การเติมเต็มความฝันในฐานะสัตวแพทย์ที่ต้องการดูแลรักษาสุขภาพสัตว์เลี้ยง ด้วยความเชื่อมั่นในโอกาสจากเคสฉุกเฉินที่เกิดขึ้นนอกเวลาทำการเป็นประจำสู่การบุกเบิกโรงพยาบาลสัตว์เปิด 24 ชั่วโมงแห่งแรกของไทย และเพิ่มการให้บริการครบวงจร พร้อมยกระดับเทคโนโลยีสร้างมาตรฐานขยายสาขาในประเทศและต่างประเทศ
มากกว่า 3 ทศวรรษของโรงพยาบาลสัตว์แห่งแรกในประเทศไทยที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งได้รับการแนะนำบอกต่อในกลุ่มรถแท็กซี่นำสัตว์เลี้ยงเจ็บป่วยส่งกลางดึกและกลุ่มคนรักสัตว์สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ด้วยความทุ่มเทพัฒนาทั้งด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ การให้บริการครอบคลุมทุกมิติ การนำเทคโนโลยีและข้อมูลขับเคลื่อนองค์กร พร้อมมุ่งมั่นสร้างเครือข่ายโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานสาขาในประเทศและต่างประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงครบวงจรในอนาคต
“ตั้งแต่ก่อนเรียนจบเราขอรุ่นพี่ฝึกงานที่คลินิกสุขุมวิท 22 หลังจบก็ทำงานเหมือนหมอฝึกหัดที่จุฬาฯ 2 ปี ทั้งออกเวร ออกตรวจ ซึ่งเป็นช่วงที่ได้เก็บเกี่ยวความรู้มากที่สุด เพราะมีอาจารย์และรุ่นพี่เป็นที่ปรึกษา พอครบ 2 ปีจึงหุ้นกับรุ่นพี่เปิดคลินิกสายน้ำทิพย์สัตวแพทย์ช่วง 5 โมงเย็นถึง 2 ทุ่ม โดยทำควบคู่กับงานฝ่ายวิชาการในบริษัทยาสัตว์ประมาณ 10 ปี คลินิกก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสมัยนั้นคนยังเลี้ยงสัตว์น้อยและให้อาหารเหลือจากคน แต่เราเชื่อว่าน่าจะมีโอกาส เพราะบ่อยครั้งที่เราถูกเรียกตอนกลางคืน หรือกว่าจะได้กลับบ้านก็เที่ยงคืน ดังนั้น เราเห็นความต้องการจึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำและรวบรวมพรรคพวกเพื่อนฝูง รุ่นพี่รุ่นน้อง อาจารย์มาเปิดโรงพยาบาลสัตว์ที่ทองหล่อให้บริการ 24 ชั่วโมงเป็นแห่งแรกของประเทศ”
สพ.ญ.กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ จำกัด เล่าถึงการเริ่มต้นธุรกิจหลังสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และฝึกงานในโรงพยาบาลสัตว์ จุฬาฯ ประมาณ 2 ปี โดยทำงานเป็นสัตวแพทย์ในคลินิกรักษาสัตว์ช่วงเวลาเย็นถึงหัวค่ำควบคู่กับงานประจำในแผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทยา CIBA-Geigy (บริษัท โนวาร์ตีน (ประเทศไทย) จำกัด ในปัจจุบัน)
หลังจากทำงานรับเคสฉุกเฉินที่เข้ามาในคลินิกรักษาสัตว์นอกเวลาทำการเป็นประจำทำให้กฤติกาตัดสินใจร่วมหุ้นกับสามี น.สพ.บุญชู ทองเจริญพูลพร รวมถึงรวบรวมทีมสัตวแพทย์ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทั้งครูอาจารย์ รุ่นพี่ และเพื่อนที่มีความสนใจผนึกกำลังกันก่อตั้งโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อแห่งแรกที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ปี 2537
