Secret of Success "ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ MGC-ASIA" - Forbes Thailand

Secret of Success "ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ MGC-ASIA"

FORBES THAILAND / ADMIN
15 Dec 2023 | 11:00 AM
READ 1642

    ถ้าพูดถึงผู้บริหารไฟแรง ที่มีผลงานโดดเด่นจนสปอตไลท์แทบทุกดวงสาดส่องในรอบปีที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ผู้บริหารคนเก่ง ที่เริ่มต้นธุรกิจด้วยแพสชันที่ชื่นชอบขับรถ BMW จนตัดสินใจเป็นดีลเลอร์ BMW รับหน้าที่ตั้งแต่เซลส์ขายรถไปจนถึงผู้จัดการ

    ใครจะคิดว่า หลังจากสั่งสมประสบการณ์มากว่า 23 ปี วันนี้ ดร.สัณหวุฒิ จะสามารถสยายปีกธุรกิจดีลเลอร์ สู่อาณาจักรมิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA หนึ่งในผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์    โมบิลิตี้ ที่มุ่งพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจให้ครอบคลุมทุกวงจรการใช้บริการของลูกค้า และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

    ที่น่าสนใจคือ ในปี 2566 ดร.สัณหวุฒิ ยังนำทัพองค์กรไปแตะอีกหลักไมล์สำคัญ ด้วยการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และยังได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน ซึ่งดร.สัณหวุฒิ วิเคราะห์ว่ามาจาก 3 เหตุผลหลัก คือ นักลงทุนเชื่อมั่นในพื้นฐานของกลุ่มธุรกิจภายใต้ระบบนิเวศทางธุรกิจของกลุ่ม MGC-ASIA ที่มีความแข็งแกร่ง และมีศักยภาพเติบโตต่อไปในอนาคต บวกกับประสบการณ์และชื่อเสียงของที่ MGC-ASIA สั่งสมมากว่า 23 ปี จนได้รับความไว้วางใจจากพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจที่เป็นแบรนด์ระดับโลกมากมาย รวมถึงฐานลูกค้ากว่า 600,000 ราย ครอบคลุมในเกือบทุกเซกเมนต์ ที่สำคัญ ธุรกิจของ MGC-ASIA ยังถือเป็น Real sector ที่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า และพาร์ตเนอร์ สามารถรับรู้และมาสัมผัสประสบการณ์ได้จริง

    มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่า บนถนนธุรกิจที่ไม่มีคำว่า "ง่าย" หรือ "โชคช่วย" ดร.สัณหวุฒิ มี Secret of Success อย่างไรในการปลุกปั้นธุรกิจ และบริหารองค์กรที่มีผลิตภัณฑ์ บริการ รวมถึงแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ให้ประสบความสำเร็จ Forbes จะพาทุกคนไปหาคำตอบพร้อมกัน

​ก้าวแรกในการพิชิตเป้าหมาย โมเดลธุรกิจต้องชัด

    เคล็ดลับความสำเร็จข้อแรกของดร.สัณหวุฒิ คือ การออกแบบโมเดลธุรกิจให้ชัด ตอบโจทย์กับสถานการณ์ โดยหนึ่งในจิ๊กซอว์สำคัญที่สร้างความแตกต่างให้กับ "MGC-ASIA" และยังเป็นสปริงบอร์ดสำคัญในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับองค์กร คือ การสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่สมบูรณ์และแข็งแรง ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ หรือ ที่เรียกว่า "MGC-ASIA Ecosystem"

    เพราะในยุคที่นิยามการเดินทางของผู้คนมีความหลากหลาย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเดินทางทางบก แต่ครอบคลุมไปถึงการเดินทางทางน้ำและอากาศ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ดร.สัณหวุฒิ ไม่ยึดติดกับโจทย์เดิมๆ ในการทำธุรกิจที่จำหน่ายยานยนต์เป็นหลัก แต่พร้อมมองหาน่านน้ำใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจอยู่เสมอ จนนำมาสู่การนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย ครบทั้งทางบก-น้ำ-อากาศ เพื่อเป็นทางเลือกที่ครบวงจรให้กับลูกค้า ภายใต้โมเดลธุรกิจ Lifestyle Mobility Ecosystem

