ทพ.อานนท์ กิจนิตย์ชีว์ Geneus DNA ถอดรหัสคู่มือชีวิต

ทพ.อานนท์ กิจนิตย์ชีว์ Geneus DNA ถอดรหัสคู่มือชีวิต

ทันตแพทย์ไทยท่านหนึ่งให้ความสนใจไขความลับพันธุกรรมที่เชื่อมกับมรดกโรคร้ายและศักยภาพเฉพาะที่ซ่อนอยู่ โดยผนึกกำลังกับทีมผู้เชี่ยวชาญคิดค้นนวัตกรรมการตรวจ DNA ด้วยตัวเองและรับผลการวิเคราะห์สุขภาพผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมต่อยอดชุดตรวจ DNA สุนัขครั้งแรกของไทย และสร้างการเติบโตต่อเนื่องในต่างประเทศ


    การตรวจพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ (DNA) ได้รับการพัฒนาก้าวไกลกว่าการใช้พิสูจน์เอกลักษณ์ของบุคคลหรือหลักฐานแสดงความสัมพันธ์ทางสายเลือด โดยสามารถใช้พยากรณ์ความเสี่ยงการรับมรดกโรคร้ายแรงจากครอบครัว และนำมาประยุกต์ด้านการวางแผนรักษาสุขภาพได้ เช่น สารอาหารและวิตามินที่ควรได้รับ การตอบสนองต่อยาแต่ละชนิด การลดน้ำหนักที่เหมาะสม แนวโน้มภูมิแพ้ที่ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม รวมถึงค้นหาพรสวรรค์และต่อยอดศักยภาพให้ก้าวหน้ารวดเร็วขึ้น

    “เมื่อก่อนผมเป็นหมอฟันที่มีความสนใจเรื่องชีววิทยาภายในช่องปากและ DNA ในน้ำลาย ซึ่งสมัยนั้นในไทยยังรู้จักการตรวจ DNA เฉพาะการยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือด แต่จริงๆ แล้วทางอเมริกาเริ่มมีแผนที่จีโนมมนุษย์ในโครงการ Human Genome Project ดูรหัส DNA 3 พันล้านคู่เบสตั้งแต่ปี 2546 โดยแผนที่พันธุกรรมมนุษย์เปรียบได้กับแผนที่โลก และกรุ๊ปของยีน (gene) เป็นประเทศ ส่วนยีนเป็นจังหวัดที่มีคาแร็กเตอร์หรือความสามารถแตกต่างกันเช่นเดียวกับยีนของมนุษย์ แต่ละยีนจะทำหน้าที่ต่างกัน เช่น การกำหนดสีผม สีผิว สีตา การดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุ การเผาผลาญไขมันได้มากน้อยแค่ไหน รวมถึงความเสี่ยงการเกิดโรคต่างๆ ด้วย”



    ทพ.อานนท์ กิจนิตย์ชีว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเนียส เจเนติกส์ จำกัด วัย 35 ปี กล่าวถึงการเบนเข็มเส้นทางหลังสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยเลือกศึกษาหลักสูตรพิเศษด้าน Cancer Genomics and Precision Oncology จาก Harvard University ด้วยความสนใจในโครงการจีโนมมนุษย์ (Human Genome Project) ของประเทศสหรัฐอเมริกาและการพัฒนาแผนที่ข้อมูลรหัสพันธุกรรมของนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกที่นำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายด้าน 

    ขณะเดียวกันยังการรวมทีมผู้ก่อตั้งที่มีความเชี่ยวชาญแต่ละด้าน ได้แก่ ลลิฉัตร์ วริศศิรพัชร์ และ หลักเขต เหล่าประไพพรรณ รวมถึง บรรณ สุวรรณประเสริฐ ร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจ DNA อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 จนกระทั่งสามารถพัฒนานวัตกรรมการตรวจวิเคราะห์สุขภาพและพรสวรรค์ด้วย DNA ได้สำเร็จเป็นรายแรกของไทย พร้อมดำเนินการจัดจำหน่ายและให้บริการแปลผลจากชุดตรวจ DNA ซึ่งเก็บตัวอย่างน้ำลายและเยื่อบุกระพุ้งแก้มได้เองจากที่บ้าน โดยสามารถรับผลการวิเคราะห์เรื่องสุขภาพกว่า 500 รายการผ่านแอปพลิเคชันของบริษัท ซึ่งอัปเดตข้อมูลใหม่เพิ่มเติมได้ตลอดเวลา