“ผลตอบรับที่ได้เกินความคาดหมาย จากที่เราเริ่มต้นธุรกิจเพราะต้องการทำตามความฝันในการทำงานเป็นสัตวแพทย์ ซึ่งช่วงที่เปิดโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อเราไม่เคยทำโฆษณา แต่คนรู้จักเราจาก DJ ของ จส.100 ช่วยพูดประชาสัมพันธ์ให้ทุกวัน ลูกค้าก็มาหาเราตลอด รวมถึงกลุ่มรถแท็กซี่ที่ส่งสุนัขและแมวมาให้เรารักษาเวลากลางคืน เพราะหลัง 2 ทุ่มคลินิกปิดหมดแล้ว เรามีเคสเข้าตลอดเวลา ทำให้เราสามารถขยายจากห้องแถว 3 คูหา เพิ่มพื้นที่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ เป็น 9 คูหา และเรายังไปเปิดสาขาแรกที่ลาดพร้าว เพราะมีหมู่บ้านจำนวนมาก แต่ตอนแรกเรายังขยายไม่เป็น พื้นที่สุขุมวิทกับลาดพร้าวมีความแตกต่างกัน และไปตรงนั้นก็ไม่มีใครรู้จักเรา กว่าจะใช้เวลาเตรียมทีม 1-2 ปี ค่อยๆ จับทาง เรียนรู้ และพัฒนาจนมีลูกค้าจำนวนมาก”
สำหรับในปัจจุบันโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อสามารถขยายสาขาในประเทศและต่างประเทศรวม 21 สาขา ประกอบด้วยจังหวัดกรุงเทพฯ และปริมณฑล 15 สาขา ได้แก่ สำนักงานใหญ่ พระราม 9 สุขุมวิท 55 อโศก-ประสานมิตร สาทร-นราธิวาส พระราม 2 ศรีนครินทร์ รามอินทรา ประดิษฐ์มนูธรรม เซ็นทรัล อีสตฺวิลล์ พระราม 6 พระราม 5 สิรินธร-ปิ่นเกล้า ประชาชื่น ติวานนท์ รังสิต รวมถึงสาขาจังหวัดเชียงใหม่ 2 สาขา จังหวัดภูเก็ต 1 สาขา และพัทยา จังหวัดชลบุรี 1 สาขา
นอกจากนั้น บริษัทยังจับมือกับ Greenpet JSC ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Greengroup ที่มีชื่อเสียงในวงการยาและอาหารสัตว์ในประเทศเวียดนามอย่างยาวนาน โดยร่วมทุนกันจัดตั้ง Thonglor Bangkok Pet Hospital ที่เขต 2 นคร Ho Chi Minh ประเทศเวียดนาม รวมถึงด้านการทำตลาดยา เวชภัณฑ์ และสินค้าสัตว์เลี้ยง ซึ่ง Greenpet จะเป็นผู้ดูแลหลักและประสานงานกับประเทศไทยในการเลือกและนำเข้าสินค้าที่ดีมีคุณภาพสู่ตลาดเวียดนาม โดยในอนาคตยังวางแผนขยายสาขาเพิ่มในประเทศเวียดนาม และอยู่ระหว่างการเจรจาร่วมทุนกับหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน
“ช่วงใกล้หมดสัญญาที่ทองหล่อเราขยับมาเปิดสาขาใหญ่ที่พระราม 9 เพราะได้ขนาดที่ดินใหญ่ขึ้น ทำให้เรามีที่จอดรถมากขึ้น สร้างสวนให้สุนัขวิ่ง และสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ รวมถึงการเดินทางสะดวก ลูกค้าเข้าถึงง่ายจากทางด่วนรอบตัว ซึ่งการขยายแต่ละสาขาของเราต้องวิ่งไปดูทำเลที่เป็นเขต residential เพราะสัตว์เลี้ยงอยู่ในบ้าน และต้องมีประชากรพอสมควร โดยปัจจุบันเรามี 20 สาขาในประเทศ และขยายไปเวียดนาม 3 ปีแล้ว เพราะเพื่อนชวนให้ไปเปิดโรงพยาบาลสัตว์ที่มีมาตรฐานดีๆ เนื่องจากหมอประเทศไทยมีความสามารถมาก และคนเวียดนามรู้จักชื่อเสียงของเรา เขาชอบคนไทย และสินค้าไทย เรามองเห็นโอกาส แต่ก็ต้องใช้เวลาปรับตัว 1-2 ปี กว่าจะจับทางลูกค้าเวียดนามได้ ด้วยภาษา วัฒนธรรม และสไตล์ที่แตกต่าง”