    "โมเดลการลงทุน MGC-ASIA คือ ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืน ดังนั้นเราจึงมุ่งคัดสรรพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการกำหนดทิศทางดำเนินธุรกิจอย่างชัดเจน เน้นคัดสรรผลิตภัณฑ์หรือรูปแบบการบริการใหม่ๆ ที่ทันสมัยและรวดเร็ว ที่สำคัญจะต้องเกื้อกูลกับธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน เราจึงเปิดรับพาร์ตเนอร์ทุกๆ ค่าย ซึ่งที่ผ่านมาเราได้รับโอกาสและความไว้วางใจจากพาร์ตเนอร์ระดับโลกมากมาย เพื่อเติมเต็ม Lifestyle Mobility Ecosystem ให้มีความแข็งแกร่งและสมบูรณ์"


    ปัจจุบัน MGC-ASIA ประกอบด้วย 4 กลุ่มธุรกิจหลักๆ ได้แก่ 1.กลุ่มธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ชั้นนำที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Rolls-Royce, BMW, MINI, Honda, BMW Motorrad, Harley-Davidson เรือยอชต์ Azimut และเรือแม่น้ำ Chris-Craft และ Vista Jet ผู้ให้บริการในการเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว และเป็นตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารสายการบินชั้นนำ รวมถึงแบรนด์พาร์ตเนอร์ทั้ง Peugeot, Jeep, Maserati, Aston Martin นอกจากนี้ ยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นพาร์ตเนอร์ศูนย์ซ่อมสีตัวถังของ "Tesla" เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวอีกด้วย

    "ล่าสุดเรายังพร้อมเติมเต็มระบบนิเวศทางธุรกิจ ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์ม Loyalty Program ภายใต้ชื่อ MGC-MOBILIFE เพื่อให้ลูกค้าสะสมคะแนนและนำมาแลกสิทธิพิเศษต่างๆ ทั้งจากบริษัทในเครือฯ และพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ อาทิ การแลกบัตรโดยสารสายการบินที่เราเป็นผู้แทนจำหน่าย ข้อดีคือเป็นการเชิญชวนให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อความได้เปรียบทางธุรกิจ ทั้งในด้านผลประกอบการ และการเติบโตตามเป้าหมายที่กำหนดในระยะยาว"

​    2.กลุ่มธุรกิจให้บริการหลังการขายและให้บริการซ่อมบำรุงรถยนต์อิสระ ภายใต้แบรนด์ศูนย์ซ่อมบำรุง MMS    3.กลุ่มธุรกิจให้บริการเช่ารถยนต์และคนขับแบบระยะยาว (Master Car Rental) รวมถึงรถเช่าระยะสั้นแบรนด์ (Sixt) และ 4.กลุ่มธุรกิจให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) บริการบริหารจัดการ (Shared Service) บริการทางการเงินสำหรับยานยนต์ นายหน้าประกันภัย และบริการทำความสะอาดและเคลือบสีรถยนต์ ซึ่งเป็นธุรกิจสนับสนุนและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบธุรกิจหลักของบริษัทฯ

    นอกจาก MGC-ASIA Ecosystem จะสร้างจุดแข็งให้กับองค์กร ยังเป็นข้อได้เปรียบทางธุรกิจ ในมุมของลูกค้าก็ได้ประโยชน์ เพราะเราสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างครบวงจรและหลากหลาย นำไปสู่การสร้าง Customer Experience ที่ดี และช่วยให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเข้ามาใช้บริการของ MGC-ASIA อย่างต่อเนื่อง ขณะที่องค์กรเองก็ได้รับประโยชน์จาก Economy of Scale เพราะสามารถใช้ทรัพยากรทางธุรกิจร่วมกัน และสามารถใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลลูกค้าของกลุ่มบริษัทฯ ซึ่งครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการและมีศักยภาพในการซื้อสินค้าหรือบริการที่หลากหลายของกลุ่มบริษัทฯ เพื่อต่อยอดทางธุรกิจและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ทั้งในส่วนของการนำเสนอสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น (Up-selling) และการนำเสนอสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกัน (Cross-selling)

​ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากแค่สินค้าดี

    เคล็ดลับความสำเร็จถัดมาของดร.สัณหวุฒิ คือ ไม่ได้มองว่าความสำเร็จขององค์กรในมิติแคบๆ ว่าเกิดจากการมีสินค้าที่ดีเท่านั้น แต่มองว่าความสำเร็จขององค์กรเกิดจากการหลอมรวมหลากหลายองค์ประกอบเข้าด้วยกันอย่างกลมกล่อม