    “ผู้ร่วมก่อตั้ง (ลลิฉัตร์) เป็นภรรยาผม เคยตรวจ DNA ที่อเมริกา เราคบกันตั้งแต่สมัยเรียน เธอเรียนหมอ ผมเรียนทันตะ โดยช่วงเรียนชั้นปีที่ 6 เธอป่วยเป็นลูคีเมียได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูกจนหาย คุณพ่อเธอก็ป่วยเป็นมะเร็ง เราคิดว่าน่าจะมาจากพันธุกรรมจึงไปดึงข้อมูลรหัสที่มี 3 พันล้านคู่เบสและเริ่มโค้ดดิ้งศึกษายีนที่ส่งผลต่อลูคีเมียกับมะเร็ง ทำให้พบการกลายพันธุ์บนยีนที่ส่งผลต่อการเกิดมะเร็ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการฟอร์มทีมแบ่งหน้าที่ Operation, Marketing, Medical และ Software Technology ด้วยปณิธานการทำธุรกิจตรวจ DNA ในขณะนั้นค่าตรวจที่อเมริกา 70,000 บาท ได้แค่ข้อมูลดิบ ไม่มี report เราต้องการทำให้เข้าถึงง่ายและใช้ได้กับหลายเรื่อง” 

    สำหรับนวัตกรรมของบริษัทสามารถตรวจวิเคราะห์สุขภาพและพรสวรรค์ด้วย DNA ซึ่งกำหนดการทำงานของสมองและร่างกาย ด้วยอุปกรณ์ตรวจนำเข้าจากแคนาดารับรองโดย FDA สหรัฐอเมริกา และห้องปฏิบัติการประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้มาตรฐานสากล CAP และ CLIA โดยวิเคราะห์ผลจากทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญที่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์พันธุศาสตร์และการแพทย์รองรับ พร้อมทั้งรายงานผลตรวจและสามารถปรึกษาผลตรวจกับแพทย์ให้ช่วยวางแผนดูแลสุขภาพ โภชนาการอาหาร และการออกกำลังกายที่เหมาะสม


    “เราใช้เวลา 2 ปีศึกษาสิ่งที่จะนำเข้ามาอยู่ในไมโครชิปและติดต่อแล็บทั่วโลก โดยเริ่มจากอเมริกาที่เป็นต้นกำเนิดโปรเจกต์ เราทำ R&D ร่วมกับทีมออกแบบไมโครชิปที่ใช้ตรวจร่วม 1 ล้านตำแหน่งในช่วงแรก ซึ่งทางแล็บจะนำตัวอย่างเราที่เป็น swab สแกนนำ DNA ออกมาและนำเข้าชิปที่เราร่วมกันผลิต โดยชิปจะให้ข้อมูลเป็น raw data ซึ่งเป็นรหัส DNA ที่ไม่มีใครอ่านออกนอกจากเรา เพราะเรามีซอฟต์แวร์ที่สามารถแปลผลวิเคราะห์ส่งข้อมูลกลับไปที่แอปพลิเคชันลูกค้าที่เราพัฒนาเอง โดยเรายัง R&D ว่า รหัสที่ได้ส่งผลต่ออะไรบ้างและทำ report ขึ้นมา ทั้งการดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย การควบคุมไขมัน กล้ามเนื้อ โรคต่างๆ รวมประมาณ 500 เรื่อง”