กฤติกากล่าวถึงการให้ความสำคัญกับการยกระดับการรักษาและการบริการที่ดีตามมาตรฐานของโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ซึ่งแบ่งการดำเนินธุรกิจ 2 ด้าน ได้แก่ Pet Hospital ด้วยการร่วมทุนกับพันธมิตรเปิดศูนย์รับส่งต่อโรคซับซ้อน (Referral Center) การรักษาโรคเฉพาะทาง โดยมีสำนักงานใหญ่และสาขาขนาดใหญ่ที่รองรับการรับตัวส่งต่อ เพื่อทำการวินิจฉัยรักษาและส่งกลับโรงพยาบาลต้นทาง ไม่ต่างจากโรงพยาบาลที่รักษาคน เพื่อให้สัตว์เลี้ยงได้รับบริการอย่างดีที่สุด
ขณะเดียวกันบริษัทยังขยายการให้บริการด้าน pet well being เพื่อส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยง เช่น บริการ grooming, pet swimming pool, pet park และสินค้าสัตว์เลี้ยงแบรนด์ Dr.Choice รวมถึงความร่วมมือกับพันธมิตรกลุ่มธุรกิจอื่นๆ จากหลายอุตสาหกรรม เนื่องจากมีฐานลูกค้ากลุ่มใกล้เคียงกันจากการเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยง และการเลี้ยงสัตว์เป็นสมาชิกในครอบครัวไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธนาคาร กลุ่มหมู่บ้าน และคอนโดมิเนียม รวมถึงคอมมูนิตี้มอลล์ต่างๆ เช่น การร่วมทุนกับกลุ่มบริษัทพัทยาฟู้ด จัดตั้ง บริษัท เรมี่ เพ็ท จำกัด เปิดตัวแบรนด์ REMY อาหารสุขภาพสำหรับสัตว์เลี้ยง ได้แก่ สุนัข แมว สัตว์ฟันแทะ Exotic ซึ่งพัฒนาสูตรโดยทีมนักโภชนาการสัตวแพทย์
“Pet shop ของเรามีการผลิตสินค้าของตัวเองตั้งแต่ 5 ปีที่แล้วชื่อ Dr.Choice เพราะเรามีของที่ต้องการ แต่ไม่มีใครทำ เช่น แผ่นรองซับที่อุ้มน้ำได้มากและไม่ไหลย้อนกลับสำหรับสุนัขป่วยในโรงพยาบาล หรือทรายแมวที่เราพบปัญหาเรื่องฝุ่นทำให้แมวจามและเป็นโรคทางเดินหายใจตามมา จนกระทั่งเราได้รู้จักกับกับบริษัทพัฒนาทรายแมวจากมันสำปะหลัง ทำให้เราสามารถพัฒนาทรายแมวที่มีฝุ่นน้อยและเป็นผลิตภัณฑ์ของเกษตรไทย Biodegradable ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยห้องแล็บของเราเองที่สามารถใช้ทดสอบใช้งานจริงและติดตามผลได้จำนวนมาก อย่างแชมพูที่เราใช้อาบน้ำสุนัขปีละเป็นแสนครั้ง เราใช้มา 15 ปีแล้ว โดยในอนาคตรายได้การขายสินค้าของเราน่าจะมากขึ้นทั้งจากการส่งออก เช่น ทรายแมวที่ส่งไปมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฮ่องกง และช่องทางออนไลน์ที่เราพัฒนาแพลตฟอร์มของเราขายสินค้า Dr.Choice และสินค้าอื่นๆ”
อัปสเกลสู่ Smart Hospital
แม้แนวโน้มตลาดสัตว์เลี้ยงในปีที่ผ่านมาจะสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยมูลค่ากว่า 7.1 หมื่นล้านบาท และคาดการณ์เพิ่มขึ้น 11.7% อยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาทในปี 2573 ด้วยปัจจัยสำคัญจากเทรนด์ pet humanization และ urbanization แต่การเดินหน้าธุรกิจยังต้องเผชิญความท้าทายด้านการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น รวมถึงโจทย์สำคัญในการพัฒนาศักยภาพการรักษา และยกระดับคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยง ด้วยบริการที่ตอบโจทย์มากกว่าโรงพยาบาลสัตว์ เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“เราเชื่อในคุณภาพและเชื่อว่า