่าง trading เป็นกลุ่มสินค้าจะมีเรื่องราคา ซัพพลายเชน การสต็อกสินค้า โดยเป้าหมายของเราเป็นโรงงานอุตสาหกรรมและการขยายฐานลูกค้า ส่วน non-trading เน้นผู้รับเหมา การก่อสร้างทำระบบต่างๆ ซึ่งเราต้องเข้าไปรับ requirement การคุมงานก่อสร้าง และการออกแบบตามโจทย์ลูกค้า
โดยเราต้องการให้ฝั่ง trading เติบโตมากกว่า เพราะเป็นรายได้ต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับ non-trading ต้องหาโปรเจกต์ใหม่หรือลูกค้าใหม่ตลอด ซึ่งยอดขายอาจจะเข้ามาเป็นรอบๆ ไม่สม่ำเสมอ ดังนั้น เรามองว่าฝั่ง trading ทำให้เราเติบโตแบบมั่นคง non-trading ช่วยเพิ่มรายได้เป็นโปรเจกต์ในปีนั้นๆ"

สำหรับในปีนี้บริษัทวางกลยุทธ์ต่อยอดธุรกิจด้านสินค้าและบริการภายใต้หลัก 3M ประกอบด้วย "More Penetrate" หรือการขยายฐานลูกค้านอกกลุ่มอุตสาหกรรม (non-industrial) เช่น โรงพยาบาล ลูกค้าทั่วไป ผ่านช่องทางการตลาด omni-channel ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ามากที่สุดและกระจายสินค้าครอบคลุมทุกภูมิภาค
รวมถึง "More Products" การพัฒนาสินค้าใหม่ให้รองรับความต้องการของลูกค้า เช่น กลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ และกลุ่มธุรกิจบริการที่มีความต้องการแตกต่างจากกลุ่มอุตสาหกรรมทั่วไป โดยยังเพิ่มหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความยั่งยืน เช่น หมวดสินค้าประหยัดพลังงาน กลุ่มสินค้าดูแลสุขภาพเพื่อการทำงาน เป็นต้น
นอกจากนั้น บริษัทยังใช้กลยุทธ์ "More Efficiency" มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีใช้ในการสร้างระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพและประหยัดต้นทุน เช่น การปรับใช้ AI วิเคราะห์งานขายและบริหารคลังสินค้า การใช้ระบบ IT เชื่อมโยงสต็อกและบริการต่างๆ เพื่อความรวดเร็วในการทำงานและลดข้อผิดพลาด รวมทั้งการใช้ vending machine และ e-training สร้างความแตกต่างและเพิ่มโอกาสในการขายให้มากขึ้น
“กลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าขึ้นอยู่กับทีมขายที่เราต้องมีระบบการบริหารจัดการที่ดี และพนักงานขายแต่ละคนต้องขายสินค้ามากขึ้น หมายถึงความรู้เกี่ยวกับสินค้าต้องมากขึ้นด้วย ดังนั้น ระบบการจัดการข้อมูล การให้ความรู้พนักงานขาย การเทรนนิ่งต่างๆ หรือการผลักดันให้พนักงานขายสินค้าได้หลากหลายถือเป็นโจทย์สำคัญในการช่วยให้ทีมสามารถขยายสินค้าอื่นๆ ได้
อย่างที่ผ่านมาเราเคยขายตู้เย็นกันระเบิด หรือช่วงโควิด-19 เราก็ขายชุดตรวจ ATK เพราะเรามีฐานลูกค้าที่ขายให้ประจำ ซึ่งภาพลักษณ์สินค้าเกี่ยวกับสุขภาพและ SAFETY เรามีชื่อเสียงแล้ว เวลาลูกค้านึกถึงสินค้าเหล่านี้จะถามเราก่อน สิ่งที่เราต้องการผลักดันต่อจึงเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม อย่างธุรกิจเกี่ยวกับบำบัดน้ำและการประหยัดพลังงาน เราก็สามารถทำให้ลูกค้ารู้สึกไว้วางใจใช้บริการกับเราและต่อยอดการเติบโตได้"