    อานนท์กล่าวถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมหรือ wellness โดยสามารถใช้ชุดตรวจ DNA หาความเสี่ยงโรคจากพันธุกรรม เช่น โรคหัวใจ โรคทางระบบประสาทและสมอง แนวโน้มความยาวเทโลเมียร์ โรคกระดูกและข้อ รวมถึงความเสี่ยงในการเกิดโรค เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง และพาหะโรคพันธุกรรม 101 โรค พร้อมทั้งยืนเสี่ยงมะเร็งแต่ละชนิด ภูมิแพ้ ความไวต่อสารพิษและมลพิษ ความไวต่อสารอาหารแต่ละชนิด วิตามิน และแร่ธาตุ ผิวพรรณ การลดน้ำหนักตาม DNA และลักษณะทางพันธุกรรม

    “เราเริ่มชุดตรวจที่เน้นเรื่อง wellness ก่อนในปี 2563 ซึ่งความการตรวจ DNA จะต่างจากการตรวจสุขภาพ เพราะ DNA เป็นพื้นฐานที่ส่งผลต่อตัวเรา 20-30% โดยยังมีปัจจัยต่างๆ ได้แก่ พันธุกรรรม อายุ พฤติกรรม การรับประทาน การนอน การออกกำลังกาย เมื่อเรารู้ความเสี่ยงการเกิดโรคจาก DNA เราสามารถวางแผนดูแลตัวเอง หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง หรือเข้าตรวจสุขภาพเพิ่มเติมได้ เช่น ผู้ร่วมก่อตั้งที่มีปัญหาสุขภาพก็สามารถนำผลตรวจเป็นคัมภีร์การดูแลสุขภาพถึงวันนี้ 13 ปีที่ผ่านมาปลอดจากลูคีเมียและอาจจะอายุยืนยาว 70-80 ปีก็ได้ ซึ่งถือเป็นกำไรชีวิตแล้ว”



    นอกจากนั้น บริษัทยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านผลการตรวจวิเคราะห์พรสวรรค์และศักยภาพด้านต่างๆ เพื่อส่งเสริมความสามารถให้พัฒนารวดเร็วขึ้น ได้แก่ การอ่านและการพูด ความจำระยะยาว คณิตศาสตร์ ความจำเพื่อใช้งาน ดนตรี ความคิดสร้างสรรค์ ความเฉลียวฉลาด ทักษะการทำงานหลายอย่าง สมาธิ ภาษา และกีฬา power รวมถึง กีฬา endurance ทำให้ชื่อ Geneus DNA เป็นที่รู้จักมากขึ้น พร้อมขยายฐานลูกค้ากลุ่มครอบครัวให้ความสนใจใช้บริการมากขึ้น

    “เราฟังเสียงลูกค้าที่ต้องการเรื่อง talent เราจึงเก็บข้อมูลกลุ่มตัวอย่างเพิ่มและลุยต่อจนสำเร็จ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ปกครอง ไม่เฉพาะพรสวรรค์ที่ส่งเสริมลูกได้ แต่ยังมีด้านการดูแลสุขภาพ ด้วยสินค้าเราคล้ายบุฟเฟต์ที่มีให้เลือกหลากหลายทำให้ตลาดตอบรับดี อย่างไรก็ตามเราต้องสร้างความเข้าใจว่า การตรวจค้นหาพรสวรรค์ไม่สามารถทำนายค่าออกมาแน่นอนทันที เช่น นักดนตรี นักฟุตบอล หรือนักว่ายน้ำ ซึ่งตรงนี้เป็นคอนเซปต์ของทั่วโลกว่า พันธุกรรมต้องบวกสิ่งแวดล้อม โดยมีเรื่องการฝึกฝนและการสนับสนุนจากครอบครัว ซึ่งพันธุกรรมเหมือนการเริ่มต้นด้วยต้นทุนที่ดี แต่ต้องฝึกฝนพัฒนาทักษะเพิ่มด้วย”


ภาพ: วรัชญ์ แพทยานันท์




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : กัญจน์พงศ์ กิจประเสริฐ เจนใหม่โรงสีส่งออก

อ่านเรื่องราวธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนเมษายน 2569 ในรูปแบบ e-magazine