ถ้าสิ่งที่เราทำเกิดจากความตั้งใจดีที่ต้องการให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดีขึ้น เจ้าของหรือ pet parent จะสัมผัสได้ และเขาจะตัดสินใจเลือกเราเอง ซึ่งคุณภาพเป็นกุญแจความสำเร็จอันดับแรก ตามมาด้วย empathy โดยเราพยายามอย่างมากให้คนของเราเข้าใจลูกค้าที่เป็นห่วงสัตว์เลี้ยงของเขา และเรายังให้ความสำคัญกับการลงทุนเทคโนโลยีจำนวนมากเพื่อช่วยให้คนของเราทำงานได้ถูกต้องแม่นยำและสะดวกขึ้น เราเชื่อว่ามันจะทำให้ชีวิตคนดีขึ้น และต่อไปจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้อย่าง iMed® เป็นระบบที่ใช้ในโรงพยาบาลคน ซึ่งเราติดต่อขอซื้อมาปรับใช้กับโรงพยาบาลสัตว์เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ช่วงนั้นมีประมาณ 5-6 สาขา ทำให้ข้อมูลเราสามารถเชื่อมกันทุกสาขา คุณหมออยู่ที่ไหนก็ทำงานและรักษาได้อย่างต่อเนื่อง โดย 2 ปีที่แล้วเรายังอัพเป็น iMed® X เชื่อมข้อมูลต่างๆ เข้ามือถือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Smart Hospital”
กฤติกากล่าวถึงการดำเนินธุรกิจของโรงพยาบาลที่ไม่ได้เน้นการเติบโตเฉพาะตัวเลข แต่ยังให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการลงทุนด้านนวัตกรรมและเครื่องมือใหม่ในการรักษาหรือบริการต่างๆ สำหรับสัตว์เลี้ยง รวมถึงเทคโนโลยียกระดับการทำงานทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง โดยพัฒนาการเก็บข้อมูลเวชระเบียนการรักษาจากแฟ้มเป็นดิจิทัล และระบบมาตรฐาน ISO รวมถึงระบบ iMed® ระบบ HIS (Hospital Information System) ซึ่งใช้ CRM Program ช่วยเก็บข้อมูล ทำให้สามารถประมวลผลข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลโรคและสายพันธุ์ต่อยอดการรักษา (tech enhanced healthcare) รวมถึงการใช้ LINE CRM เชื่อมต่อกับโปรแกรมของโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มประสบการณ์การดูแลสัตว์เลี้ยงให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลสัตว์เลี้ยงได้ง่ายทั้งประวัติวัคซีน นัดหมาย สถานการณ์รับบริการ และโปรโมชั่นข่าวสารที่เหมาะกับสัตว์เลี้ยง

ขณะเดียวกันบริษัทยังให้ความสำคัญกับ Big Data ใช้เป็นฐานข้อมูลลูกค้าต่อยอดสู่การรักษาและดูแลสัตว์เลี้ยงแบบเฉพาะเจาะจง โดยนำข้อมูลขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแนวคิด Thonglor SATA Driven ในการพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลกลางสำหรับสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย พร้อมสร้างมาตรฐานการรักษาเฉพาะบุคคลที่แม่นยำและปลอดภัย ด้วยข้อมูลการรักษา ประวัติสุขภาพ พฤติกรรม และผลการรักษาตลอด 31 ปีใช้ในการวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อช่วยการคาดการณ์ความเสี่ยงและวางแผนการดูแลรักษาสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยเทคโนโลยีเสริมการรักษาให้ติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์และเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา รวมถึงเพิ่มความแม่นยำการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้