ธันยากล่าวถึงแผนการดำเนินงานมุ่งเน้นการกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดผู้บริโภคทั่วไป (consumer) มากขึ้น ด้วยสินค้าใหม่ที่เกี่ยวกับความปลอดภัยแนวแฟชั่น สินค้าเกี่ยวกับสุขภาพและผู้สูงอายุ โดยทำการตลาดออนไลน์และจำหน่ายผ่านช่องทางมาร์เก็ตเพลส
รวมถึงสินค้าประหยัดพลังงานจำหน่ายผ่านเครือข่ายตัวแทนและร้านค้าต่างๆ พร้อมเดินหน้านำเสนอสินค้าสำหรับกลุ่มราชการและโรงพยาบาลต่างๆ มากขึ้น
ขณะเดียวกันสินค้าใหม่ของบริษัทมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ยอดขายของบริษัทเติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะรองเท้าเซฟตี้ทั้งแบรนด์สินค้าของบริษัท ROCC ซึ่งออกแบบให้ใส่สบาย น้ำหนักเบา และคุณสมบัติป้องกันไฟฟ้าสถิต โดยเหมาะสำหรับการใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และกลุ่มพนักงานรุ่นใหม่ที่นิยมรองเท้าทรงสปอร์ตหรือดีไซน์ทันสมัยขึ้น
รวมถึงแบรนด์พันธมิตร เช่น Skechers Work และ Puma Safety รุ่นใหม่ซึ่งเจาะตลาดกลุ่มหัวหน้างานและวิศวกรที่ต้องการรองเท้าที่มีความปลอดภัยและภาพลักษณ์ที่ดี
นอกจากสินค้าเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือกลุ่ม SAFETY บริษัทยังเพิ่มหมวดสินค้าประหยัดพลังงาน ได้แก่ หลอดไฟประหยัดพลังงาน LED แบรนด์ OSRAM รวมถึงสินค้าสุขภาพและการแพทย์ เช่น เตียงพักฟื้นสำหรับหลังผ่าตัด ผ้าคลุมสำหรับงานผ่าตัดเฉพาะจุด
โดยเน้นกลุ่มโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล พร้อมทั้งสินค้าตอบสนองความต้องการกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป เช่น ผ้าอ้อมผู้ใหญ่แบบกางเกง เครื่องกรองน้ำ RO เป็นต้น
“สินค้าแบรนด์ของเรา 3 แบรนด์ รองเท้า ROCC เติบโตมากที่สุด เพราะเราทำวิจัยลูกค้าก่อนจะสั่งผลิต ทำให้รูปลักษณ์ น้ำหนักและราคาตอบโจทย์ความต้องการ ซึ่งปีนี้น่าจะออกรุ่นใหม่ 3 รุ่น โดยเราพัฒนาตามความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ทรงทันสมัยขึ้น น้ำหนักเบา เปลี่ยนโลโก้ให้สปอร์ตเหมาะกับเจน Z มากขึ้น ซึ่งเรายังได้ทำงานออกแบบใส่ไอเดียดีไซน์รองเท้า โดยเน้นความต้องการของลูกค้าและการแก้ pain point เป็นหลัก
ไม่ว่าจะการออกแบบหรือการตลาดเรามองหลักการเดียวกันในการใช้การดีไซน์หรือกลยุทธ์แก้ปัญหานั้น ซึ่งช่องทางการขายปัจจุบันนอกจากการขายเข้าโรงงานโดยตรงแล้ว เรายังมีช่องทางออนไลน์ที่เติบโตต่อเนื่องทั้งแบรนด์ของเราและแบรนด์พันธมิตร โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 เนื่องจากกลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้อใช้เองและผลิตภัณฑ์ของเราเน้นของมีแบรนด์หลากหลาย"

ธันยากล่าวถึงการให้ความสำคัญกับการจัดหาผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาสินค้าแบรนด์ของบริษัท รวมถึงการให้บริการที่มีระบบการจัดเก็บข้อมูลการสั่งซื้อสำหรับวิเคราะห์ประมาณการสั่งซื้อและสำรองสินค้าได้เพียงพอ ด้วยระบบบริหารคลังสินค้าและระบบการจัดส่งที่มีประสิทธิภาพ
พร้อมขยายช่องทางการจำหน่ายให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทีมงานขาย ตัวแทนจำหน่ายสินค้า พนักงานขายทางโทรศัพท์ เว็บไซต์บริษัท และเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าออนไลน์ เช่น Lazada, Shopee, TikTok เป็นต้น
"วันนี้เราเชื่อว่าผลธัญญะเป็นหนึ่งในใจของลูกค้าอุตสาหกรรมเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพ ซึ่งเป้าหมายภาพลักษณ์เราต้องการให้ผลธัญญะเหมือนร้านสะดวกซื้อสำหรับ B2B ในการเลือกสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัย ด้วยระบบงานหลังบ้านที่ดีเป็นคีย์สำคัญในการเติบโตทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นระบบการบริหาร ทีมขาย IT
โดยรายได้บริษัทปีนี้น่าจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% ส่วนใหญ่ยังมาจากการจำหน่ายสินค้าฝั่ง SAFETY และ CE แม้จะมีปัจจัยสงครามหรือราคาพลังงานที่กระทบการบริหารต้นทุนสินค้า หรือการชะลอการซื้อบ้าง แต่มีลูกค้าที่ซื้อสต็อกสินค้าเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งนอกจากอุตสาหกรรมแล้วเรายังพยายามขยายไปกลุ่มอื่นๆ เพราะซัพพลายเชนเป็นจุดเด่นของเราที่มีทีมขายเป็นหลัก เราต้องทำให้เซลส์ขายสินค้าได้หลากหลายรวมถึงสินค้าพิเศษเพิ่มเติม"

CEO วัย 46 ปี ย้ำภาพลักษณ์การเป็นหนึ่งในผู้นำด้านโซลูชันความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมครบวงจร พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย ภายใต้วัฒนธรรมองค์กร "PHOL" ประกอบด้วย
Proactive Teamwork การทำงานเป็นทีมเชิงรุก Honest and Integrity ความซื่อสัตย์และจริยธรรม Ownership Quotient การมุ่งเน้นผลลัพธ์เกินความคาดหวัง Learning and Continuous Improvement การเรียนรู้และสร้างสรรค์สิ่งที่ดีกว่าอย่างต่อเนื่อง
"หลักบริหารเราเน้น empathy ใจเขาใจเรา เรามองพนักงานจำนวนกว่า 210 คน เป็นเหมือนสมาชิกในครอบครัว ถ้าต้องการอะไรเราสนับสนุนช่วยเหลือเต็มที่ และการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจเหมือนเป็นบ้านหลังที่ 2
รวมถึงสิ่งที่คุณพ่อเน้นย้ำตั้งแต่ช่วงแรกที่เราเข้ามาทำงาน ท่านบอกว่าบริษัทควรมีระบบที่ดีในการทำงาน อย่าง TQM หรือ ISO ท่านเป็นคนนำมาใช้ในองค์กรขณะนั้น เราจึงมีหลักในการต่อยอดและการคิดเป็นระบบทำให้เป็นผลธัญญะในปัจจุบันที่มีความแตกต่างจากบริษัทที่ไม่ได้วางระบบ"

ภาพ : วรัชญ์ แพทยานันท์
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : กนกกัญจน์ มธุรพร ปรุงสูตร April's Bakery พันล้าน