    อธิบายให้เห็นภาพคือ นอกจาก MGC-ASIA จะให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสินค้าที่มีคุณภาพ เพื่อมาเป็นตัวแทนในการจัดจำหน่ายหรือให้บริการ MGC-ASIA ยังให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้า หรือ Customer Centric เป็นที่สุด จนนำไปสู่การสร้างทีมงานบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ มีการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้ลูกค้าและพาร์ตเนอร์ทุกราย ดังนั้น MGC-ASIA จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพขององค์กรและบุคลากรอย่างต่อเนื่อง

    "การพัฒนาศักยภาพขององค์กรและบุคลากรเป็นสิ่งที่เราทำมาตลอด ทำให้แม้แต่ตอนที่เราจะติดสกุลมหาชน ซึ่งถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับองค์กรที่เปลี่ยนจากระบบเจ้าของหรือเถ้าแก่มาเป็นมหาชน แต่เราก็สามารถก้าวผ่านมาได้อย่างดี เพราะเรามีการวางรากฐานวัฒนธรรมและวิธีคิดของคนในองค์กรมาตลอด มีการทำงานร่วมกับมืออาชีพ พร้อมกับการปลูกฝังและฉายภาพต่างๆในองค์กรมานานกว่า 23 ปี โดยเรามีสถาบันฝึกอบรม "Master Automotive Training" สำหรับพนักงานในองค์กร เพื่อฝึกสอนและพัฒนาทักษะของบุคลากร ผ่านหลักสูตรที่มีความหลากหลาย ทั้งความรู้ทั่วไป, ทัศนศึกษาดูงาน,ทักษะเชิงช่าง ไปจนถึงแนวคิดในการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการร่วมทำงานกับพาร์ตเนอร์ และการให้บริการกับลูกค้าทุกราย ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของบุคลากรในองค์กร พยายามสร้าง Employee Engagement ในองค์กร เพื่อให้พนักงานเกิดความผูกพัน และมีความภาคภูมิใจ พร้อมจะเติบโตไปกับองค์กร"

​ความสำเร็จที่แท้จริง บนวิถีแห่งความยั่งยืน

    นอกจากสินค้า การบริการ และพนักงานจะเป็นฟันเฟืองสำคัญขององค์กรแล้ว ดร.สัณหวุฒิ ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจบนวิถีแห่งความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด ESG (Environmental, Social and Governance) โดยให้ความสำคัญในการลด Carbon Footprint ที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจ ควบคู่ไปกับการมีสิทธิเท่าเทียมของทุกคน ดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสในทุกขั้นตอน โดยยึดหลักธรรมาภิบาล

    ด้วยวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ที่ชัดเจนนี้เอง ทำให้ ในปี 2566 MGC-ASIA สามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกมีรายได้รวม 12,275.1 ล้านบาท เติบโต 14.8% และกำไรสุทธิ 197.9 ล้านบาท เติบโต 20.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่แนวโน้มในช่วงที่เหลือของปียังคงสดใสจากการรับรู้รายได้หลังจากเปิดศูนย์ซ่อมสีและตัวถังสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ระดับโลก อย่าง TESLA รวมไปถึงการที่ลูกค้าบางส่วน เป็นกลุ่ม High Net Worth ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจผันผวนมากนัก

    "เป้าหมายในอนาคตของ MGC-ASIA คือ เราต้องการสร้างการเติบโตทุกๆ ภาคส่วน ทั้งสินค้าการบริการ บนรูปแบบแพลตฟอร์มใหม่ กับพาร์ตเนอร์ทุกๆ รายแบบยั่งยืน ผ่านประสบการณ์และขีดความสามารถทุกๆ ด้าน ในองค์กร MGC-ASIA พร้อมกันนี้ยังเชื่อว่าด้วยจุดแข็งของการมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครอบคลุมทุกเซกเมนท์ ตั้งแต่ mass ไปจนถึงระดับสูงสุดอย่าง Ultra Luxury อีกทั้งปัจจุบันก็มีเซกเมนต์ใหม่ๆ เกิดขึ้น อาทิ Semi Premium หรือ High Technology จะเป็นโอกาสในการขยายตลาด เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าทุกเจนฯ และครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายได้อย่างครบวงจร"

    ทั้งหมดนี้ คือ เคล็ดลับในการพิชิตความสำเร็จฉบับดร.สัณหวุฒิ ที่ต้องบอกว่า เป็นอีกหนึ่งบริษัทคนไทยที่น่าจับตามองว่า สุดท้ายแล้วผู้บริหารคนเก่งจะสามารถขับเคลื่อนองค์กรให้โลดแล่นไปในสมรภูมิธุรกิจได้ไกลแค่ไหน