“เราใช้ AI ช่วยทำงานหลายเรื่องอย่าง Smart Ward ลดงานที่ต้องใช้กระดาษ ทุกอย่างอยู่บนจอ เชื่อมห้องยา การเงิน ทำให้ข้อมูลถูกต้องแม่นยำมากขึ้น หรือเรื่องการจัดซื้อก็สามารถตรวจสอบและเติมสต็อกยาให้เพียงพอได้ในแต่ละสาขา นอกจากนั้น เรายังใช้ AI ช่วยวินิจฉัยโรค การอ่านเม็ดเลือด การนับเม็ดยา และพัฒนา Smart Cashier ฝั่งการเงินก็ทำงานง่ายขึ้น ซึ่งเราทยอยพัฒนาระบบเหล่านี้ให้ใช้งานได้จริงตามแนวคิด Smart Hospital โดยสิ่งที่เราลงทุนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี ระบบ คน จัดซื้อ จัดส่ง หรือการใช้ AI เราต้องการให้คนหน้างาน หมอ พยาบาล แคชเชียร์ สามารถดูแลรักษาน้องหมาน้องแมวสะดวกที่สุด รวมทั้งเรายังมี CPG หรือ Clinical Practice Guideline ทำให้การรักษาเป็นมาตรฐานเดียวกัน”
กฤติกาย้ำแนวคิดการเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการรักษาสัตว์เลี้ยงสู่ The Best Outcome หรือผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการดูแลรักษาสัตว์เลี้ยง ซึ่งต้องใช้ประสบการณ์ องค์ความรู้ และนวัตกรรม โดยมุ่งเน้นการมอบ The Best Clinical Outcome ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีช่วยวินิจฉัยรวมถึงการรักษาที่แม่นยำขึ้นเพื่อก้าวเป็นโรงพยาบาลอัจฉริยะหรือ Smart Hospital ผู้นำนวัตกรรมการรักษาสัตว์เลี้ยงและเทคโนโลยีการแพทย์ที่ล้ำสมัยที่สุดในภูมิภาค
นอกจากนั้น บริษัทยังวางกลยุทธ์ขยายสาขาในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งรูปแบบการเปิดเองและการร่วมทุนกับคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์อื่นๆ เป็นพันธมิตรร่วมกันสร้างความแข็งแกร่งด้านองค์ความรู้ ฐานลูกค้า และระบบบริหารจัดการโรงพยาบาล พร้อมศึกษาโอกาสการขยายธุรกิจไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียน ด้วยความมุ่งมั่นสร้างเครือข่ายโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานสากลเพื่อรองรับความต้องการระดับภูมิภาค
“แผนเดิมเราเน้นการเติบโตและใช้เทคโนโลยี แต่แผนกลยุทธ์ปี 2569-2571 เราจะลงลึกในรายละเอียดมากขึ้นและเน้นการนำข้อมูลทำงาน โดยร่วมมือกับคนรุ่นใหม่ทำแผนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับกลาง หัวหน้าสาขา หรือพนักงานที่อยู่หน้างานมากกว่าเรา เพราะรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่น้องๆ ต้องการอะไรหรือกำลังกังวลเรื่องอะไร รวมถึงเรื่องสาขาเรามีแผน relocate เพิ่มพื้นที่สาขาเดิม เช่น สาขาปิ่นเกล้า และเปิดสาขามากขึ้นอย่างสาขาบางนา สาขาที่ภูเก็ต ซึ่งตามแผนเราต้องการขยายปีละ 2 สาขา ไม่รวมสาขาที่จับมือกับคลินิก โรงพยาบาลสัตว์ในประเทศและต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่สัตวแพทย์มีความสุขกับการเป็นหมอ แต่ไม่ถนัดการเงิน บัญชี จัดซื้อ และเรื่องคน ขณะที่เรามีระบบช่วยบริหารจัดการหลังบ้าน เช่น การเงิน บัญชี จัดซื้อ จัดจ้างคน เทรนคน หรืออย่างระบบ iMed® ซึ่งก่อนจะร่วมมือหรือ JV กัน เราต้องมีความเชื่อตรงกัน เพื่อการทำงานที่ดีขึ้น”
ขณะเดียวกันกฤติกายังเล็งเห็นความสำคัญการปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงแนวโน้มการดูแลสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพดีและอายุยืนยาวตามกระแส longevity เช่น การเปิด Pet Wellness Center ให้บริการสัตว์เลี้ยงครบวงจรตั้งแต่อาบน้ำ ตัดขน ออนเซ็นสปา โอโซนสปา ทั้งยังเปิดศูนย์ Senior Care Center และ Recovery Center สำหรับการดูแลสัตว์เลี้ยงสูงวัย สัตว์เลี้ยงที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ การรักษาฟื้นฟูสัตว์ป่วยหลังการผ่าตัด และสัตว์ป่วยที่ต้องกายภาพบำบัด เพื่อให้คุณภาพชีวิตดีที่สุด รวมถึงร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและยกระดับวิชาชีพภายใต้ Thonglor Academy ในประเทศและร่วมมือกับต่างประเทศ ด้วยการเปิดโอกาสให้สัตวแพทย์จากหลากหลายประเทศเช่น มาเลเซีย เวียดนาม และเมียนมา ศึกษาดูงานและฝึกงานจริงในโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ

“การเติบโตตามเป้าหมายในปี 2568 วางไว้ประมาณ 12% เราไม่เร่งการเติบโตก้าวกระโดด เพราะต้องการให้คนของเราเก่งขึ้นเรื่อยๆ อย่างการขยายสาขาต้องไปพร้อมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและการบริการที่ดี โดยใน 3 ปีนี้เราเน้นการนำกลยุทธ์ขึ้นมาใช้ให้ชัดเจน และพลังของผู้บริหารระดับกลางที่เข้ามาช่วย ซึ่งเราจะทำให้เขาเข้าใจการใช้ data มากขึ้นและเห็นภาพเชื่อมโยงที่ใหญ่ขึ้น โดยต่อไปเราจะไม่รอรักษาตอนที่สัตว์เลี้ยงป่วย แต่จะดูแลป้องกันก่อนเหมือนเทรนด์ longevity ของคนหรือ wellness เพราะเจ้าของต้องการให้สัตว์เลี้ยงอยู่กับเขานานๆ ซึ่งการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นทำให้เราและคนที่อยู่มาก่อนต้องปรับตัว แต่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามเราเชื่อว่าเราต้องทำสิ่งที่ดีที่สุดกับสัตว์เลี้ยงเพื่อเป็น The Best Clinical Outcome”
ผู้ก่อตั้งวัย 66 ปี ย้ำถึงความสำคัญของทรัพยากรบุคคลที่มีส่วนร่วมสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปลูกฝังหลักการทำงานถึงทีมแพทย์และพนักงานโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อจำนวนรวมกว่า 1,400 คนให้ยึดมั่นในพระราชปณิธานของพระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก “ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ 2 ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่ 1 ลาภ ทรัพย์และเกียรติยศจะตกมาแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งวิชาชีพไว้ให้บริสุทธิ์”
เรื่อง: พรพรรณ ปัญญาภิรมย์ ภาพ: วรัชญ์ แพทยานันท์
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ มุ่งมั่น-แบ่งปัน “ทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์”


